
"ทนายน้ำมนต์" ไทยสร้างไทยอ้อนชาวหนองจอก เลือกคนพื้นที่เข้าไปทำงานสภา
โค้งสุดท้ายคึก! "ทนายน้ำมนต์" พรรคไทยสร้างไทย ลุยเดินเท้าเคาะประตูบ้านย่านหนองจอก-มีนบุรี ชูนโยบายแก้ปากท้อง ย้ำเป็นลูกหลานคนพื้นที่ที่เข้าใจปัญหาจริง อาสาเข้าสภาไปรับใช้พี่น้องประชาชน
KEY
POINTS
- ทนายน้ำมนต์ ผู้สมัคร สส. จากพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่หาเสียงในเขตหนองจอกช่วงโค้งสุดท้าย
- ชูจุดเด่นว่าเป็นคนในพื้นที่และเป็นลูกหลานชาวหนองจอกที่เข้าใจปัญหา พร้อมอาสาเข้าไปทำงานในสภา
- ขอคะแนนเสียงจากประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 18 (หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง) ให้เลือกเบอร์ 11 เพื่อเป็นตัวแทนเข้าไปผลักดันนโยบาย
บรรยากาศการรณรงค์หาเสียงโค้งสุดท้ายในการเลือกตั้ง สส.วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพบว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้ง 18 เขตมีนบุรี แขวงแสนแสบ, เขตลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว, เขตหนองจอก แขวงโคกแฝด แขวงลำผักชี แขวงลำต้อยติ่ง มีการแข่งขันกันอย่างหนัก โดยเฉพาะพรรคไทยสร้างไทย ครั้งนี้ ได้ส่งทนายน้ำมนต์ ผู้มีดีกรีนักกฎหมายและมีประสบการณ์การเมืองพร้อมเข้าสภาทำงานเพื่อประชาชนใจเขตพื้นที่
โดยตัวเต็งเป็นที่จับตา เป็นนักกฎหมายที่มีประสบการณ์ในการทำงานและมีประสบการณ์การเมือง พร้อมอาสาเข้าสภา เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้
“ทนายน้ำมนต์” นางสาวณัฐกัญญ์ภา อภิญญ์มณีณัฐ เบอร์ 11 จากพรรคไทยสร้างไทย ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำตัว เปิดปราศรัย บนรถแห่ตลอดเส้นทางการรณรงค์หาเสียง พร้อมทีมงานแนะนำตัวเข้าถึงบ้าน ในที่ชุมชนพร้อมทีมงาน โดยเธอยืนยันว่า การนำเสนอนโยบายของพรรคไทยไทยสร้าง สามารถขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นรูปธรรมได้ สามารถแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชนชนได้
เกาะติด ในการลงพื้นที่รณรงค์หาเสียง โดยวันนี้ เธอได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน “ชาวหนองจอก” บริเวณพื้นที่ชุมชน แขวงโคกแฝด แขวงลำผักชี และแขวงลำต้อยติ่ง ที่มีประชากรผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและมีชุมชนหนาแน่น โดยเริ่มพบปะประชาชนตั้งแต่เช้าตลอดเส้นทางในแขวงต่างๆ
โดยทีมงานเดินเท้าพร้อมรถหาเสียงไปตามชุมชนต่างๆ โดยเสนอนโยบายหลักของพรรคไทยสร้างไทย ทำให้บรรยากาศในการหาเสียงโค้งสุดท้ายคึกคักยิ่งนัก โดยเธอเดินถือโทรโข่งไปตามชุมชนพร้อมทีมงานหาเสียงไม่ย่อท้อ โดยยืนยันว่า การหาเสียงแข่งขันที่นโยบายที่จับต้องได้
ทนายน้ำมนต์ กล่าวว่า ตนเป็นลูกหลานชาวหนองจอก เป็นคนในพื้นที่ พร้อมทำงานให้แก่พี่น้องประชาชน ต้องทดแทนคุณแผ่นดิน จึงได้อาสาเป็นตัวแทนให้กับประชาชน แม้พื้นที่ในเขตหนองจอก จะเป็นพื้นที่ปริมณฑลตะเข็บตะวันออก เป็นพื้นที่ชั้นนอก
โดย กกต.กำหนดเขตเลือกตั้งรวมถึงเขตมีนบุรีและลาดกระบังบางส่วน ตนรู้พื้นที่ดี ตนมีความผูกพันในพื้นที่ ขออาสาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ตนขอให้พี่น้องประชนชนชาวหนองจอก มีนบุรีและลาดกระบัง ในเขตเลือกตั้งที่ 18 “เอาคนทำงานไปทำงานในสภา” ช่วยกัน กา บัตรสีเขียว “ทนายน้ำมนต์” เบอร์ 11 ให้ถล่มทลาย จะได้ทนายน้ำมนต์ไปผลักดันนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย ส่วนบัตรสีชมพู บัญชีรายชื่อ ให้จำตัวอักษร “ส.ไทยสร้างไทย” กาเบอร์ 48
ส่วนในการจัดทำประชามติ บัตรสีเหลือง ท่านจะเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ตรงนี้อยู่ที่ดุลพินิจของพี่น้องประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โค้งสุดท้าย การขับเคี่ยวแข่งขันกัน ระหว่าง ผู้สมัครจาก 3 พรรคการเมือง โดยมีแชมป์เก่าอย่างนายธีรัจชัย พันธุมาศ จากพรรคประชาชน นายศิริพงษ์ รัสมี จากพรรคเพื่อไทย และ ทนายน้ำมนต์นางสาวณัฐกัญญ์ภา อภิญญ์มณีณัฐ จากพรรคไทยสร้างไทย เป็นที่จับตาของประชาชนในพื้นที่






