คณิตศาสตร์เลือกตั้ง 69 ไม่ว่าสูตรไหน “เพื่อไทย”ก็ร่วมรัฐบาล

20 ม.ค. 2569 | 23:30 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ม.ค. 2569 | 01:25 น.

คณิตศาสตร์เลือกตั้ง 69 ไม่ว่าสูตรไหน “เพื่อไทย”ก็ร่วมรัฐบาล : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4168

KEY

POINTS

  • การวิเคราะห์ชี้ว่า ไม่มีพรรคใดชนะการเลือกตั้งแบบเด็ดขาด โดย 3 พรรคใหญ่อย่าง ประชาชน ภูมิใจไทย และ เพื่อไทย คาดว่าจะได้ที่นั่ง สส. สูงสุดราว 150 ที่นั่ง
  • พรรคเพื่อไทยถูกมองว่า เป็นตัวแปรสำคัญและอยู่ในทุกสมการของการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะได้อันดับ 1, 2 หรือ 3 ก็ตาม
  • คาดการณ์ว่าจะเกิด “รัฐบาล 2 ก๊ก” โดยสูตรการจับขั้วระหว่างพรรคเพื่อไทย (แดง) และ พรรคภูมิใจไทย (น้ำเงิน) ยังคงมีความเป็นไปได้สูง

ในห้วงนับถอยหลังโค้งสุดท้ายก่อนเปิดคูหาหย่อนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งทั่วไป วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 “คณิตศาสตร์ทางการเมือง” กลายเป็นหัวใจหลักของการประเมินว่า พรรคใด ค่ายใด จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หรือ ใครจะได้เข้าร่วมรัฐบาลบ้าง? 

แทบทุกสำนักวิเคราะห์ คอการเมือง และสำนักโพล ต่างเห็นตรงกันว่า เต็ง 1-3 ของสนามเลือกตั้ง หนีไม่พ้น 3 พรรคใหญ่ 3 ค่าย 3 สี

พรรคประชาชน (ส้ม)

พรรคภูมิใจไทย (น้ำเงิน)

พรรคเพื่อไทย (แดง)

3 ก๊ก 3 สีเร่งเครื่องโค้งท้าย

ตลอด 2 สัปดาห์สุดท้าย เกมการเมืองถูกเร่งเครื่องเต็มพิกัด ทั้งแอร์วอร์ กราวด์วอร์ การดีเบต และการระดมเวทีปราศรัยใหญ่ หวังปั่นกระแสให้เกิด “โมเมนตัม” พลิกเกมในนาทีสุดท้าย 

อย่างไรก็ดี เมื่อถอดสมการเชิงตัวเลขออกมา แทบทุกการประเมินตรงกันว่า ไม่มีพรรคใดแตะ 200 เสียงได้ 

เพดานสูงสุดของแต่ละค่ายอยู่ที่ราว 150 เสียงขึ้นไป ก็ถือว่าสวยงามในบริบทการเมืองปัจจุบัน

ค่ายส้มเจอด่านบ้านใหญ่ 

พรรคประชาชน ถูกประเมินว่าจะทำคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ ได้ดี มีลุ้นอันดับ 1 แต่ สส.เขต ต้องเผชิญโจทย์หิน คือ การเจาะฐาน “บ้านใหญ่” ที่ฝังรากลึกทั่วประเทศ

แม้พยายามปรับภาพลักษณ์ ลดเพดานนโยบายสุดโต่ง (ม.112) และส่งสัญญาณประนีประนอมมากขึ้น แต่เงื่อนไขทางอำนาจยังทำให้โอกาสตั้งรัฐบาลของ “ค่ายส้ม” ไม่ง่าย และไม่เปิดกว้างเท่าที่หวัง

ค่ายน้ำเงินหวังขึ้นแท่นเบอร์ 1

พรรคภูมิใจไทย วางหมากชัด ใช้ยุทธศาสตร์ “ดูดพลังบ้านใหญ่” ทั่วประเทศ หวังยกระดับจากพรรคตัวแปร เป็น หัวขบวนฝ่ายอนุรักษนิยม  
เป้าหมายคือขึ้นเป็นอันดับ 1 หรืออย่างน้อยอันดับ 2 เพื่อถือดุลอำนาจต่อรองจัดตั้งรัฐบาล และเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ หากจำนวน ส.ส.ทะลุเป้า

ค่ายแดงเดิมพันทวงแชมป์ 

พรรคเพื่อไทย กำลังเผชิญภารกิจไม่ง่าย หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในปี  2566 นับแต่ยุคไทยรักไทยปี 2544 ยุทธศาสตร์สำคัญคือ 

- ล็อกเป้า สส.เกรดเอ

- ดึง สส.เกรดบี-ซี เข้าสภาให้มากที่สุด

- ตั้งธงคว้าแชมป์สส.ภาคอีสาน และภาคเหนือ 

ขณะเดียวกัน ยังต้องกอบโกยคะแนน “บัญชีรายชื่อ” ให้ได้มากที่สุด เพื่อรักษาสถานะ “แกนนำจัดตั้งรัฐบาล” 

การดัน “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคลงสนามเต็มรูปแบบ ทั้งเวทีดีเบต โซเชียล และ เวทีปราศรัยใหญ่ โดยประเดิมรุกหนักที่ “นครราชสีมา” ซึ่งมีสส.ถึง 16 ที่นั่ง ถือเป็นหมากสำคัญของ “ค่ายแดง” ในโค้งสุดท้าย

                                   คณิตศาสตร์เลือกตั้ง 69 ไม่ว่าสูตรไหน “เพื่อไทย”ก็ร่วมรัฐบาล

หลัง 8 ก.พ.เริ่มเกมตั้งรัฐบาล  

ทุกการประเมินชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า หลังวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ จะเกิด “รัฐบาล 2 ก๊ก” โดยอีก 1 ก๊กถอยไปเป็นฝ่ายค้าน

ปัจจัยสำคัญที่ยังถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องคือ บทบาทของ “รัฐพันลึก” ซึ่งยังคงเป็นตัวแปรชี้ขาดสูงในดีลจัดตั้งรัฐบาล  

แหล่งข่าวในวงการเมืองระบุว่า คีย์แมน “ค่ายแดง” ได้เช็ค “ทิศทางลม” ไว้ล่วงหน้าแล้ว โอกาสที่เพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะในฐานะแกนนำ หรือ พรรคร่วมหลัก ยังมีสูง 

สูตร“แดง-น้ำเงิน”ยังไม่ตาย 

ไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร หาก“เพื่อไทย”ได้ สส. ไม่ต่ำกว่า 100 เสียง และอยู่อันดับ 1-3 โอกาสเข้าสู่ “ขั้วรัฐบาล” ยังเปิดกว้าง
พันธมิตรที่ถูกจับตา ได้แก่ 

พรรคภูมิใจไทย

พรรคกล้าธรรม

โดยเฉพาะสูตร “แดง-น้ำเงิน” ที่ยังไม่ถูกตัดทิ้ง

อย่างไรก็ตาม การจับมือกันของ 2 ค่ายใหญ่ ยังมีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเคลียร์ ได้แก่

1.คดีฮั้ว ส.ว. และคดีเขากระโดง

2.คดีมาตรา 112 และคดีที่เกี่ยวพันกับ “ทักษิณ ชินวัตร”

3.คดีในชั้น ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับปีกค่ายแดง ทั้งคลิปเสียง ตั๋ว PN การโอนหุ้น และ คดีภาษีชินคอร์ป 

ทั้งหมดคือ “ชนักทางการเมือง” ที่ผู้นำจิตวิญญาณของ 2 ค่ายต้องจัดการให้ลงตัว

แม้ผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่เมื่อกาง “สมการอำนาจ” ทั้งหมดออกมา ชื่อของ “พรรคเพื่อไทย” ยังอยู่ในทุกสูตรการจัดตั้งรัฐบาล 

ไม่ว่าผลจะจบที่อันดับ 1, 2 หรือ 3

“ค่ายแดง”ยังคงเป็นตัวแปรชี้ขาดอำนาจหลังหย่อนบัตรเลือกตั้ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้... 
                                           +++++

เปิดเงื่อนไขร่วมรัฐบาล 7 พรรค

หัวหน้าพรรคการเมืองและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จาก 7 พรรคการเมือง ได้แสดงเงื่อนไขการร่วม หรือ ไม่ร่วมรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนการเลือกตั้ง ในเวที NATION ELECTION 2569 กับการดีเบตหัวข้อ “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 259 ดังนี้ 

พรรคประชาชน โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 

ยืนยันไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และจะไม่โหวตสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย แต่หากพรรคประชาชนมีจำนวน สส. เข้มแข็งเพียงพอที่จะกำหนดทิศทางรัฐบาลและการคัดเลือกคณะรัฐมนตรี เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลยังคงเปิดกว้าง

พรรคเพื่อไทย โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 

พรรคเพื่อไทยไม่ต้องการร่วมงานกับผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริต โดยสิ่งสำคัญคือ การรับฟังเสียงประชาชน และการทำงานร่วมกับพรรคที่สามารถผลักดันนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อนำประเทศเดินหน้า ลดความขัดแย้ง และยืนหยัดในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

พรรคประชาธิปัตย์ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

ไม่ร่วมกับการเมืองที่มีการทุจริตแบบทุนเทา การสร้างความแตกแยกในสังคม หรือการถูกครอบงำโดยผู้ที่ไม่ควรมีอำนาจทางการเมือง โดยมองว่าเงื่อนไขดังกล่าวเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

พรรครวมไทยสร้างชาติ โดย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี 

ไม่มีประเด็นการแบ่งขั้วซ้าย–ขวา แต่เน้นการต่อสู้กับทุนพลังงาน เพื่อลดค่าไฟฟ้าและส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยไม่ตั้งเงื่อนไขใดที่นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง

พรรคประชาชาติ โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง 

ไม่ร่วมรัฐบาลกับผู้ทุจริต นักค้ายาเสพติด หรือผู้ใช้อำนาจโดยมิชอบ พร้อมประกาศยอมเป็นฝ่ายค้าน หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติภาพอย่างแท้จริง

พรรคไทยสร้างไทย โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  

ประกาศเจตจำนงชัดเจนในการสร้างการเมืองสุจริต ซึ่งระบุไว้ในข้อบังคับพรรค โดยจะไม่ร่วมรัฐบาลกับผู้ทุจริต พร้อมเสนอให้ทุกพรรคการเมืองร่วมให้คำมั่นต่อประชาชนว่า จะไม่โกง และจะปราบโกงอย่างจริงจังให้เป็นวาระแห่งชาติ

พรรคโอกาสใหม่ โดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ 

ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่ “ก้าวล่วงสถาบัน” อย่างเด็ดขาด ส่วนพรรคอื่น หากผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างถูกต้องและโปร่งใส พรรคโอกาสใหม่พร้อมพิจารณาร่วมงาน