KEY
POINTS
พรรคเพื่อไทย เปิดรายละเอียดนโยบายเศรษฐกิจใหม่ “ยิ่งกว่าพลัส 70 : 30” ผ่านเพจเฟซบุ๊กพรรค โดยชูเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม ในช่วงที่รายได้ของประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ฟื้นเต็มที่
พรรคเพื่อไทย ระบุว่า นโยบายดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย แบกรับค่าใช้จ่ายน้อยลงทันที ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการสนับสนุนจากภาครัฐ จากเดิมที่ประชาชนต้องควักเงินครึ่งหนึ่ง มาเป็นรูปแบบที่รัฐช่วยจ่ายมากขึ้น เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายในวงกว้างและต่อเนื่อง
มาตรการนี้ถูกออกแบบให้ เม็ดเงินกระจายตรงสู่เศรษฐกิจฐานราก ร้านค้าขนาดเล็ก ร้านอาหาร รถเข็น แผงลอย และผู้ค้ารายย่อยในชุมชน จะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ช่วยให้การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนไทยกลับมาคล่องตัวมากขึ้น
พรรคเพื่อไทย ย้ำว่า เงินทุกบาทไม่หายไปไหน เพราะจะหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ เกิดการใช้จ่ายซ้ำ การสั่งซื้อวัตถุดิบ การจ้างงาน และสุดท้ายรัฐยังได้รับภาษีมูลค่าเพิ่มกลับคืน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ “ครบวงจร” ตั้งแต่ผู้บริโภค ร้านค้า ไปจนถึงภาครัฐ
สำหรับเหตุผลในการเพิ่มสัดส่วนการช่วยเหลือ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า แม้ที่ผ่านมาโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะช่วยให้ GDP ปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 0.2% แต่เมื่อพิจารณาบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน พบว่า รายได้ของประชาชนจำนวนมากยังอยู่ในภาวะตึงตัว การให้ประชาชนควักเงินในสัดส่วนเดิม จึงไม่เพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างแท้จริง
ดังนั้น นโยบาย “ยิ่งกว่าพลัส 70 : 30” จึงเป็นการปรับกลไกให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจจริง เพิ่มแรงส่งให้เม็ดเงินลงไปถึงมือประชาชนและร้านค้ารายย่อยมากขึ้น เพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วงเปราะบาง และสร้างกำลังซื้อจากฐานรากขึ้นมาใหม่
ทั้งนี้ ในอินโฟกราฟฟิกที่เผยแพร่โดยพรรคเพื่อไทย ยังระบุข้อความว่า
“เพื่อไทยจริงจังทุกครั้งในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก บัตรสีชมพูเบอร์ 9 เลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะขาด”