thansettakij
thansettakij
อนุทินจ่อรีเซ็ต ศบก. ตั้ง“เอกนิติ”นั่งประธาน คุมพลังงานแทน“พิพัฒน์”

อนุทินจ่อรีเซ็ต ศบก. ตั้ง“เอกนิติ”นั่งประธาน คุมพลังงานแทน“พิพัฒน์”

01 เม.ย. 69 | 05:27 น.
อัปเดตล่าสุด :01 เม.ย. 69 | 06:54 น.

นายกฯ “อนุทิน”จ่อเซ็นตั้ง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” คุมทั้ง ศบก. และกระทรวงพลังงาน แทน “พิพัฒน์” หวังคลายข้อกังวลประชาชน ย้ำไม่ใช่ปมผลประโยชน์ทับซ้อน

KEY

POINTS

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมปรับโครงสร้างศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ใหม่
  • มีแนวคิดแต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ขึ้นเป็นประธาน ศบก. คนใหม่
  • นายเอกนิติ จะเข้ามากำกับดูแลกระทรวงพลังงาน แทน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดข้อกังวลในสังคม

วันที่ 1 เมษายน 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการปรับโครงสร้างการทำงานของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ศูนย์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงพร้อมกับรัฐบาลชุดก่อน หรือ “รัฐบาลหนู 1” และเมื่อเข้าสู่ “รัฐบาลหนู 2” จำเป็นต้องมีการจัดตั้งใหม่ เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนบุคลากรในหลายตำแหน่ง

โดยเบื้องต้นมีแนวคิดแต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขึ้นเป็นประธาน ศบก. คนใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสบายใจให้กับประชาชน รวมถึงลดความกังวลที่อาจเกิดขึ้นกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายอนุทิน ระบุว่า การปรับบทบาทดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางการบริหารงานที่ต้องการดึงศักยภาพของบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จากทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ยังมีความอ่อนไหว จึงต้องอาศัยความร่วมมืออย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ ในส่วนของการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรี มีแนวโน้มให้ นายเอกนิติ เข้ามากำกับดูแลกระทรวงพลังงาน แทน นายพิพัฒน์ เพื่อให้เกิดความสบายใจในสังคมมากขึ้น 

นายอนุทิน ย้ำชัดว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) แต่อย่างใด แต่เป็นการตัดสินใจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน นักวิชาการ หรือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น และได้รับความไว้วางใจจากสังคมมากที่สุด