thansettakij
รถแห่พุ่ง 2,000 เอกชนบุรีรัมย์บี้พรรคการเมืองเลิกประชานิยม แก้ท่องเที่ยวชายแดนวูบ

รถแห่พุ่ง 2,000 เอกชนบุรีรัมย์บี้พรรคการเมืองเลิกประชานิยม แก้ท่องเที่ยวชายแดนวูบ

31 ม.ค. 2569 | 01:25 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ม.ค. 2569 | 02:36 น.

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบุรีรัมย์ชำแหละต้นทุนแฝงหาเสียงพุ่ง เผยค่าจ้างรถแห่ดีดตัวจาก 900 ทะลุวันละ 2,000 บาท เซ่นพิษน้ำมันแพง จี้รัฐบาลใหม่เลิกนโยบายประชานิยมระยะสั้น แล้วหันมา "หาเงินเข้าประเทศ" ผ่านการท่องเที่ยว พร้อมแนะกระจายงบพัฒนาพื้นที่ผ่านกลไก กรอ. พร้อมเร่งกู้เชื่อมั่นชายแดนอีสานใต้หลังนักท่องเที่ยววูบหายกว่า 90%

KEY

POINTS

  • ภาคเอกชนบุรีรัมย์ชี้ต้นทุนการหาเสียงเลือกตั้งพุ่งสูง โดยเฉพาะค่าจ้างรถแห่ที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ
  • เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ยกเลิกนโยบายประชานิยมระยะสั้น และหันมาเน้นการหาเงินเข้าประเทศผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
  • เสนอให้กระจายงบประมาณผ่านกลไกภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ แทนการทุ่มงบในฐานเสียงเดียว

นายฉัตรชัยพัฒน์ สาระรัมย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ วิเคราะห์ถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง โดยชี้ให้เห็นว่าเม็ดเงินมหาศาลที่พรรคการเมืองตั้งเป้าไว้นั้นมีนัยสำคัญที่สะท้อนผ่านต้นทุนแฝงในทุกมิติ เริ่มตั้งแต่ราคาน้ำมันที่เป็นปัจจัยหลักในการลงพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้ค่าจ้างรถแห่พุ่งสูงขึ้นจากเดิมวันละ 900 บาท ไปแตะระดับกว่า 2,000 บาท ประกอบกับค่าครองชีพของทีมงานที่ขยับตัวตามอัตราเงินเฟ้อ

นอกจากนี้พรรคการเมืองยังต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญของสื่อที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมากในการทำโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

ในด้านกลยุทธ์การบริหารงบประมาณ นายฉัตรชัยพัฒน์ให้ทัศนะที่น่าสนใจถึง "บุรีรัมย์โมเดล" ว่าการทุ่มงบลงในฐานเสียงเพียงจุดเดียวถือเป็นความเสี่ยงทางการเมืองที่อาจถูกตรวจสอบจากสังคมและหน่วยงานภาครัฐได้ง่าย ดังนั้นทิศทางที่เหมาะสมควรเป็นการกระจายงบประมาณผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. เพื่อผลักดันโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมหลายพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากกว่า

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้ส่งสัญญาณถึงพรรคการเมืองว่าโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลใหม่ต้องไม่ใช่แค่การออกมาตรการใช้เงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเน้นนโยบายการหาเงินเข้าประเทศ โดยเฉพาะการอัดฉีดงบประมาณผ่านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายตัวเลข GDP ของประเทศ แทนที่จะเป็นการละลายงบประมาณไปกับนโยบายประชานิยมระยะสั้นที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้กลับคืนมา

นายฉัตรชัยพัฒน์ สาระรัมย์

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่รอการพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลใหม่คือวิกฤตความเชื่อมั่นบริเวณพื้นที่ชายแดนอีสานใต้ ซึ่งปัจจุบันเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งจนทำให้นักท่องเที่ยวลดลงไปกว่า 90% กระทบต่อเศรษฐกิจใน 7 จังหวัดชายแดนอย่างรุนแรง รัฐบาลและกองทัพจึงต้องเร่งประสานงานร่วมกันเพื่อกู้ศรัทธาและสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปลอดภัยที่สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติอีกครั้ง