
กกต.สั่งลบ-แก้ 18 โพสต์หาเสียงออนไลน์ผิดก.ม. พ่วง 3 คลิป ชงตร.-ดีอีเอสฟัน
กกต.สั่งลบ-แก้ 18 โพสต์เดือด หาเสียงออนไลน์ผิดกฎหมาย พ่วง 3 คลิปเฟซบุ๊ก ถ้อยคำหยาบคาย หมิ่นประมาท บิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด ส่งต่อ “ตำรวจไซเบอร์–ดีอีเอส”ฟัน
KEY
POINTS
- กกต.มีคำสั่งให้แก้ไขและลบโพสต์หาเสียงออนไลน์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง รวม 18 โพสต์ และ 3 คลิปวิดีโอ
- เนื้อหาที่ถูกสั่งดำเนินการมีลักษณะใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ใส่ร้าย บิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน
- กกต.ได้ส่งเรื่องให้ตำรวจไซเบอร์ และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และเอาผิดตามกฎหมายต่อไป
คณะทำงานติดตามการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ (E–War Room) ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยผลการประชุมพิจารณาการหาเสียงในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง โดยพบกรณีโพสต์ภาพและข้อความจำนวน 35 เรื่อง และคลิปวิดีโอจำนวน 5 เรื่อง ซึ่งมีลักษณะใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ใส่ร้าย บิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน
ภายหลังการพิจารณา กรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งให้ แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงภาพและข้อความ ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์จำนวน 3 เรื่อง เนื่องจากเป็นถ้อยคำเข้าข่ายดูหมิ่น เหยียดหยาม และรุนแรงทางการเมือง อาทิ
“สามานย์, เสี้ยนหนามของแผ่นดิน”
“ชิพหายโปรดเลือกพรรคส้ม”
และ “ไอ้ชั่ว, พรรคส้มแม่งระยำตำบอน”
ขณะเดียวกัน กกต.มีคำสั่งให้ ลบภาพและข้อความในสื่ออิเล็กทรอนิกส์จำนวน 10 เรื่อง เนื่องจากเข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบการหาเสียงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในลักษณะบิดเบือนข้อมูล สร้างความเข้าใจผิด ใช้คำหยาบคายรุนแรง และมีภาพประกอบไม่เหมาะสม อาทิ
“สร้างภาพทำให้คนเข้าใจผิดว่า อนุทิน คือ เลข 46”
“โหวตส้มได้อนุทิน รักอนุทินให้กาเบอร์ 46”
รวมถึงข้อความด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง เช่น “คนเหี้ย”, “กากเดน”, “พรรคนี้เหี้ย”, “ไอพวกเหี้ย ไอ่ควาย” และแฮชแท็กที่มีลักษณะลามกอนาจาร
นอกจากนี้ กกต.ยังมีคำสั่งให้ ลบคลิปวิดีโอในสื่ออิเล็กทรอนิกส์จำนวน 3 เรื่อง จากแพลตฟอร์ม Facebook ของบัญชีชื่อ “แม่แนน น้องสมาร์ท” เนื่องจากเนื้อหาเข้าข่ายฝ่าฝืนลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง
ทั้งนี้ การพิจารณาดังกล่าวเป็นไปตาม ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 โดยสำนักงาน กกต.ได้แจ้งให้ผู้โพสต์ดำเนินการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือลบเนื้อหาตามคำสั่ง พร้อมส่งเรื่องไปยัง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
กกต.ย้ำว่า ในกรณีที่การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายอาญา และกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จะดำเนินการ สืบสวน ไต่สวน และดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาความสุจริต เที่ยงธรรม และความเรียบร้อยของการเลือกตั้ง

