
"เพื่อไทย"ประกาศนโยบาย ยกระดับ “คนละครึ่ง” รัฐจ่าย 70 ประชาชน 30
พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่ลานคนเมือง “สุริยะ”ชูแพ็กเกจนโยบายคมนาคม–ค่าครองชีพ ยกระดับคนละครึ่ง รัฐจ่าย 70% ประชาชน 30% ขอเสียงเกิน 200 ที่นั่งยกเครื่องประเทศ “อิ๊งค์” โผล่ให้กำลังใจ
KEY
POINTS
- พรรคเพื่อไทยประกาศนโยบายใหม่ในการปราศรัยใหญ่ โดยจะยกระดับโครงการ “คนละครึ่ง”
- เสนอปรับสัดส่วนการจ่ายเงินใหม่ ให้รัฐบาลช่วยจ่าย 70% และประชาชนจ่ายเพียง 30%
- นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่กรุงเทพฯ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยเดินทางมาร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น จนเต็มพื้นที่ลานคนเมืองและล้นออกไปยังบริเวณโดยรอบ
เวทีดังกล่าวนำโดยแกนนำและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเพื่อไทย ทั้ง 33 เขตของกรุงเทพมหานคร ร่วมขึ้นเวทีอย่างพร้อมเพรียง โดยมีแกนนำพรรคคนสำคัญร่วมให้กำลังใจ อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายชูศักดิ์ ศิรินิล
นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้เดินทางมาร่วมเวทีเพื่อให้กำลังใจแกนนำพรรคและผู้สมัคร สส. โดยทันทีที่ปรากฏตัว ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากที่เข้ามาขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างต่อเนื่อง โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวสั้น ๆ ว่า “วันนี้มาให้กำลังใจ”
ต่อมาในเวลา 17.50 น. เมื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร และผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีพร้อมกัน ได้รับเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากผู้ร่วมชุมนุมอย่างกึกก้อง ก่อนจะร่วมถ่ายภาพบนเวทีกับประชาชน สร้างบรรยากาศคึกคักตลอดช่วงต้นของการปราศรัย
จากนั้นในเวลา 18.45 น. นายสุริยะ ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวว่า บรรยากาศที่ลานคนเมืองสะท้อนพลังของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง พร้อมย้ำว่าหากพรรคเพื่อไทยได้ สส. เกิน 200 คน จะสามารถ “ยกเครื่องประเทศไทย” ได้อย่างแท้จริง ทั้งการแก้ปัญหาปากท้องและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปพร้อมกัน
นายสุริยะ ระบุว่า นโยบายด้านคมนาคมของพรรคเพื่อไทยต้อง “ทั่วถึง ปลอดภัย และราคาถูก” โดยย้ำเป้าหมายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รถเมล์ปรับอากาศ 10 บาท ซึ่งสามารถทำได้ภายใน 3 เดือน พร้อมผลักดันโครงการบ้านเพื่อคนไทย ให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งรถไฟทางคู่ ท่าเรือ และสนามบินใหม่ เพื่อเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจประเทศ
“ผมทำการเมืองมา 25 ปี เป็นนักทำ ไม่ใช่นักพูด งานยาก งานท้าทาย ผมถึงจะทำ ทุกงานที่ผมตั้งใจไม่เคยล้มเหลว นอกจากทำเพื่อชาติบ้านเมืองแล้ว ผมยังทำการเมืองให้หลานมันดูด้วย” นายสุริยะ กล่าวท่ามกลางเสียงปรบมือ
นายสุริยะ ยังกล่าวถึงผลงานในอดีต โดยยกตัวอย่างโครงการสนามบินสุวรรณภูมิที่แล้วเสร็จในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และมีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่านโยบายที่ทำเพื่อคนไทย พรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าต่อเนื่อง
สำหรับนโยบาย “คนละครึ่ง” นายสุริยะ ประกาศยกระดับจากเดิม โดยเสนอให้รัฐจ่าย 70% และ ประชาชนจ่าย 30% เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่า นโยบายทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้จริง หากพรรคเพื่อไทยมีเสียงสนับสนุนในสภาเกิน 200 ที่นั่ง
“มีคนบอกว่าผมแก่แล้ว ผมแก่ขึ้นทั้งประสบการณ์และองค์ความรู้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้แก่ แต่ยิ่งใหญ่ขึ้น มีคนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่ออุดมการณ์ ผมเชื่อมั่น 100% ว่าเราทำได้ดีกว่านี้ แต่มีเงื่อนไขเดียว คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ต้องเลือกเพื่อไทยให้เกิน 200 คน” นายสุริยะ กล่าวทิ้งท้าย






