
เขย่า “สมาคม-มูลนิธิ” กรมการปกครอง ลุยกฎหมายใหม่ ตรวจสอบที่มาของทุน
กรมการปกครอง เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ... ให้ทันสมัยและเข้มงวด ให้ร่วมเสนอแนะได้ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. ถึง 15 พ.ย. 2567 ผ่าน www.law.go.th ยกระดับกำกับดูแล ตรวจสอบที่มาของทุน ป้องกันทำผิดกฎหมาย เพิ่มบทลงโทษแก่ผู้นำสมาคม มูลนิธิ
นายสมชัย เสิร์ฟประสิทธิ์พันธุ์ รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามใน ประกาศกรมการปกครอง เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติสมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. .... ลงประกาศ ณ วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ระบุว่า
ด้วยกรมการปกครองอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติสมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. .... โดยมีหลักการสำคัญ เพื่อเป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสมาคมและมูลนิธิ ที่ต้องมีขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงเพื่อควบคุมการดำเนินกิจการสมาคมและมูลนิธิให้กระทำการอันต้องด้วยกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 มาตรา 93 ตรี มาตรา 13 และมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ประกอบกับข้อ 9 ของกฎกระทรวงการพิจารณาการฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2564
การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบการจัดทำกฎหมาย ซึ่งจะรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานราชการเฉพาะกิจ กรมการปกครอง โทรศัพท์ 02-239-8555
สำหรับการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ชื่อการรับฟังว่า "โครงการการรับฟังความคิดเห็นประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติสมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ..." โดยมีผู้ได้รับผลกระทบ คือ สมาคม มูลนิธิ ประชาชน
สำหรับความเป็นมา สภาพปัญหาและเป้าหมาย ระบุว่า การประชุมหารือแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับสมาคม มูลนิธิ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การพนันออนไลน์ ตามพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 และการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินของคนต่างด้าว ตามประมวลกฎหมายที่ดิน เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 มีมติให้กรมการปกครองดำเนินการเกี่ยวกับสมาคม มูลนิธิ พิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสมาคม มูลนิธิ
โดยให้เพิ่มรายละเอียดเงื่อนไข ดังนี้
- การยื่นขอจัดตั้ง ให้เข้มงวดและรัดกุมขึ้น เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย
- มีการตรวจสอบที่มาของทุน เพิ่มวงรอบในการตรวจสอบ
- ควรเพิ่มบทลงโทษแก่ผู้นำสมาคม มูลนิธิ ไปใช้เป็นช่องทางในการกระทำความผิด
- การเลิกสมาคม มูลนิธิ ที่ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก
- ควรแก้ไขกฎหมายให้เหมาะสมและสามารถบังคับใช้ได้ในปัจจุบัน
- เพิ่มการฝึกอบรมให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และนายทะเบียนที่มีอำนาจอนุมัติในการจัดตั้ง
คำอธิบายหลักการหรือประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายหรือกฎหมายที่นำมารับฟังความคิดเห็น
1. ยกเลิกความในส่วนที่ ๒ สมาคม และส่วนที่ ๓ มูลนิธิ มาตรา ๗๘ ถึง มาตรา ๑๓๖ ในหมวด ๒ นิติบุคคล ลักษณะ ๒ บุคคล แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และความใน
หมวด 2 ความผิดเกี่ยวกับสมาคมและมูลนิธิ มาตรา ๔๙ ถึงมาตรา ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙
2. กำหนดบทนิยาม เงื่อนไข และวิธีการจดทะเบียนสมาคมและมูลนิธิ ให้มีความเหมาะสมชัดเจนยิ่งขึ้น
3. กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้จะเป็นกรรมการของสมาคมและมูลนิธิ เพื่อสามารถตรวจสอบได้และมีลักษณะเหมาะสมกับการดำเนินกิจการของสมาคมและมูลนิธิ
4. กำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับและพิจารณาอุทธรณ์สมาคมและมูลนิธิ เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับและพิจารณาอุทธรณ์สมาคมและมูลนิธิ เพื่อตีความในการบังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นไปในทางเดียวกันและเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และให้คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการกำกับและพิจารณาอุทธรณ์สมาคมและมูลนิธิเป็นที่สุด
5. กำหนดให้มีบทลงโทษ กรณีสมาคมหรือมูลนิธิดำเนินกิจการในลักษณะที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ และมีลักษณะเป็นการฉ้อโกงประชาชน และกรณีของผู้ที่เป็นกรรมการสมาคมหรือมูลนิธิแล้วแต่กรณีมีพฤติการณ์หรือกระทำการให้สมาคมหรือมูลนิธิเสื่อมเสียประโยชน์ โดยให้มีโทษทางอาญา โทษทางปกครอง และโทษทางพินัย โดยพิจารณาตามความหนักเบาแห่งพฤติการณ์และหลักความเป็นธรรมต่อประชาชนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน
ที่มา : การรับฟังความคิดเห็นประกอบการเสนอร่าง พ.ร.บ.สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ....






