“สุริยะ”แจงยกระดับคนละครึ่ง รัฐจ่าย 70% อุ้มร้านค้า-ท่องเที่ยวซบ

09 ม.ค. 2569 | 09:19 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ม.ค. 2569 | 09:24 น.

“สุริยะ”แจงเศรษฐกิจฝืด นักท่องเที่ยวหด ยกระดับคนละครึ่งรัฐช่วย 70% ประชาชนจ่าย 30% ควบคู่ “คนไทยไร้จน” เติมรายได้ขั้นต่ำวันละ 100 บาท ดันรถไฟฟ้า-สนามบินใหม่ แก้รถติดเชียงใหม่

KEY

POINTS

  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย แจงเหตุเสนอนโยบาย "ยกระดับคนละครึ่ง"
  • เพิ่มสัดส่วนการช่วยเหลือจากรัฐเป็น 70% และให้ประชาชนจ่ายเพียง 30% เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย
  • มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว และ ภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซา

วันที่ 9 มกราคม 2569 ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ชี้แจงนโยบาย “ยกระดับคนละครึ่ง” ที่พรรคเพื่อไทยเตรียมผลักดัน หากได้จัดตั้งรัฐบาล โดยรัฐจะเพิ่มสัดส่วนการช่วยเหลือเป็นร้อยละ 70 ขณะที่ประชาชนจ่ายเพียงร้อยละ 30 เพื่อพยุงเศรษฐกิจฐานรากในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว และจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นายสุริยะ ระบุว่า ปัจจุบันรัฐบาลชุดปัจจุบันดำเนินโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อยู่แล้ว แต่สภาพเศรษฐกิจในขณะนี้แตกต่างจากอดีต โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อย พรรคเพื่อไทยจึงเสนอการยกระดับมาตรการเดิม เพิ่มสัดส่วนการสนับสนุนจากรัฐเป็นร้อยละ 70 ภายใต้เงื่อนไขการใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกับโครงการเดิม ทั้งนี้จะมีการพิจารณาคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการให้เหมาะสมกับสถานการณ์

“ขณะนี้นักท่องเที่ยวจับจ่ายไม่ไหว เพราะเศรษฐกิจแย่ และนักท่องเที่ยวไม่มาเที่ยว การเพิ่มสัดส่วนที่รัฐช่วย จะช่วยให้ร้านค้าอยู่ได้ และประชาชนยังมีกำลังซื้อ” นายสุริยะ กล่าว

นอกจากนี้ นายสุริยะ ยังกล่าวถึงนโยบาย “คนไทยไร้จน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย โดยจะเติมเงินให้ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือน ให้มีรายได้ขั้นต่ำครบ 3,000 บาท หรือเฉลี่ยวันละ 100 บาท แม้นโยบายดังกล่าวจะไม่สามารถทำให้คนไทยหลุดพ้นจากความยากจนทั้งหมดได้ แต่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และประคองชีวิตประชาชนในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำได้ในระดับหนึ่ง

ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นายสุริยะ ระบุว่า ปัญหาของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเรื่องที่ตนเคยนำมาศึกษาและผลักดันไว้ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีหลายโครงการที่เตรียมการไว้แล้ว อาทิ โครงการทางแยกต่างระดับแยกสันกลาง ถนนวงแหวนตัดกับทางหลวงหมายเลข 317 ไปยังอำเภอสันกำแพง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่

ขณะเดียวกัน จะมีการพิจารณาโครงการรถไฟฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากปัจจุบันประสบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งระบบขนส่งมวลชนทางรางจะช่วยแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้

สำหรับท่าอากาศยานเชียงใหม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ในสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้มีการปรับปรุงและพัฒนาสนามบิน ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ปัจจุบันสนามบินเชียงใหม่มีความสวยงามและสะดวกสบายมากขึ้น 

นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างสนามบินแห่งใหม่ โดยได้มีการศึกษาพื้นที่ไว้แล้ว เพื่อรองรับการขยายตัวของการท่องเที่ยวในอนาคต และลดปัญหาเสียงรบกวน เนื่องจากสนามบินเดิมตั้งอยู่ใจกลางเมือง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการเมืองว่า โครงการและนโยบายที่เตรียมไว้ซึ่งเป็นเรื่องยาก หากคนรุ่นใหม่หรือ “หลาน” เข้ามาเป็นรัฐบาลจะสามารถทำได้หรือไม่ นายสุริยะ หัวเราะก่อนตอบว่า “พูดไปแค่นั้น ก็สะเทือนพอสมควรแล้ว”