
“นิสิต”ปลุกพลังทุกภาคส่วนต้านทุนผูกขาด ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม
เปิดตัวองค์กรส่งเสริมการแข่งขันเป็นธรรมต่อต้านทุนผูกขาด “นิสิต”เลขาองค์กรฯ แจงวัตถุประสงค์ หวังเห็นการลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง ชวนทุกฝ่ายร่วมมือต้านทุนผูกขาด
วันที่ 28 ม.ค.2567 ที่โรงแรมเอส31 สุขุมวิท องค์กรส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมและต่อต้านการผูกขาด Fair Competition & Anti-Monopoly Organization (FCAM) จัดเสวนา มีตัวแทนจากพรรคการเมือง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ภาคประชาชน และอีกหลายหน่วยงานเข้าร่วมเสวนาอย่างคับคั่ง
นายนิสิต อินทมาโน เลขาธิการองค์กรส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมฯ ชี้แจงถึงที่มาและความสำคัญในการจัดตั้งองค์กรว่า การเสวนาที่เกิดขึ้น เกิดจากคนตัวเล็กๆ หลายคน ที่มีความเชื่อ ความฝันเหมือนกัน อยากทำให้สังคมดีขึ้น
“เราเชื่อว่า สังคมที่ดีกว่า เกิดขึ้นได้ โดยการ่วมมือกันไม่ว่าจะเป็น นักวิชาการ นักการเมือง นักศึกษา หากอยากเห็นประเทศพัฒนาไปด้วยกัน ตนเป็นนักกฎหมายแข่งขันทางการค้าและการผูกขาด เมื่อได้ทุนไปเรียน อยากกลับมาทำอะไรให้ประเทศบ้าง เราสามารถขับเคลื่อนวาระนี้ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศได้”
นายนิสิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวกับการป้องกันการค้ากำไรเกินควร ป้องกันการผูกขาด ซึ่งกฎหมายป้องกันผูกขาด มีมาตั้งแต่ปี2522 จากวันนั้นจนถึงวันนี้ มีแค่ธุรกิจเดียว ที่กฎหมายบอกเป็นธุรกิจเฉพาะ มีพรบ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 และ ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2560 ปรากฏว่า ไม่มีแม้แต่คดีเดียว ที่เกิดข้อพิพาทนำคดีขึ้นสู่ศาล จากการแข่งขันไม่เป็นธรรม
ประเทศเราใช้กฎหมายดังกล่าวมา 4 ฉบับ แต่ยังไม่มีคดีขึ้นสู่ศาล ถามว่าเราจะอยู่อย่างนี้อีกนานแค่ไหน ตอนนี้เวียดนาม เคพีไอ สถาบันการศึกษา สูงกว่าเราไปแล้ว โดยจุดประสงค์ ถ้าทำได้จริง ได้สำเร็จ พรรคไหนนำไปใช้ก็ได้
สิ่งที่เราจะทำประกอบด้วย 4 C คือ 1. Concession นำไปสู่ economic parasite 2.Concentration market ที่กระจุกตัว 3. Consumer protection ที่ถูกลืม 4. Corruption สมการที่แก้ไม่ได้
“นับเฉพาะเรื่อง คอร์รัปชัน เรามีองค์กรเยอะ แต่การคอร์รัปชันกลับไม่ได้ลดลง วันนี้ก็ดี เราจะทำเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ หรือ เรื่องอื่นๆ แต่คงไม่ได้แก้ปัญหาได้ทั้งหมด
อีกทั้งในวันนี้ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยสูงอยู่เป็นอันดับ 4 ของโลก เราหวังว่า จะทำให้คนไทยนำธุรกิจไปแข่งขันได้ เหมือนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก สิ่งเหล่านี้คือวัตถุประสงค์ที่เราอยากให้เกิดขึ้น เชิญชวน นักการเมืองทุกพรรค ทุกมหาวิทยาลัย ก้าวนี้ถือเป็นก้าวแรก เพื่อร่วมกันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ได้”






