thansettakij
thansettakij
'สุรเดช' เดือด! ซัดกัมพูชากลับกลอก หนุนฟ้อง UN เลิกเจรจาทุกเวที

'สุรเดช' เดือด! ซัดกัมพูชากลับกลอก หนุนฟ้อง UN เลิกเจรจาทุกเวที

11 พ.ย. 68 | 08:09 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ย. 68 | 08:16 น.

'สุรเดช พปชร.' จี้รัฐบาลไทยยุติเจรจาทุกช่องทางกับกัมพูชา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิด ชี้เชื่อถือไม่ได้ แนะฟ้องสหประชาชาติ-ประชาคมโลก ให้เห็นพฤติกรรมเจ้าเล่ห์

KEY

POINTS

  • นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประณามกัมพูชาว่ากลับกลอกและไม่น่าเชื่อถือ หลังเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิด
  • เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการเจรจาทุกเวทีกับกัมพูชา รวมถึง MOU ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะไม่มีประโยชน์
  • เสนอให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งพฤติกรรมของกัมพูชาต่อสหประชาชาติ (UN) และประชาคมโลกให้รับรู้
  • สนับสนุนให้กองทัพใช้มาตรการตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อหากกัมพูชายังคงรุกล้ำอธิปไตย และเสนอให้ปิดด่านชายแดนถาวร

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ทหารไทย เดินลาดตระเวนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาแล้วเหยียบกับระเบิดจนขาขาดอีกแล้วว่า ขอพูดในนามส่วนตัวในฐานะที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด เคยพูดแล้วว่ากัมพูชาเชื่อถือไม่ได้ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว เคยเสนอให้ยกเลิกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเวที JBC  GBC หรือ RBC  ซึ่งรัฐมนตรีที่ไปเจรจาในอดีตและมีข้อตกลงกลับมา 13 ข้อ ก็คือพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนปัจจุบันนั่นเอง

ซึ่งตอนนั้นก็บอกแล้วว่าให้ยกเลิกให้หมด เพราะกัมพูชาไม่มีความจริงใจ เมื่อเขาไม่มีความจริงใจ อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะต่างฝ่ายต่างอยู่ เราก็กั้นรั้วแบบถาวรไป โดยใช้แผนที่ 1/50,000 ยึดหลักเขตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5  

เพราะในหลักเขตจะมีสลักชื่ออยู่แล้วว่าเป็นแผ่นดินสยาม หรือกัมพูชา ซึ่งชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นเราสามารถสร้างกำแพงในหลักเขตของเราได้เลย 

นายสุรเดช กล่าวว่า กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจก่อน โดยเฉพาะการถอนอาวุธหนัก ถอนกำลังทหารออกไปให้หมด ไม่ต้องรอการเจรจา ตอนนี้ไม่ต้องมาพูดแล้วว่าเป็นพื้นที่พิพาทหรือไม่ เพราะที่ผ่านมากัมพูชาละเมิดเรามาตลอด ดังนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องมาสนใจแล้ว
ส่วนด่านที่บริเวณชายแดนนั้น ในเมื่อความสัมพันธ์ 2 ประเทศย่ำแย่แบบนี้ ก็ควรจะปิดด่านแบบถาวรไปเลย 

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

ส่วนคนไทยที่เคยค้าขายกับกัมพูชาก็ต้องปรับตัว ไปหาตลาดอื่นต่อไป เพราะถ้ากัมพูชามีความจริงใจกับเราจริงๆ ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการสู้รบกันก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่จะต้องซ่อมให้เรา หรือการชดเชยให้ประชาชนที่เสียชีวิต 

"อย่างที่ผมเคยพูดไว้ เขมรคบไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะ 2 พ่อลูก ฮุนเซนและ ฮุนมาเนต และตราบใดที่รัฐบาลไทยพยายามจะเอาน้ำเย็นเข้ารูป หรือยังพยายามที่จะใจดีสู้เสือ สักวันหนึ่งก็ต้องถูกเสือกัดตาย เราไปลูบหัวมัน ใจดีกับมัน แต่พอถึงเวลามันก็มาแว้งกัดเรา เพราะฉะนั้นเลิกเจรจา ยกเลิกทุกอย่างรวมไปถึง MOU 43 -44 ด้วย เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว MOU ที่เราทำมา 25 ปีเราได้ไปประโยชน์ตรงไหนบ้าง"

นายสุรเดช กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศที่ผ่านมาแอคชั่นได้ดีอยู่แล้ว ก็อยากให้ขยายผลต่อ ด้วยการบอกทั้งโลก บอกสหประชาชาติ ให้รับรู้ถึงพฤติกรรมของเขมร ไม่ใช่บอกเฉพาะมาเลเซียหรือ อเมริกาที่เป็นประเทศที่ 3 เท่านั้น แต่ต้องแจ้งให้ทั้งประชาคมโลกได้รู้ว่าเราไม่ได้เป็นคนเริ่ม กัมพูชาต่างหากที่เป็นคนเริ่มตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ทันได้เซ็นปฏิญญาสันติภาพ กัมพูชาก็มาทำแบบนี้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นจบเลยดีกว่า อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด และถ้าเขมรยังรุกรานอีก เราก็จะต้องตอบโต้ให้สมน้ำสมเนื้อ เราต้องใช้ไม้แข็งได้แล้ว ถ้าจำเป็นต้องใช้กำลัง ใช้อาวุธ ก็ต้องใช้ 

นายสุรเดช กล่าวด้วยว่า ขอชื่นชมการตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าจะมอบอำนาจการตัดสินใจให้กับกองทัพ การดำเนินการใดๆให้เป็นเรื่องของทหาร ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะทหารมียุทธศาสตร์ในการดำเนินการอยู่แล้ว มีประสบการณ์ และมีความพร้อม รัฐบาลทำหน้าที่เป็นเพียงแค่พี่เลี้ยงให้ก็พอแล้ว ขอสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป เพราะเรื่องนี้เรายอมต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้ากัมพูชายังคงลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิด และยังรุกล้ำเข้ามาอีก เราก็จำเป็นต้องมีการปะทะ ดังนั้นก็ปล่อยให้ทางทหารได้พิจารณาและตัดสินใจดำเนินการได้เลย