เจาะสนามเลือกตั้ง 69 ตะวันออกเดือด “บ้านใหญ่”ผนึกล้างตาส้ม

16 ม.ค. 2569 | 23:30 น.

เจาะสนามเลือกตั้ง 69 ตะวันออกเดือด “บ้านใหญ่”ผนึกล้างตาส้ม : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • กลุ่ม "บ้านใหญ่" และพรรคการเมืองดั้งเดิมในภาคตะวันออกปรับยุทธศาสตร์ใหม่ โดยหันมาร่วมมือกันเพื่อทวงคืนพื้นที่จากพรรคประชาชน (ก้าวไกลเดิม) ในการเลือกตั้งปี 2569 หลังพ่ายแพ้ในปี 2566
  • ในสมุทรปราการ ตระกูลการเมืองต่างๆ จับมือลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ส่วนที่ชลบุรี กลุ่มบ้านใหญ่ที่เคยขัดแย้งกันก็กลับมาประสานงานและแบ่งเขตลงตัวเพื่อสู้กับพรรคประชาชนโดยตรง
  • การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ระหว่าง "กระแส" ของพรรคประชาชนที่แข็งแกร่งในเขตเมือง กับ "บารมี" และเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ของกลุ่มบ้านใหญ่ ที่ยังคงมีอิทธิพลในพื้นที่รอบนอก

สนามเลือกตั้ง “ภาคตะวันออก” ในการเลือกตั้งปี 2569 กำลังกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิการเมืองที่เข้มข้นที่สุด หลังจากการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกล ปัจจุบันคือ พรรคประชาชน สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการล้ม “บ้านใหญ่” แทบทุกจังหวัด โดยเฉพาะสมุทรปราการ ชลบุรี และ ระยอง พื้นที่ที่เคยเป็นฐานอำนาจของเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นมายาวนานหลายทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งรอบใหม่ ในปี 2569 นี้ ภาพการเมืองกำลังเปลี่ยนไป เมื่อบ้านใหญ่-พรรคการเมืองดั้งเดิม ปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ จาก “แตกกันเอง” เป็น “จับมือสู้ส้ม” หวังทวงคืนพื้นที่ และพิสูจน์ว่ารากฐานอำนาจแบบเครือข่ายยังไม่ถึงจุดจบ

บ้านใหญ่รวมพลังล้างตาส้ม

ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ถือเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของ สมุทรปราการ เมื่อ พรรคก้าวไกล กวาด 8 เขตยกจังหวัด ล้มทั้ง “กลุ่มอัศวเหม” และ พรรคเพื่อไทย ที่ผลัดกันครองพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2518 เขต 1 อัครวัฒน์ อัศวเหม พ่าย พนิดา มงคลสวัสดิ์ เขต 4 วรพร อัศวเหม แพ้ขาด วุฒินันท์ บุญชู เขต 7 ต่อศักดิ์ อัศวเหม แพ้ บุญเลิศ แสงพันธ์ “พิม อัศวเหม” บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชาชรัฐ ไม่ได้เข้าสภา

ความพ่ายแพ้ครั้งนั้น สะท้อนว่า กระแสการเมืองใหม่สามารถโค่น “บ้านใหญ่” ที่ครองอำนาจยาวนานกว่า 40 ปีได้จริง

 

มาถึงการเลือกตั้งในปี 2569 ก่อนหน้านั้น 21 พฤศจิกายน 2568 พรรคเพื่อไทย เปิดตัวผู้สมัครสส.สมุทรปราการ ครบ 8 เขต พร้อมบัญชีรายชื่อ 3 คน โดยมี อัศวเหม–เหมะ–กิจเลิศไพโรจน์–ประชา ประสพดี จับมือ “พักรบ” ไม่แข่งกันเอง และแบ่งเขตอย่างชัดเจน 

ผู้สมัคร สส.เขต 8 คน

1.อัครวัฒน์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ อดีตสส.หลานวัฒนา อัศวเหม 

2. ยงยุทธ สุวรรณบุตร อดีต สส.สมุทรปราการ  

3.ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ บุตรชาย สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต รมช.พาณิชย์

4.พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชลบุรี

5.ปิยะพงษ์ เหมะ บุตรชาย วรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พท.

6.นางนฤมล ธารดำรงค์ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรค พท.

7.นายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย 

8.นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรค พท.

ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ 3 คน 

1.ต่อศักดิ์ อัศวเหม อดีตสส.สมุทรปราการ 

2.ธนประเสริฐ จันทรักษรังษี 

3.จาตุรนต์ นกขมิ้น 

การคำนวณคะแนนย้อนหลังปี 2566 พบว่า หากรวมคะแนนอันดับ 2 และ 3 ของ “กลุ่มบ้านใหญ่”กับ “เพื่อไทย” จะชนะ “พรรคสีส้ม”ได้เกือบทุกเขต

ศึกชิงสส.สมุทรปราการ

เขต 1 อัครวัฒน์ อัศวเหม เพื่อไทย  ชน นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ ประชาชน 

เขต 2  ยงยุทธ สุวรรณบุตร เพื่อไทย ชน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ ประชาชน 

เขต 3 ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์  เพื่อไทย ชน พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ ประชาชน

เขต 4 พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ เพื่อไทย ชน ชนสิษฎ์ ยอมฉิม ประชาชน

เขต 5 ปิยะพงศ์ เหมะ เพื่อไทย ชน นางสาวนิตยา มีศรี ประชาชน

เขต 6 นางนฤมล ธารดำรงค์ เพื่อไทย ชน วีรภัทร คันธะ  ประชาชน

เขต 7 ประชา ประสพดี เพื่อไทย ชน บุญเลิศ แสงพันธุ์  ประชาชน

เขต 8 สลิลทิพย์ สุขวัฒน์  เพื่อไทย ชน เทพฤทธิ์ ภาษี ประชาชน

ทุกเขตเป็นการชนกันตรง ๆ ระหว่าง เพื่อไทย กับ พรรคประชาชน โดยผลหยั่งคะแนนล่าสุดสะท้อนว่า

สีส้ม 4-5 ที่นั่ง

สีแดง 3-5 ที่นั่ง

สีอื่น 1 ที่นั่ง

สมุทรปราการจึงไม่ใช่ “สนามปิด” ของพรรคประชาชนอีกต่อไป แต่เป็นสนามตัดสินว่ากลยุทธ์รวมตัวของบ้านใหญ่จะได้ผลหรือไม่

ชลบุรีบ้านใหญ่-บ้านใหม่ผนึกสู้ส้ม 

ชลบุรี ประชากรกว่า 1.23 ล้านคน มี สส. 10 ที่นั่ง ปี 2566 พรรคก้าวไกล คว้าไปถึง 7 ที่นั่ง ทิ้งให้ เพื่อไทย รวมไทยสร้างชาติ และ พลังประชารัฐ พรรคละ 1 ที่นั่ง

ความพ่ายแพ้ครั้งนั้น เกิดจากการแตกกันเองระหว่าง บ้านใหญ่คุณปลื้ม (สนธยา) กับ ทีมบ้านใหม่ สุชาติ ชมกลิ่น

สูตรใหม่ปี 2569 การเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งสองกลุ่ม จับมือประสานงาน-แบ่งเขตลงตัว เสริมด้วย ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม ส่งตัวแทนชนกับ“พรรคประชาชน”แทบทุกเขต

เขต 1 เมืองชลบุรี+แสนสุข+อ่างศิลา  สุชาติ ชมกลิ่น ภท. ชน วรท ศิริรักษ์ ปชน. และ รัฐรุจน์ ปิยะพงศ์ภัทร์ พท.

เขต 2 เมืองชลบุรี+บางทราย ธนวัฒน์ ภาวสุทธิ์ ภท. ชน วรรณิดา นพสิทธิ์ ปชน. และ จองชัย วงษ์ทรายทอง ปชป.

เขต 3 เมืองชลบุรี+พานทอง สิทธิพัฒน์ ภาวสุทธิ์ ภท. ชน ชวาลพลเมืองดี ปชน. และ พายุ เนื่องจำนงค์ พท.

เขต 4 บ้านบึง จิรวุฒิ สิงห์โตทอง ภท. ชน ลิขิต อัศวจารุวรรณ พท. และ นภัสวรรณ มณีรัตน์โรจน์ ปชน.

เขต 5 พนัสนิคม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ภท. ชน ประมวล เอมเปีย พท. และ ณรงธร โพธิ์หมื่น ปชน.

เขต 6 สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์    ภท. ชน ษรกฤต ผลลูกอินทร์     พท. และ นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต ปชน.

เขต 7 สงกรานต์ ภาชนะ ภท.ชน นฤพล    นิยมทรัพย์ พท. และ สหัสวัต คุ้มคง ปชน.

เขต 8 เชาวลิตร แสงอุทัย ภท. ชน ชาญยุทธ เฮงตระกูล พท. และ มนัสวิน จันทร์เจริญ ปชน.

เขต 9 แมน อินทร์พิทักษ์ ภท. ชน รัฐกิจ    เฮงตระกูล พท. และ ยอดชาย พึ่งพร ปชน.

เขต 10 พนธกร ใคร่ครวญ ภท. ชน สะถิระ เผือกประพันธุ์ กธ.  และ พล.ร.ต.นพดล บงกชกาญจน์ ปชป.

สนามเมืองชลจึงกลายเป็นการต่อสู้แบบ “หลายพรรคบ้านใหญ่” ปะทะ “กระแสส้ม” อย่างตรงไปตรงมา พร้อมสัญญาณว่า ยุค 3 ป. และ พลังประชารัฐ กำลังสิ้นสุดลง เปิดพื้นที่ให้สมการอำนาจใหม่ ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม-ประชาชน

                               เจาะสนามเลือกตั้ง 69 ตะวันออกเดือด “บ้านใหญ่”ผนึกล้างตาส้ม

ระยองส้มสะดุด-บ้านใหญ่ฟื้น

ระยอง คือ จังหวัดที่ “พรรคก้าวไกล” เคยล้มแชมป์ “ประชาธิปัตย์” และ พลังประชารัฐ ได้ครบทุกเขต ในปี 2566 ส่ง สส. เข้าสภา 5 คน และทำให้บ้านใหญ่ปิตุเตชะ “ไร้ที่ยืน” แต่สัญญาณเปลี่ยนเริ่มปรากฏชัดในระดับท้องถิ่น

การเลือกตั้ง อบต.มาบยางพร พรรคประชาชนทุ่มกำลังเต็มรูปแบบ ทั้ง สส. อดีต-ปัจจุบัน ขึ้นเวที ลงพื้นที่ และใช้โซเชียลเต็มที่ช่วยผู้สมัคร แต่กลับแพ้ขาดลอยกว่า 50%

ความพ่ายแพ้นี้สะท้อนว่า กระแสส้มในระยองเริ่มแผ่ว เมื่อเจอกับเครือข่ายฐานรากของบ้านใหญ่ “บ้านใหญ่แตก แต่ยังไม่จบ - ปิยะ ปิตุเตชะ เข้าภูมิใจไทย - สาธิต ปิตุเตชะ อยู่ประชาธิปัตย์”

แม้แตกพรรค แต่ยังคงอิทธิพลในพื้นที่ ผ่านเครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ระบบอุปถัมภ์ ที่ฝังลึกมานานกว่า 30 ปี

กระแส vs บารมี 

พรรคประชาชน ได้เปรียบในเขตเมือง กลุ่มคนรุ่นใหม่ และแนวคิดการเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ ขณะที่บ้านใหญ่ยังแข็งแรงในพื้นที่รอบนอกและชนบท ผ่าน เครือข่ายธุรกิจ-การจ้างงาน, ความผูกพันแบบพี่น้อง, ระบบดูแลชีวิตประจำวันของประชาชน

ปลายทางของศึกเลือกตั้ง “ภาคตะวันออก” อาจไม่ได้จบที่ใครชนะกี่ที่นั่ง แต่อยู่ที่คำตอบใหญ่กว่านั้น การเมืองไทยกำลังเดินไปในทิศทางใด 

หากพรรคประชาชนยังรักษาพื้นที่เมือง ฐานคนรุ่นใหม่ และคะแนนนิยมเชิงอุดมการณ์ไว้ได้ นั่นคือสัญญาณว่า การเมืองกระแสสามารถยืนระยะเหนือบารมีดั้งเดิม และ “บ้านใหญ่” อาจไม่ใช่คำตอบของอนาคตอีกต่อไป 

แต่หากบ้านใหญ่สามารถรวมพลัง ล็อกฐานเสียงรากหญ้า และเปลี่ยนการเมืองแบบเครือข่ายให้ทันสมัยขึ้น การเลือกตั้งครั้งนี้ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ การฟื้นคืนอำนาจท้องถิ่น ในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่การถอยหลัง แต่คือ การปรับตัวเพื่ออยู่รอด

สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จึงไม่ใช่เพียงสนามเลือกตั้งระดับจังหวัด แต่คือ สมรภูมิสะท้อนอนาคตโครงสร้างอำนาจการเมืองไทย
และในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ว่าผลจะออกหน้าใด สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ภาคตะวันออก จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...

รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ