นักวิชาการแนะเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมแบบประชาธิปไตย ปฏิรูปใหญ่ดูแลเงิน 2.8 ล้านล.

23 ม.ค. 2569 | 11:17 น.

อนุสรณ์แนะใช้ระบบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมตามหลักประชาธิปไตย ไม่สกัดกั้นผู้ประกันตน พร้อมปฏิรูปครั้งใหญ่ดูแลเงิน 2.8 ล้านล้านบาท

KEY

POINTS

  • นักวิชาการเรียกร้องให้ปฏิรูประบบประกันสังคมครั้งใหญ่ โดยเริ่มต้นจากการเลือกตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ที่ยึดหลักประชาธิปไตย เพื่อบริหารจัดการเงินกองทุน 2.8 ล้านล้านบาท
  • เสนอให้ทบทวนระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมฉบับใหม่ปี 2569 ที่มีปัญหา และให้กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิมที่เคยใช้ในการเลือกตั้งปี 2566
  • แนะให้เร่งประกาศใช้สูตรคำนวณบำนาญชราภาพแบบใหม่ (สูตร Care) เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมและผลประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนโดยเร็ว

รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตที่ปรึกษาการเงินการคลัง คณะกรรมการประกันสังคม (ชุดเลือกตั้ง) เปิดเผยว่า เวลานี้ได้มาถึงจุดสำคัญที่ระบบประกันสังคมต้องมีการปรับเปลี่ยนและการปฏิรูปครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ระบบสวัสดิการสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในขณะนี้ มีเม็ดเงินภายใต้การบริหาร 2.8 ล้านล้านบาทมีความมั่นคงยั่งยืน เป็นหลักประกันให้กับผู้ประกันตนทุกคน 

การจะปฏิรูประบบประกันสังคมได้ต้องเริ่มต้นด้วยการมีระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องยึดหลักการประชาธิปไตย เปิดกว้าง ไม่ใช่ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นผู้ประกันตนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะเข้าไปทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานประกันสังคม 

เมื่อระบบและวิธีการเลือกตั้งที่ร่างขึ้นมาใหม่ในปี 2569 มีปัญหาในหลายส่วน เสนอให้กลับไปใช้ระบบและวิธีการเลือกตั้งแบบปี พ.ศ. 2566 จากหลักเกณฑ์เลือกตั้งปี 2564        

นอกจากนี้ ควรมีการประกาศใช้สูตร Care ในการคำนวณบำนาญชราภาพโดยเร็วเนื่องจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตน ทำให้จ่ายบำนาญมีความเป็นธรรมมากขึ้น ผู้รับสิทธิประโยชน์จากบำนาญชราภาพในขณะนี้จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นทันที 

สังคมไทยนั้นมีผู้สูงอายุเพียงประมาณ 2 ล้านคนเท่านั้นที่มีบำเหน็จบำนาญจากการทำงาน ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในการดำรงชีพหากแต่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเป็นแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ ตั้งแต่เดือนละ 600-1,000 บาท

ส่วนการยกระดับสวัสดิการแรงงานนั้น ต้องเริ่มต้นให้แรงงานทุกกลุ่มตั้งสหภาพแรงงานได้ โดยรัฐบาลต้องรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 แรงงานทั้งหมด 40 ล้านคน มีเพียง 5 แสนคนหรือ 1.5% ของกำลังแรงงานเท่านั้นที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก  

ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากไม่มีอำนาจต่อรองเรื่องค่าแรง สวัสดิการและสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรมได้ โดยเฉพาะแรงงานแพลตฟอร์มนั้นมีคุณภาพชีวิตถดถอยและไม่ได้รับสวัสดิการ ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้สามารถดูแลแรงงานแพลตฟอร์มได้ดีขึ้น