thansettakij
thansettakij
"วรศิษฎ์"ลั่น ส.ค.นี้เห็นผลถอดผู้ทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นราชการ-ฟันอาญาซ้ำ

"วรศิษฎ์"ลั่น ส.ค.นี้เห็นผลถอดผู้ทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นราชการ-ฟันอาญาซ้ำ

03 ส.ค. 69 | 10:01 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ส.ค. 69 | 10:09 น.

"วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์" รมช.มหาดไทย ลั่นเดือน ส.ค.เห็นผล ถอดผู้ทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นราชการ ย้ำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องรับผิดคดีอาญา

KEY

POINTS

  • กระทรวงมหาดไทยสรุปรายชื่อผู้ทุจริตสอบท้องถิ่นแล้ว เตรียมส่งให้แต่ละจังหวัดดำเนินการถอดถอนออกจากราชการ โดยยืนยันว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในเดือนสิงหาคมนี้
  • ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมด ทั้งผู้กระทำและผู้ที่ได้รับการบรรจุโดยมิชอบ จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาทุกราย นอกเหนือจากการถูกถอดถอน
  • หลังการถอดถอนผู้ทุจริต จะมีการประกาศบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในลำดับถัดไปขึ้นมาบรรจุแทนตำแหน่งที่ว่างลง

รมช.มหาดไทย วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เผยการตรวจสอบทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นคืบหน้าเต็มที่ หลังสรุปรายชื่อผู้แก้ไขคะแนนแล้ว เตรียมเสนอ กสถ. และ ก กลาง ภายในสัปดาห์นี้ ก่อนส่งข้อมูลให้ทุกจังหวัดดำเนินการถอดถอนผู้ได้รับการบรรจุโดยมิชอบออกจากราชการ ยืนยันภายในเดือนสิงหาคมจะเห็นผลเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีอาญา

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า ขณะนี้การตรวจสอบและจัดทำรายชื่อผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนสอบแล้วเสร็จเรียบร้อย โดยขั้นตอนต่อไปจะเสนอเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในวันที่ 5 สิงหาคม เพื่อพิจารณาสรุปผลและกำหนดแนวทางปฏิบัติต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง

จากนั้น วันที่ 6 สิงหาคม จะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) เพื่อรับทราบ ก่อนส่งข้อมูลไปยังคณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด (ก จังหวัด) ทุกจังหวัดที่มีผู้ได้รับการบรรจุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน และแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นสังกัดดำเนินการถอดถอนบุคคลที่ได้รับการบรรจุโดยมิชอบออกจากตำแหน่ง

คดีทุจริตครั้งใหญ่แต่ใช้เวลาไม่นาน

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่าการดำเนินการใช้เวลานานกว่า 1 เดือน แต่เมื่อพิจารณาจากขนาดของคดี ซึ่งถือเป็นการทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีผู้เกี่ยวข้องนับหมื่นคน และต้องตรวจสอบข้อมูลจำนวนมหาศาล การดำเนินงานในช่วงเวลาประมาณ 1 เดือนเศษถือว่าเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้สามารถระบุตัวผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตได้เกือบ 6,000 คน โดยหลังจาก กสถ. และ ก กลาง มีมติแล้ว กระบวนการจะถูกส่งต่อไปยัง ก จังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดจะกำหนดวันประชุมเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ก่อนส่งต่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการถอดถอนผู้ได้รับการบรรจุ

รมช.มหาดไทยเชื่อว่า เนื่องจากเป็นวาระเร่งด่วน จังหวัดต่าง ๆ จะเร่งดำเนินการ และประชาชนจะได้เห็นการถอดถอนผู้เกี่ยวข้องภายในเดือนสิงหาคมนี้

ย้ำการถอดถอนเป็นอำนาจท้องถิ่น

นายวรศิษฎ์ อธิบายว่า แม้อำนาจในการบรรจุและถอดถอนข้าราชการท้องถิ่น จะเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ต้นทางของการสอบแข่งขันมาจากการประกาศผลของ กสถ. ดังนั้น หากพบว่าการประกาศผลสอบมีปัญหา กสถ. จำเป็นต้องเป็นผู้แก้ไขประกาศและส่งผลการตรวจสอบกลับไปยังท้องถิ่น 

หากไม่มีข้อมูลยืนยันจาก กสถ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะไม่สามารถดำเนินการถอดถอนผู้ได้รับการบรรจุได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานรองรับว่ามีการแก้ไขคะแนนหรือเกิดความผิดปกติในการสอบแข่งขัน

ประกาศบัญชีใหม่รองรับผู้เลื่อนลำดับขึ้นแทน

สำหรับตำแหน่งที่ว่างลงหลังการถอดถอน นายวรศิษฎ์ ระบุว่า กสถ. จะต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติใหม่ ทั้งในส่วนของการประกาศบัญชีผู้สอบแข่งขัน และหลักเกณฑ์การเรียกผู้มีสิทธิในลำดับถัดไปขึ้นมาบรรจุแทน เพื่อให้การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สะดุด

เปิดรายชื่อหรือไม่อยู่ระหว่างพิจารณากฎหมาย 

ส่วนประเด็นการเปิดเผยรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อสาธารณะ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาก่อนว่าสามารถเปิดเผยข้อมูลได้มากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม ในการส่งข้อมูลไปยังแต่ละจังหวัด จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลที่มีปัญหา ลักษณะความผิดปกติ และเหตุผลประกอบอย่างครบถ้วน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ประกอบการดำเนินการ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อเท็จจริงและสิทธิในการดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อถูกถามว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังต้องใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาหรือไม่ นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า กรณีนี้ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจเพิ่มเติม เนื่องจากข้อมูลและหลักฐานมีความชัดเจนว่ามีการแก้ไขคะแนนสอบ 

"เมื่อที่มาของการบรรจุไม่ถูกต้อง ก็ไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยให้บุคคลดังกล่าวดำรงตำแหน่งต่อไป" นายวรศิษฎ์ กล่าว

ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเตรียมเผชิญคดีอาญา

ในส่วนของการดำเนินคดี นายวรศิษฎ์ ระบุว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำการ ผู้ร่วมขบวนการ หรือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการแก้ไขคะแนนสอบ จะต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีอาญา

แม้แต่ผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการจากกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องถูกตรวจสอบและดำเนินคดีเช่นกัน เพราะถือว่าการได้มาซึ่งตำแหน่งเกิดจากการกระทำที่ตั้งใจฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ใช่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยสุจริต

ทั้งนี้ หลังจากกระทรวงมหาดไทยดำเนินการในส่วนของฝ่ายบริหารแล้ว จะส่งข้อมูลและพยานหลักฐานทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เงินเดือนที่ได้รับไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก

นายวรศิษฎ์ ยังกล่าวถึงกรณีเงินเดือนที่ผู้ได้รับการบรรจุจากการทุจริตได้รับไปแล้วว่า โดยหลักการแล้วบุคคลเหล่านี้ไม่ควรได้รับเงินเดือนตั้งแต่ต้น เพราะการเข้ารับราชการเกิดขึ้นจากกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการในส่วนนี้จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป