KEY
POINTS
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตที่ปรึกษาการเงินการคลัง คณะกรรมการประกันสังคม (ชุดเลือกตั้ง) เปิดเผยว่า เวลานี้ได้มาถึงจุดสำคัญที่ระบบประกันสังคมต้องมีการปรับเปลี่ยนและการปฏิรูปครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ระบบสวัสดิการสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในขณะนี้ มีเม็ดเงินภายใต้การบริหาร 2.8 ล้านล้านบาทมีความมั่นคงยั่งยืน เป็นหลักประกันให้กับผู้ประกันตนทุกคน
การจะปฏิรูประบบประกันสังคมได้ต้องเริ่มต้นด้วยการมีระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องยึดหลักการประชาธิปไตย เปิดกว้าง ไม่ใช่ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นผู้ประกันตนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะเข้าไปทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานประกันสังคม
เมื่อระบบและวิธีการเลือกตั้งที่ร่างขึ้นมาใหม่ในปี 2569 มีปัญหาในหลายส่วน เสนอให้กลับไปใช้ระบบและวิธีการเลือกตั้งแบบปี พ.ศ. 2566 จากหลักเกณฑ์เลือกตั้งปี 2564
นอกจากนี้ ควรมีการประกาศใช้สูตร Care ในการคำนวณบำนาญชราภาพโดยเร็วเนื่องจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตน ทำให้จ่ายบำนาญมีความเป็นธรรมมากขึ้น ผู้รับสิทธิประโยชน์จากบำนาญชราภาพในขณะนี้จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นทันที
สังคมไทยนั้นมีผู้สูงอายุเพียงประมาณ 2 ล้านคนเท่านั้นที่มีบำเหน็จบำนาญจากการทำงาน ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในการดำรงชีพหากแต่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเป็นแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ ตั้งแต่เดือนละ 600-1,000 บาท
ส่วนการยกระดับสวัสดิการแรงงานนั้น ต้องเริ่มต้นให้แรงงานทุกกลุ่มตั้งสหภาพแรงงานได้ โดยรัฐบาลต้องรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 แรงงานทั้งหมด 40 ล้านคน มีเพียง 5 แสนคนหรือ 1.5% ของกำลังแรงงานเท่านั้นที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก
ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากไม่มีอำนาจต่อรองเรื่องค่าแรง สวัสดิการและสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรมได้ โดยเฉพาะแรงงานแพลตฟอร์มนั้นมีคุณภาพชีวิตถดถอยและไม่ได้รับสวัสดิการ ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้สามารถดูแลแรงงานแพลตฟอร์มได้ดีขึ้น