KEY
POINTS
วันที่ 9 มกราคม 2569 พรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง สส.ลำพูน นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมขึ้นเวที ท่ามกลางประชาชนที่หลั่งไหลมาร่วมรับฟังการปราศรัยอย่างคับคั่ง ณ กาดลำพูนจตุจักร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
การปราศรัยครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้สมัคร สส.ของพรรค ได้แก่ นายชัยณรงค์ ภู่พิสิฐ ผู้สมัคร สส.ลำพูน เขต 1 เบอร์ 8 และ นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ผู้สมัคร สส.ลำพูน เขต 2 เบอร์ 6 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนแสดงพลังสนับสนุนตลอดการปราศรัย
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเปิดเวทีว่า ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมตั้งคำถามกับประชาชนว่า หากลำพูนได้ สส. เพื่อไทยครบทั้ง 2 เขต จะให้ “คนเหนือเป็นนายกรัฐมนตรี” ได้หรือไม่ โดยย้อนถึงประสบการณ์เมื่อกว่า 20 ปีก่อน ที่ตนเคยลงพื้นที่ภาคเหนือร่วมกับ นายทักษิณ ชินวัตร ในยุคพรรคไทยรักไทย ซึ่งขณะนั้นประชาชนสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข จนนำไปสู่นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ที่เปลี่ยนชีวิตคนไทยทั้งประเทศ
“วันนี้ พรรคเพื่อไทยสานต่อการรักษาทุกที่ และต่อไปคือ “30 บาท AI” ไม่ว่าพี่น้องจะอยู่ไกล อยู่บนดอย หรือพื้นที่ห่างไกล ก็สามารถวิดีโอคอลพบแพทย์ได้ หมอเห็นประวัติการรักษา วินิจฉัยได้ตรงจุด และจัดส่งยาไปถึงมือประชาชนได้ทันที” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว พร้อมถามประชาชนว่า นโยบายนี้ดีหรือไม่ หากเห็นว่าดี ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทย
ศ.ดร.ยศชนัน ยังกล่าวถึงบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ว่า เป็นกำลังสำคัญที่ทุ่มเทดูแลประชาชน แม้บางครั้งตนเองจะเจ็บป่วยก็ยังทำหน้าที่ จึงขอประกาศนโยบายสนับสนุนสวัสดิการ อสม.อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีเกียรติ ศักดิ์ศรี และความสุข พร้อมย้ำว่า จังหวัดลำพูนเป็นพื้นที่แรกที่ตนเดินทางมาทันที หลังผลโพลขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ประกาศนโยบายสำคัญบนเวทีว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมสานต่อเจตนารมณ์พรรคไทยรักไทย ด้วยเป้าหมาย “คนไทยต้องไร้จน” โดยจะจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้ไม่ถึงวันละ 100 บาท หรือไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน ผ่านระบบเติมเงิน เพื่อคืนศักดิ์ศรีและความมั่นคงในการดำรงชีวิต
“เงิน 3,000 บาท ไม่ใช่เงินประชานิยม แต่คือเงินศักดิ์ศรีของคนไทย ระบบหลังบ้านจะรู้ทันทีว่าใครคือผู้ป่วยติดเตียง ใครคือผู้มีรายได้น้อย และใครมีศักยภาพในการต่อยอด คนรวยก็สามารถรวยขึ้นได้ ส่วนคนจนต้องได้รับการดูแล สร้างอาชีพ และเดินได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ย้ำว่า ขั้นตอนแรกคือทำให้ประชาชนฐานราก “ยืนอยู่ได้” จากนั้นจึงเดินหน้าปลดหนี้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นนโยบายประชานิยม แต่ยืนยันว่าเป็นนโยบายที่มองเห็นหัวใจของประชาชนอย่างแท้จริง
ช่วงท้ายการปราศรัย ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวสนับสนุน นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ที่ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ลำไย ซึ่งใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ พร้อมขอคะแนนเสียงให้ผู้สมัครทั้งสองเขต และขอแรงสนับสนุนตนเองในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เบอร์ 9 เพื่อเข้าไปทำงานร่วมกัน
“หลายคนบอกว่าพรรคเพื่อไทยเลือดไหล แต่ผมมองว่าไทยรักไทยกลับบ้านหมดแล้ว คนเดิมยังอยู่ คนรุ่นใหม่ก็เข้ามา ขอให้เลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค เพื่อให้ยศชนันได้เป็นนายกรัฐมนตรี” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย ท่ามกลางเสียงเชียร์จากประชาชนอย่างกึกก้อง