

KEY
POINTS
วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวภายหลังการแถลงข่าวประเด็นกองทุนประกันสังคม โดยยืนยันหลักการสำคัญว่า ผู้ประกันตนต้องมีสิทธิเลือกตัวแทนของตนเองเข้าสู่คณะกรรมการประกันสังคมครบทุกตำแหน่ง ไม่ควรถูกจำกัดสิทธิว่าผู้ประกันตน 1 คนจะสามารถเลือกผู้แทนได้เพียง 1 คนเท่านั้น
นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ในเมื่อคณะกรรมการประกันสังคมมีกรรมการฝ่ายผู้ประกันตนจำนวน 7 คน ผู้ประกันตนก็ควรมีสิทธิใช้เสียงของตนเลือกผู้แทนได้ครบทั้ง 7 คน เพื่อสะท้อนเจตจำนงของผู้ส่งเงินสมทบอย่างแท้จริง พร้อมยกตัวอย่างมาตรฐานของแพทยสภา ซึ่งสมาชิก 1 คนสามารถเลือกผู้แทนได้มากกว่า 30 คนครบทั้งคณะกรรมการ
“ถ้ามีความพยายามบิดเบือน หรือทำให้หลักการนี้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นธรรม ถือเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยไม่อาจยอมรับได้ เพราะเงินในกองทุนเป็นเงินของผู้ประกันตน ไม่ใช่เงินของใครคนใดคนหนึ่ง” นพ.พรหมินทร์กล่าว
ในประเด็นสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล นพ.พรหมินทร์ ระบุว่า ในช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เคยมีความพยายามผลักดันการบูรณาการการดูแลรักษาระหว่างกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กับกองทุนประกันสังคม เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ แต่กระบวนการดังกล่าวต้องหยุดชะงักลงจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ด้าน นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการยกระดับ ความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และธรรมาภิบาล ในการบริหารกองทุนประกันสังคม
พร้อมเห็นว่า ควรมีการปรับปรุงการบริหารพอร์ตการลงทุนให้สร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อความมั่นคงของกองทุนในระยะยาวท่ามกลางบริบทที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งรายจ่ายด้านสวัสดิการและการรักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ในช่วงที่พรรคเพื่อไทยกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารกองทุนประกันสังคมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้เงินกองทุน ซึ่งนำไปสู่การโยกย้ายข้าราชการระดับสูง หลังผลการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับกรณีการซื้อตึก SKY9
“กรณีตึก SKY9 สะท้อนชัดว่า พรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับความไม่ชอบมาพากลในการใช้เงินของผู้ประกันตน และพร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดเมื่อพบความผิดปกติ” นายศึกษิษฏ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีความพยายามปรับปรุงโครงสร้างการบริหารพอร์ตการลงทุนของกองทุนประกันสังคมให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยนำบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนเข้ามาเสริมการทำงาน เพื่อเพิ่มผลตอบแทนโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงเกินสมควร พร้อมยกตัวอย่างแนวทางบริหารแบบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
นายศึกษิษฏ์ ย้ำว่า หากประเทศมีเสถียรภาพทางการเมือง การปฏิรูปกองทุนประกันสังคม และระบบสวัสดิการแรงงานจะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมควรพิจารณาในเชิงโครงสร้างว่า กองทุนประกันสังคม กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ควรมีแนวทางบูรณาการหรือบริหารร่วมกันอย่างไร เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงระบบสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และ ยั่งยืน
“เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้าสู่ระบบประกันสังคม ควรได้รับการชดเชยด้านการรักษาพยาบาลที่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง การออกแบบระบบสวัสดิการต้องตั้งอยู่บนหลักความเป็นธรรม ความยั่งยืน และคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นศูนย์กลาง” นายศึกษิษฏ์ กล่าว