“ธรรมนัส”หาเสียงโคราช ซัดนายทุนกดราคาอ้อย-มันสำปะหลัง

21 ม.ค. 2569 | 14:37 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ม.ค. 2569 | 15:05 น.

“ธรรมนัส”ลั่นกลางเวทีโคราช พูดแล้วต้องทำ ซัดนายทุนกดราคาอ้อย-มันสำปะหลัง กางแผนปฏิรูปที่ดิน แก้หนี้เกษตรกรทั้งระบบ ถ้าคนฐานรากอยู่ไม่ได้ ประเทศก็ไม่รอด

KEY

POINTS

  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่หาเสียงที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มนายทุนที่กดราคาพืชผลทางการเกษตร
  • ชี้ปัญหาราคาอ้อยตกต่ำเหลือเพียงตันละ 500-800 บาท สวนทางกับราคาน้ำตาลที่สูงขึ้น โดยได้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน
  • กล่าวถึงปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ โดยได้สั่งให้ตรวจสอบการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาในประเทศ

วันที่ 21 ม.ค. 2569 พรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยหาเสียง ที่โรงเรียนมัธยมด่านขุนทด ตำบลด่านขุนทด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีหาเสียงให้ นายมารุต ชุ่มขุนทด ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 15 เบอร์ 1 พรรคกล้าธรรม ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวโคราชที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้ำว่า โคราชเป็นประตูสู่อีสาน หากเมืองนี้เข้มแข็ง มีความเจริญ การพัฒนาทั้งภาคอีสานก็จะเดินหน้าได้ พร้อมเปรียบเทียบว่า บ้านเมืองก็เหมือนบ้านคน หากรั้วมั่นคง บ้านย่อมอยู่ดีมีสุข แต่ถ้ารั้วพัง บ้านย่อมมีปัญหา เช่นเดียวกับการบริหารประเทศ ที่ต้องเริ่มแก้จากฐานราก 

จากนั้นได้กล่าวถึงปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ โดยเฉพาะข้อพิพาทระหว่างรัฐกับชาวบ้านในหลายอำเภอของโคราช ซึ่งประชาชนอยู่ในพื้นที่มานาน แต่กลับถูกดำเนินคดี

“ที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก. ต้องมีไว้เพื่อจัดสรรให้ผู้ไร้ที่ดินทำกินอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเครื่องมือเอื้อกลุ่มทุน ผมทำนโยบายการเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรสำเร็จมาแล้ว และจะเดินหน้าผลักดันต่อยอดสู่โฉนดครุฑสีแดง เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของเกษตรกร”

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงปัญหาภัยแล้งและน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ด่านขุนทด ซึ่งกระทบต่ออ้อย มันสำปะหลัง และข้าว โดยยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขระบบชลประทานอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่นโยบายสวยหรูที่ทำไม่ได้ พร้อมวิพากษ์นโยบายแจกเงินที่ไม่สร้างงานและไม่แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน 

ในประเด็นราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะอ้อย ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ปีที่ผ่านมาเกษตรกรขายอ้อยได้ราวตันละ 1,300 บาท แต่ปีนี้ราคากลับลดลงเหลือเพียง 500–800 บาท ทั้งที่ราคาน้ำตาลในตลาดสูงขึ้น จึงตั้งคำถามถึงโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรม 

พร้อมเปิดเผยว่า ได้เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้กระทรวงอุตสาหกรรมเรียกโรงงานน้ำตาลทั้งระบบมาหารือ เพื่อหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน รวมถึงพิจารณาการกำหนดพื้นที่รับซื้อ ลดภาระค่าขนส่งของเกษตรกร และยืนยันว่ามาตรการเยียวยาไร่อ้อยยังต้องเดินหน้าต่อ

                                “ธรรมนัส”หาเสียงโคราช ซัดนายทุนกดราคาอ้อย-มันสำปะหลัง

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงปัญหาราคามันสำปะหลังในโคราช ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกสำคัญของประเทศ โดยระบุว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่อาจกระทบต่อราคาภายในประเทศ พร้อมย้ำว่า ผลผลิตของเกษตรกรไทยต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ให้กลุ่มทุนร่ำรวยบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน

ในช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร และครู โดยยืนยันแนวคิดการตั้งกลไกกลางรับซื้อหนี้จากสถาบันการเงินในราคาที่เป็นธรรม แล้วนำมาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ลดภาระดอกเบี้ยให้คนฐานราก พร้อมตั้งคำถามถึงระบบการเงินที่ปล่อยให้เกษตรกรเป็นหนี้สะสม ขณะที่กลุ่มทุนกลับได้ประโยชน์ 

พร้อมกันนี้ยังวิพากษ์โครงสร้างราคาพลังงาน ไฟฟ้า และ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาผลผลิตของชาวบ้านกลับถูกกดต่ำ ย้ำว่า หากพรรคกล้าธรรมได้รับโอกาส จะเดินหน้าปฏิรูปกระทรวงเกษตร และโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง

ก่อนปิดเวที ร.อ.ธรรมนัส ฝากถึงประชาชนว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องออกมาใช้สิทธิ์ เลือกผู้แทนที่ “พูดแล้วทำ” เพื่อให้โคราชและภาคอีสานเดินหน้าอย่างมั่นคง พร้อมย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะยืนอยู่ข้างเกษตรกรและคนตัวเล็กตลอดไป