thansettakij
ร้อง กกต.สอบนโยบายเพื่อไทย สร้างเศรษฐีเงินล้าน ส่อผิดกม.พรรคการเมือง?

ร้อง กกต.สอบนโยบายเพื่อไทย สร้างเศรษฐีเงินล้าน ส่อผิดกม.พรรคการเมือง?

26 ม.ค. 2569 | 05:25 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ม.ค. 2569 | 05:30 น.

'เรืองไกร' ร้อง กกต. สอบนโยบายเพื่อไทย สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน ฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม. 57 ว.2 หรือไม่

26 มกราคม 69 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านของพรรคเพื่อไทยที่ได้เปิดที่เวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ใน กทม. เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 นั้น เป็นการจัดทำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้รายงานต่อ กกต. ก่อนวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่า 20 วัน ตามประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 วรรคสอง หรือไม่ และหากมีการฝ่าฝืนประกาศฯ ดังกล่าว จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 วรรคสอง หรือไม่ และจะมีโทษตามมาตรา 121 หรือไม่ 

ทั้งนี้ นายเรืองไกร ระบุว่า จากการที่พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ใน กทม. เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์นายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย

นโยบายหนึ่งที่น่าสนใจจากเวทีปราศรัยครั้งนี้คือ นโยบาย "สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน" โดยพรรคเพื่อไทย ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว

การเปิดนโยบายดังกล่าว เมื่อไปตรวจดูในเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทย และเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า กรณีดังกล่าวเป็นการจัดทำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้รายงานต่อ กกต. ก่อนวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่า 20 วัน ตามประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 วรรคสอง หรือไม่ และหากมีการฝ่าฝืนประกาศฯ ดังกล่าว จะเข้าข่ายความผิดตาม พรป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 วรรคสอง หรือไม่ และจะมีโทษตามมาตรา 121 หรือไม่

ทั้งนี้ เนื่องจาก พรป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 และมาตรา 121 บัญญัติว่า

มาตรา 57 การกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาให้คำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด นโยบายใดที่ต้องใช้จ่ายเงิน การประกาศโฆษณานโยบายนั้น อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ 

(1) วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ 

(2) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย 

(3) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย 

ในกรณีพรรคการเมืองไม่ได้จัดทำรายการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการสั่งให้ดำเนินการให้ครบถ้วนและถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด 

มาตรา 121 พรรคการเมืองใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา 57 วรรคสอง หรือมาตรา 77 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ประกอบกับ ประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 กำหนดไว้ดังนี้

ข้อ 4 การกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาให้คำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด นโยบายใดที่ต้องใช้จ่ายเงิน การประกาศโฆษณานโยบายนั้น อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ 

(1) วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ 

(2) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย

(3) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย 

การจัดทำนโยบายของพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่ง พรรคการเมืองต้องรายงานต่อคณะกรรมการก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่า 20 วัน ตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ 

นายเรืองไกร กล่าวตั้งข้อสังเกตว่า ข้อเท็จจริงตามกรณีดังกล่าว กกต. จึงต้องทราบดีว่า พรรคเพื่อไทยได้นำนโยบาย สร้างเศรษฐีเงินล้าน ไปแจ้งต่อ กกต. ก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่ายี่สิบวันแล้วหรือไม่ แต่หากพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ดำเนินการตามประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 วรรคสอง พรรคเพื่อไทยจะเข้าข่ายกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 วรรคสอง หรือไม่ และจะมีโทษตามมาตรา 121 หรือไม่

กล่าวคือ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับอีกวันละ 1 หมื่นบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ใช่หรือไม่