thansettakij
เปิดเนชั่นโพล 10 นโยบายเร่งด่วน 'ปากท้อง-หนี้-ปราบโกง' วัดฝีมือรัฐบาลใหม่

เปิดเนชั่นโพล 10 นโยบายเร่งด่วน 'ปากท้อง-หนี้-ปราบโกง' วัดฝีมือรัฐบาลใหม่

28 ม.ค. 2569 | 06:20 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ม.ค. 2569 | 06:46 น.

เปิดผลสำรวจเนชั่นโพล สะท้อนเสียงคนไทยทั้งประเทศ จี้รัฐบาลใหม่แก้ปมรายได้-หั่นค่าไฟใน 100 วันแรก ท่ามกลางปรากฏการณ์ "การเมืองตรีศูล" และสัญญาณอันตรายเมื่อคนกว่า 60% พร้อมทิ้งพรรคเดิม หากไร้ผลงานประจักษ์

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจเนชั่นโพลชี้ว่าประชาชนต้องการให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาปากท้องเป็นอันดับแรก โดยเน้นการเพิ่มงาน-รายได้ (41.91%) และการลดค่าครองชีพ (33.20%)
  • ประเด็นการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง (23.27%) และการจัดการปัญหาหนี้ครัวเรือน-หนี้นอกระบบ (22.05%) เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ประชาชนคาดหวังสูงเป็นลำดับถัดมา
  • โพลสะท้อนว่าผลงาน 100 วันแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยประชาชนเกือบ 60% มีแนวโน้มจะไม่เลือกพรรคเดิม หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาตามที่คาดหวังได้

ท่ามกลางพลวัตทางการเมืองที่กำลังก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของการเลือกตั้งปี 2569 ผลการสำรวจของ "เนชั่นโพล" โดยสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) เปิดเผยวันที่ 28 ม.ค.69 ซึ่งรวบรวมความเห็นจากกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ถึง 10,890 รายทั่วประเทศ ได้ส่งสัญญาณเตือนที่แหลมคมถึงรัฐบาลชุดใหม่

ภายใต้อาณัติสัญญาณที่เรียกว่า “การเมืองตรีศูล” หรือสภาวะสามขั้วอำนาจหลักระหว่างพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย สิ่งที่ประชาชนคาดหวังไม่ใช่เพียงชัยชนะบนกระดานอำนาจ แต่คือ “ผลงานที่จับต้องได้” ภายใน 100 วันแรกของการบริหารราชการแผ่นดิน

สิ่งที่อยากให้รัฐบาลใหม่แก้ไขเร่งด่วน 100 วันแรก 

  1. เพิ่มงาน-เพิ่มรายได้ (ค่าแรง/โอกาสทำมาหากิน/ช่วย SME) 41.91%
  2. ลดค่าครองชีพ โดยปรับโครงสร้างค่าน้ำ–ไฟ ขนส่งสาธารณะ/รถไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ในราคาเหมาะสม 33.20%
  3. ปราบคอร์รัปชัน เอาผิดจริง ตัดฮั้วประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อน 23.27%
  4. จัดการ “หนี้ครัวเรือน-หนี้นอกระบบ” ให้เห็นผล (หยุดดอกโหด/ปรับโครงสร้างหนี้) 22.05%
  5. ปราบอาชญากรรมเร่งด่วน (แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์ ยาเสพติด ฯลฯ) 16.83%
  6. ปรับระบบประกันสุขภาพให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง 15.20%
  7. แก้ปัญหาความขัดแย้ง/ไม่มั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา 15.09%
  8. ปฏิรูปการศึกษาและทักษะเพื่ออาชีพให้ทันการเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงาน 12.37%
  9. แก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จ ลดขัดแย้ง สร้างกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ 7.93%
  10. มีระบบเตือนภัย/รับมือภัยพิบัติทันเวลา เช่น ภัยน้ำท่วม-ร้อนจัด-แผ่นดินไหว-PM2.5 ให้จริงจัง 3.46%

เจาะลึกรายภาคปฏิวัติปากท้อง: โจทย์เร่งด่วนที่รอการปลดล็อก

ผลสำรวจในระดับประเทศระบุอย่างชัดเจนว่า ความเดือดร้อนเรื่องเศรษฐกิจฐานรากคือพายุลูกใหญ่ที่รัฐบาลต้องเผชิญ ประชาชนถึง ร้อยละ 41.91 เรียกร้องให้มีการเพิ่มงานและเพิ่มรายได้ ทั้งการปรับขึ้นค่าแรง การสร้างโอกาสในการทำมาหากิน และการเข้าช่วยเหลือกลุ่ม SME ที่กำลังอ่อนแรง

เมื่อเจาะลึกลงไปในรายภูมิภาค ความต้องการนี้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างถึงร้อยละ 49.38 ตามด้วยภาคเหนือตอนบน (ร้อยละ 43.08) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (ร้อยละ 42.76) สะท้อนให้เห็นว่าคนในพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมต่อเนื่องกำลังต้องการ "ลมหายใจ" ทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน

เปิดเนชั่นโพล 10 นโยบายเร่งด่วน 'ปากท้อง-หนี้-ปราบโกง' วัดฝีมือรัฐบาลใหม่

ควบคู่ไปกับการเพิ่มเงินในกระเป๋า คือการ "ลดรายจ่าย" โดยประชาชน ร้อยละ 33.2 จี้ให้รัฐบาลใหม่ปรับโครงสร้างค่าน้ำ-ค่าไฟ และค่าขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงได้จริง โดยเฉพาะในพื้นที่ ภาคเหนือตอนล่าง (ร้อยละ 47.31) และ ภาคใต้ตอนบน (ร้อยละ 36.24) ที่ประเด็นค่าครองชีพถูกยกให้เป็นภารกิจอันดับหนึ่ง แซงหน้าประเด็นการเพิ่มรายได้เสียด้วยซ้ำ

ล้างบางคอร์รัปชันและสยบวงจรหนี้: บททดสอบธรรมาภิบาล

สิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งทำภายใน 100 วันแรกเพื่อเรียกความเชื่อมั่น คือการทำสงครามกับ "การทุจริต" โดยผลสำรวจระบุว่า ประชาชนถึง ร้อยละ 23.27 ต้องการเห็นการปราบคอร์รัปชัน การเอาผิดจริง และการตัดวงจรฮั้วประมูล

ประเด็นนี้เข้มข้นอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งตอนบน (ร้อยละ 29.34) และตอนล่าง (ร้อยละ 32.58) ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ ยังเป็นอีกหนึ่ง "ระเบิดเวลา" ที่ประชาชน ร้อยละ 22.05 ฝากความหวังให้รัฐบาลแก้ไขด้วยการหยุดดอกเบี้ยโหดและปรับโครงสร้างหนี้ให้เห็นผล โดยเฉพาะคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สูงถึงร้อยละ 29.45

มิติใหม่ของความคาดหวัง: จากคนกรุงสู่ชายแดน

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร นอกเหนือจากเรื่องรายได้แล้ว ความกังวลที่น่าสนใจคือ ปัญหาความขัดแย้งและความไม่มั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งสูงถึงร้อยละ 23.9 มาเป็นอันดับ 2 ตามด้วยการปฏิรูปการศึกษาและทักษะอาชีพ (ร้อยละ 21.84) สะท้อนว่าคนเมืองหลวงมองภาพความมั่นคงและคุณภาพชีวิตในระยะยาวควบคู่ไปกับปัญหาปากท้อง

สัญญาณอันตราย: "บทลงโทษ" สำหรับพรรคที่ทำไม่ได้ตามสัญญา

สิ่งที่นักการเมืองต้องตระหนัก คือผลสำรวจที่ระบุว่า ประชาชนเกือบ ร้อยละ 60 (ร้อยละ 58.58 สำหรับ สส.เขต และร้อยละ 58.97 สำหรับ สส.บัญชีรายชื่อ) มีแนวโน้มจะ "ไม่เลือกพรรคเดิม" เหมือนการเลือกตั้งปี 2566

 

ปรากฏการณ์ความต้องการ "เปลี่ยน" นี้ พุ่งสูงที่สุดในพื้นที่ ภาคใต้ตอนล่างที่ร้อยละ 73.56 และภาคกลางที่ร้อยละ 66.28, ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีกลุ่มที่ "ยังไม่ตัดสินใจ" อีกประมาณ 1 ใน 4 (ร้อยละ 23-24) ที่กำลังเฝ้ามองผลงานของรัฐบาลในช่วง 100 วันแรกเพื่อเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจในคูหาเลือกวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

บทสรุปสำหรับรัฐบาลใหม่

100 วันแรกภายใต้ยุค "การเมืองตรีศูล" จึงไม่ใช่เพียงแค่การเริ่มต้นการทำงานตามปกติ แต่คือการเผชิญหน้ากับความคาดหวังที่แหลมคม หากรัฐบาลไม่สามารถขยับตัวเลขรายได้ หรือลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนเห็นผลเป็นรูปธรรมได้