
‘สุรเดช’ รับไม้ต่อ ‘ลุงป้อม’ คุมเหนือ 62 เขต ลุยเฟ้นผู้สมัครพปชร.เกรด A
'สุรเดช' เผยได้รับมอบหมายจาก ‘พล.อ.ประวิตร’ ดูแลภาคเหนือทั้งหมด 62 เขต เดินหน้าคัดผู้สมัครเกรด A กว่า 30 คน ย้ำ พปชร.พร้อมเลือกตั้ง ชูนโยบายแจกเบ็ดไม่แจกปลา หนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด แก้ฝุ่น PM2.5
KEY
POINTS
- นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้ดูแลพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด 62 เขต
- มีภารกิจหลักในการเร่งคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. ที่มีศักยภาพสูงระดับเกรด A หรือ A- โดยจะใช้ผลสำรวจความนิยม (โพล) อย่างน้อย 2 แห่งในการตัดสินใจ
- ชูนโยบาย "แจกเบ็ด ไม่แจกปลา" เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ ไม่ใช่นโยบายประชานิยม และสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5
นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภาคเหนือว่า ได้รับมอบหมายจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้ดูแลภาคเหนือทั้งหมด ทั้งภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง
โดยภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัดประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน รวม 34 เขต
ส่วนภาคเหนือตอนล่าง 7 จังหวัดประกอบด้วย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิจิตร เพชรบูรณ์ รวม 28 เขต ซึ่งรวมภาคเหนือทั้งหมด 62 เขต ที่จะต้องดูแลทั้งหมด โดยตนในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมการสรรหาของพรรคอยู่แล้ว ก็ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ที่จะมาถึงในเวลาอันใกล้นี้แล้ว
โดยได้เร่งคัดสรรผู้สมัครในแต่ละเขต ซึ่งพยายามหาผู้สมัครที่มีศักยภาพสูงสุด คือต้องพยายามหาผู้สมัครเกรด A แต่ถ้าไม่ได้เกรด A จริงๆก็ต้องเป็น A- และตนจะลงไปช่วยในทุกจังหวัดของภาคเหนือ ซึ่งขณะนี้ได้มีการคัดเลือกและได้เคาะไปบ้างแล้วประมาณ 30 กว่าคน
ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้สมัครที่คัดสรรมาแล้ว เราจำเป็นจะต้องมีการทำโพลในพื้นที่อีกหรือไม่ นายสุรเดช กล่าวว่า เราทำโพล อยู่แล้ว และได้มีการพูดคุยกันแล้วว่าสุดท้ายแล้วเราต้องทำโพล ไม่ว่าใครจะคุยว่าตัวเองกว้างขวางแค่ไหน แต่สุดท้ายก็อยู่ที่โพล โดยโพลในพื้นที่จะไม่ใช้แค่โพลเดียว อย่างน้อยจะต้อง 2 โพลขึ้นไป เพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ซึ่งเราต้องเอาโพลที่ใกล้เคียงที่สุด
เมื่อถามว่า นโยบายที่จะนำไปใช้หาเสียงในพื้นที่ภาคเหนือ จะมีอะไรบ้าง นายสุรเดช กล่าวว่า ความจริงนโยบายของพรรคเราจะมีการปรับปรุงอยู่ตลอด และเข้าถึงทุกวัย ทุกกลุ่มโดยจะเน้นนโยบายแจกเบ็ด ไม่แจกปลา ไม่ใช่เป็นการเอาเงินไปแจก เพราะเมื่อเงินหมด ก็เท่ากับหมดไปเลย แต่ถ้าเป็นการแจกเบ็ด ก็จะเป็นการให้ประชาชนช่วยเหลือตัวเองหรืออีกนัยหนึ่งก็คือทำให้ประชาชนสามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองให้ได้ เพราะเราต้องการช่วยเหลือประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
โดยมีรูปแบบสนับสนุนในเรื่องการลงทุน มีเงินทุนเข้าไปช่วยในพื้นที่ชุมชนต่างๆ เพื่อเป็นการ พัฒนาชุมชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนไปด้วย ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย รวมถึงทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีสุขอนามัยที่ดี
ทั้งนี้ยืนยันว่าทุกนโยบายที่ออกไปจะต้องมีเหตุ มีผลและให้คำตอบกับประชาชนได้ เป็นนโยบายที่จับต้องได้และปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่นโยบายสร้างภาพ หรือนโยบายประชานิยมที่ทำจริงไม่ได้
นายสุรเดช กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ภาคเหนือมีการแข่งกันหลายพรรค และอาจจะมีเรื่องการแย่งตัวผู้สมัครกันด้วย แต่ตนคิดว่าพรรคพลังประชารัฐ มีภาษีดีกว่า ตรงที่พรรคเราเป็น พรรคเดียวที่มีผู้นำเป็นทหาร ซึ่งก็คือพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งท่านมีประสบการณ์มาก และเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าที่ผ่านมาทหารมีบทบาทสำคัญมาก ทั้งในเรื่องการป้องกันประเทศ บริเวณชายแดน และการดูแลประชาชนโดยเฉพาะล่าสุดปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ ทหารก็เข้าไปดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะมีอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆพร้อม
'พรรคพลังประชารัฐถือเป็นพรรคเดียวที่มีผู้นำเป็นทหารและเป็นพรรคที่มีปัญหาน้อยที่สุดในขณะนี้ เราเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมที่มีทั้งคนรุ่นใหม่ คนหนุ่ม สาว และรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์ ซึ่งผสมผสานทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ คนรุ่นเก่าก็ถือเป็นคนรุ่นเก่าที่แก่ประสบการณ์ เป็นขิงแก่ที่มีคุณภาพ ซึ่งหลายประเทศก็มีผู้นำที่มีอายุมากซึ่งก็บริหารประเทศมาได้หลายปี ดังนั้นไม่เป็นปัญหาเลย'นายสุรเดช กล่าว
เมื่อถามว่าในภาคเหนือขณะนี้มีปัญหาในเรื่องของสภาพอากาศเป็นพิษโดยเฉพาะขณะนี้ฝุ่น PM 2.5 ก็เริ่มกลับมาอีกแล้ว พรรคพลังประชารัฐจะมีนโยบายที่จะสนับสนุนเรื่องของพรบ.อากาศสะอาด เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ขณะนี้มีการเสนอไปที่สภาแล้วหรือไม่ นายสุรเดช กล่าวว่า เราสนับสนุนอยู่แล้วเรื่องของพรบ.อากาศสะอาด และตนได้ไปหาข้อมูลมาแล้วว่าทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาเรื่องของฝุ่น pm 2.5 ได้แบบถาวร
โดยได้ไปพบเทคโนโลยีสมัยใหม่จากต่างประเทศ ที่น่าสนใจ คือจะเป็นลักษณะของหอคอย ฟอกอากาศขนาดใหญ่ ซึ่งในต่างประเทศได้มีการทดลองและนำมาใช้แล้ว ซึ่งสามารถฟอกอากาศได้ เปลี่ยนอากาศที่เป็นพิษเป็นอากาศสะอาดได้ จะมีระบบกรองอยู่ โดยตนตั้งใจจะนำเสนอเรื่องนี้กับพรรคเพื่อให้พิจารณา ทั้งนี้เราอาจนำเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้มาดัดแปลงและผลิตเองก็ได้เพราะหากจะซื้อในต่างประเทศอย่างเดียวอาจจะใช้งบประมาณที่สูง






