
'ป้ายหาเสียงเลือกตั้ง' ถ้าติดบดบังทัศนวิสัย-ขวางจราจร มีบทลงโทษอะไรบ้าง
สมรภูมิเลือกตั้ง 2569 เริ่มระอุ กกต. ย้ำกฎเหล็กการจัดทำและติดป้ายหาเสียง ต้องไม่บดบังจราจร-ไม่กีดขวางทางสัญจร กางเกณฑ์ขนาดและจำนวนชัดเจน หากพบผิดสั่งแก้ใน 5 วัน หากเมินเฉยเจอสั่งรื้อพร้อมเรียกเก็บค่าใช้จ่าย และอาจถูกนำไปสืบสวนทางกฎหมายต่อ
KEY
POINTS
- กกต. กำหนดให้การติดตั้งป้ายหาเสียงต้องไม่บดบังทัศนวิสัย ไม่กีดขวางการจราจร และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนหรือยานพาหนะ
- หากพบการติดตั้งป้ายที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้แก้ไขภายใน 5 วัน หากไม่ดำเนินการจะถูกรื้อถอนทันที โดยผู้สมัครหรือพรรคการเมืองต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
- การฝ่าฝืนระเบียบการติดตั้งป้ายอาจถูกรายงานไปยัง กกต. เพื่อนำไปสู่การสืบสวนหรือไต่สวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติของผู้สมัครได้
ท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่กำลังจะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ภาพของป้ายหาเสียงหลากสีสันที่จะปรากฏตามหัวเมืองและถนนสายต่างๆ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แสดงนโยบายหรือใบหน้าของผู้สมัครเท่านั้น แต่คือ "บททดสอบแรก" ของการเคารพกฎหมาย
ภายใต้ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ป้ายหาเสียงทุกใบต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่เน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อไม่ให้สมรภูมิการเมืองกลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
เปิดลายแทง "ขนาด-จำนวน" กฎเหล็กที่ผู้สมัครต้องแม่น
การจัดทำป้ายหาเสียงไม่ใช่เรื่องของใครจะใหญ่กว่าใคร แต่มีระเบียบที่ระบุไว้อย่างละเอียดในประกาศ กกต. พ.ศ. 2566 ดังนี้:
แผ่นป้ายหาเสียงทั่วไป
- ต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 130 เซนติเมตร และยาวไม่เกิน 245 เซนติเมตร
- ระบุรายละเอียดสำคัญให้ครบถ้วน ทั้งชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวน และวันเดือนปีที่ผลิตไว้ในตำแหน่งที่เห็นชัดเจน
ประกาศหาเสียง (ขนาดเล็ก)
- สำหรับการปิดประกาศในจุดที่กำหนด มีขนาดกว้างไม่เกิน 30 เซนติเมตร และสูงไม่เกิน 42 เซนติเมตร (เทียบเท่ากระดาษ A3)
ป้ายหน้าสำนักงาน
- พรรคการเมืองสามารถติดตั้งป้ายขนาดใหญ่พิเศษได้ที่ทำการพรรค หรือสาขาพรรค หรือศูนย์ประสานงานเขตเลือกตั้งละ 1 แผ่น
- โดยมีขนาดกว้างไม่เกิน 400 เซนติเมตร และยาวไม่เกิน 750 เซนติเมตร
ในส่วนของโควตาจำนวนป้าย กกต. กำหนดให้ผู้สมัครแบบแบ่งเขตจัดทำป้ายได้ไม่เกิน 2 เท่า ของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตนั้น
ส่วนพรรคการเมืองจัดทำได้ไม่เกิน 1 เท่า ของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในจังหวัดนั้นๆ
การจำกัดจำนวนนี้มีขึ้นเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำจนเกินไป
พื้นที่ "สีแดง" และโทษของการฝ่าฝืน: บดบัง-กีดขวาง เจอรื้อทันที
หัวใจสำคัญที่ กกต. เน้นย้ำคือ "ความปลอดภัยและทัศนวิสัย"
สถานที่ติดตั้งต้องเป็นพื้นที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำหนดไว้ล่วงหน้าเท่านั้น
โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องมีความมั่นคงแข็งแรง สะอาดสะอ้าน และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่บดบังทัศนียภาพหรือทัศนวิสัยที่ดี ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนหรือยานพาหนะ และต้องไม่กีดขวางการจราจรหรือทางสัญจร
หากผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด "ลักไก่" หรือเพิกเฉยต่อระเบียบเหล่านี้ กฎหมายได้วางกลไกการลงโทษไว้ชัดเจน:
มาตรการแจ้งแก้ไข: หัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบ (เช่น นายอำเภอ หรือผู้อำนวยการเขต) มีอำนาจแจ้งให้ผู้สมัครแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 5 วัน
มาตรการรื้อถอน: หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่ดำเนินการ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีอำนาจรื้อถอนหรือปลดป้ายออกทันที โดยที่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนทั้งหมด
มาตรการสืบสวน: การฝ่าฝืนนี้จะถูกรายงานไปยัง กกต. และอาจถูกนำไปใช้เป็นเหตุในการสืบสวนหรือไต่สวนตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณสมบัติหรือคะแนนนิยมในระยะยาวได้
มากกว่าแค่ป้าย: คือความรับผิดชอบต่อสังคม
นอกจากขนาดและสถานที่แล้ว เนื้อหาบนป้ายยังถูกจำกัดให้มีเพียงชื่อ รูปถ่าย หมายเลขผู้สมัคร สัญลักษณ์พรรค นโยบาย คติพจน์ หรือประวัติของผู้สมัครและพรรคการเมือง รวมถึงรายชื่อบุคคลที่พรรคเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
การติดป้ายต้องเป็นระเบียบ ห้ามติดทับซ้อนหรือปิดบังป้ายของผู้อื่น เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างยุติธรรม
การเลือกตั้งปี 2569 นี้ กกต. จึงขอความร่วมมือให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การหาเสียงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่กระทบต่อความปลอดภัยของสาธารณชน
ช่องทางร้องเรียน
สำหรับประชาชนที่พบเห็นป้ายที่ติดตั้งไม่เหมาะสม สามารถตรวจสอบข้อมูลหรือแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน กกต. 1444 หรือเว็บไซต์ www.ect.go.th

