นักวิชาการจี้ กกต. เปิดนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง เช็คที่มางบเชิงลึก

21 ม.ค. 2569 | 12:09 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ม.ค. 2569 | 12:19 น.

นักวิชาการจี้ กกต.เปิดนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง พร้อมตรวจสอบเชิงลึกที่มาของงบใช้ทำแต่ละโครงการ อย่าอ้างรอกลั่นกรอง ชี้ประชานิยมไม่ผิด แต่ประชาชนต้องได้ข้อมูลครบ คำนวณความเป็นไปได้

KEY

POINTS

  • นักวิชาการเรียกร้องให้ กกต. ทำหน้าที่เชิงรุกในการเปิดเผยรายละเอียดนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
  • กกต. ถูกวิจารณ์ว่าใช้เหตุผลด้านการตรวจสอบเพื่อชะลอการเปิดเผยข้อมูล ทั้งที่สามารถเผยแพร่ข้อมูลที่ได้รับจากพรรคการเมืองได้ทันที
  • นอกจากการเปิดเผยข้อมูลแล้ว กกต. ยังมีหน้าที่ต้องตรวจสอบที่มาของงบประมาณในเชิงลึก โดยพรรคการเมืองต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะนำเงินมาจากส่วนใด

8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกกำหนดเป็นวันเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งตามกฎหมายพรรคการเมือง พรรคที่เสนอนโยบายหาเสียงซึ่งต้องใช้งบประมาณ มีหน้าที่ต้องส่งรายละเอียดนโยบายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุที่มาของงบประมาณ วิธีดำเนินการ และความเสี่ยงทางการคลังล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ซึ่งขณะนี้ (21 มกราคม 2569) กกต. ก็ยังไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวสู่สาธารณะ

รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า พรรคการเมืองไม่ถือว่าผิด หากจะหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมแม้มีลักษณะ “สุดโต่ง” เพราะเป็นสิทธิในการเสนอทางเลือกเชิงนโยบายต่อประชาชน แต่สิ่งสำคัญคือ ประชาชนต้องได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอ เพื่อใช้พิจารณาว่านโยบายดังกล่าวสามารถทำได้จริงหรือไม่ และมีความเสี่ยงทางการคลังเพียงใด

หน้าที่สำคัญจึงตกอยู่ที่ กกต. ที่ต้องทำหน้าที่เชิงรุกในการเผยแพร่รายละเอียดนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ไม่ใช่เพียงตัวนโยบาย แต่ต้องรวมถึงที่มาของงบประมาณ วิธีดำเนินการ และมาตรการป้องกันความเสี่ยงทางการคลัง เพื่อไม่เปิดช่องให้เกิดการใช้ “ช่องโหว่ทางกฎหมาย” ในการอธิบายนโยบายอย่างเลี่ยงบาลี

ต่อกรณีที่ กกต. อ้างว่า พรรคการเมืองเพิ่งส่งข้อมูลนโยบายครบถ้วนเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา และยังต้องรอการตรวจสอบจากคณะกรรมการกลั่นกรองก่อนเผยแพร่ รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ เห็นว่า เหตุผลดังกล่าวไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้าง เนื่องจากมีข้อมูลว่า กกต. เป็นผู้กำหนดให้พรรคการเมืองส่งรายละเอียดนโยบายในรูปแบบไฟล์ PDF ซึ่งสามารถนำขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ได้ทันที

“ประชาชนคือผู้ที่ควรได้รู้ข้อมูลเหล่านี้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมากรองให้เรา การเปิดเผยข้อมูลพร้อมกันอย่างเท่าเทียม ขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงของ กกต. ว่าต้องการให้ประชาชนรับรู้หรือไม่ อย่างน้อยวันที่ 22 มกราคม ก็ควรสามารถเผยแพร่ข้อมูลได้แล้ว” รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าว

พร้อมกันนี้ยังย้ำว่า หลังการเผยแพร่ กกต. ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึกต่อไป โดยเฉพาะกรณีที่พรรคการเมืองอธิบายที่มาของงบประมาณแบบกว้าง ๆ เช่น การใช้งบประมาณประจำปีตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งไม่ควรเป็นคำอธิบายที่เพียงพอ

“ควรต้องลงรายละเอียดให้ชัดเจนว่า จะนำงบมาจากกระทรวงใด จะตัดลดงบประมาณส่วนไหน หรือจำเป็นต้องกู้เพิ่มหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินภาระทางการคลังและผลกระทบในระยะยาวได้อย่างแท้จริง” รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย