thansettakij
thansettakij
"ทนายน้ำมนต์" ไทยสร้างไทยอ้อนชาวหนองจอก เลือกคนพื้นที่เข้าไปทำงานสภา

"ทนายน้ำมนต์" ไทยสร้างไทยอ้อนชาวหนองจอก เลือกคนพื้นที่เข้าไปทำงานสภา

26 ม.ค. 69 | 11:52 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 69 | 11:43 น.

โค้งสุดท้ายคึก! "ทนายน้ำมนต์" พรรคไทยสร้างไทย ลุยเดินเท้าเคาะประตูบ้านย่านหนองจอก-มีนบุรี ชูนโยบายแก้ปากท้อง ย้ำเป็นลูกหลานคนพื้นที่ที่เข้าใจปัญหาจริง อาสาเข้าสภาไปรับใช้พี่น้องประชาชน

KEY

POINTS

  • ทนายน้ำมนต์ ผู้สมัคร สส. จากพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่หาเสียงในเขตหนองจอกช่วงโค้งสุดท้าย
  • ชูจุดเด่นว่าเป็นคนในพื้นที่และเป็นลูกหลานชาวหนองจอกที่เข้าใจปัญหา พร้อมอาสาเข้าไปทำงานในสภา
  • ขอคะแนนเสียงจากประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 18 (หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง) ให้เลือกเบอร์ 11 เพื่อเป็นตัวแทนเข้าไปผลักดันนโยบาย

บรรยากาศการรณรงค์หาเสียงโค้งสุดท้ายในการเลือกตั้ง สส.วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  โดยพบว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้ง 18 เขตมีนบุรี แขวงแสนแสบ, เขตลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว, เขตหนองจอก แขวงโคกแฝด แขวงลำผักชี แขวงลำต้อยติ่ง  มีการแข่งขันกันอย่างหนัก  โดยเฉพาะพรรคไทยสร้างไทย ครั้งนี้ ได้ส่งทนายน้ำมนต์ ผู้มีดีกรีนักกฎหมายและมีประสบการณ์การเมืองพร้อมเข้าสภาทำงานเพื่อประชาชนใจเขตพื้นที่

​โดยตัวเต็งเป็นที่จับตา เป็นนักกฎหมายที่มีประสบการณ์ในการทำงานและมีประสบการณ์การเมือง พร้อมอาสาเข้าสภา เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้

“ทนายน้ำมนต์” นางสาวณัฐกัญญ์ภา อภิญญ์มณีณัฐ เบอร์ 11 จากพรรคไทยสร้างไทย ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำตัว เปิดปราศรัย บนรถแห่ตลอดเส้นทางการรณรงค์หาเสียง พร้อมทีมงานแนะนำตัวเข้าถึงบ้าน ในที่ชุมชนพร้อมทีมงาน โดยเธอยืนยันว่า การนำเสนอนโยบายของพรรคไทยไทยสร้าง สามารถขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นรูปธรรมได้ สามารถแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชนชนได้

​เกาะติด ในการลงพื้นที่รณรงค์หาเสียง โดยวันนี้ เธอได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน “ชาวหนองจอก” บริเวณพื้นที่ชุมชน แขวงโคกแฝด แขวงลำผักชี และแขวงลำต้อยติ่ง ที่มีประชากรผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและมีชุมชนหนาแน่น โดยเริ่มพบปะประชาชนตั้งแต่เช้าตลอดเส้นทางในแขวงต่างๆ

"ทนายน้ำมนต์" ไทยสร้างไทยอ้อนชาวหนองจอก เลือกคนพื้นที่เข้าไปทำงานสภา

โดยทีมงานเดินเท้าพร้อมรถหาเสียงไปตามชุมชนต่างๆ โดยเสนอนโยบายหลักของพรรคไทยสร้างไทย ทำให้บรรยากาศในการหาเสียงโค้งสุดท้ายคึกคักยิ่งนัก  โดยเธอเดินถือโทรโข่งไปตามชุมชนพร้อมทีมงานหาเสียงไม่ย่อท้อ โดยยืนยันว่า การหาเสียงแข่งขันที่นโยบายที่จับต้องได้  

"ทนายน้ำมนต์" ไทยสร้างไทยอ้อนชาวหนองจอก เลือกคนพื้นที่เข้าไปทำงานสภา

ทนายน้ำมนต์ กล่าวว่า ตนเป็นลูกหลานชาวหนองจอก เป็นคนในพื้นที่ พร้อมทำงานให้แก่พี่น้องประชาชน ต้องทดแทนคุณแผ่นดิน จึงได้อาสาเป็นตัวแทนให้กับประชาชน แม้พื้นที่ในเขตหนองจอก จะเป็นพื้นที่ปริมณฑลตะเข็บตะวันออก เป็นพื้นที่ชั้นนอก

​โดย กกต.กำหนดเขตเลือกตั้งรวมถึงเขตมีนบุรีและลาดกระบังบางส่วน ตนรู้พื้นที่ดี ตนมีความผูกพันในพื้นที่ ขออาสาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ตนขอให้พี่น้องประชนชนชาวหนองจอก มีนบุรีและลาดกระบัง ในเขตเลือกตั้งที่ 18 “เอาคนทำงานไปทำงานในสภา” ช่วยกัน กา บัตรสีเขียว “ทนายน้ำมนต์” เบอร์ 11 ให้ถล่มทลาย จะได้ทนายน้ำมนต์ไปผลักดันนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย ส่วนบัตรสีชมพู  บัญชีรายชื่อ ให้จำตัวอักษร “ส.ไทยสร้างไทย” กาเบอร์ 48

"ทนายน้ำมนต์" ไทยสร้างไทยอ้อนชาวหนองจอก เลือกคนพื้นที่เข้าไปทำงานสภา

ส่วนในการจัดทำประชามติ บัตรสีเหลือง ท่านจะเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ตรงนี้อยู่ที่ดุลพินิจของพี่น้องประชาชน

​ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โค้งสุดท้าย การขับเคี่ยวแข่งขันกัน ระหว่าง ผู้สมัครจาก 3 พรรคการเมือง โดยมีแชมป์เก่าอย่างนายธีรัจชัย พันธุมาศ จากพรรคประชาชน  นายศิริพงษ์ รัสมี จากพรรคเพื่อไทย และ ทนายน้ำมนต์นางสาวณัฐกัญญ์ภา อภิญญ์มณีณัฐ  จากพรรคไทยสร้างไทย เป็นที่จับตาของประชาชนในพื้นที่