
“สภาพัฒน์”ส่อโยนผ้าขาวเจอรุมกินโต๊ะเวทีฟังความเห็นนิคมจะนะ
“สภาพัฒน์”ส่อโยนผ้าขาว หลังเจอส่วนราชการรุมกินโต๊ะเวทีรับฟังความคิดเห็นการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมจะนะ เพื่อกำหนดกรอบการจัดทำSEA ไม่คืบ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้เปิดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็น เพื่อกำหนดกรอบการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธ์ศาสตร์ (SEA) โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา สำหรับแผนพัฒนาเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ที่ ครม. มอบหมายให้สภาพัฒน์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปร่วมกันจัดให้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA และแผนแม่บทต่าง ๆ โดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ในเวทีมี นายวิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒน์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีส่วนราชการและอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับส่วนกลางและส่วนพื้นที่เข้าร่วมประชุมหลายหน่วยงาน
ทั้งนี้ แหล่งข่าวได้แจ้งบรรยากาศการประชุมรับฟังความคิดเห็นข้างต้น เป็นไปอย่างดุเดือดและมีข้อคำถาม ข้อสงสัยที่ผู้แทนสภาพัฒน์ ไม่สามารถอภิบาย หรือ ให้คำตอบกับที่ประชุมได้อย่างชัดเจนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งกรอบการศึกษาที่นำเสนอในวันนี้ ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ไม่มีสาระสำคัญที่จะพิจารณา (ระยะเวลาล่วงเข้าสู่เดือนที่ 3 หลัง ครม.มีมติ)
รวมทั้งยังไม่มีความชัดเจนว่า การทำ SEA จะนำไปสู่การได้ข้อยุติเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่ ทั้งที่เป็นกลุ่มสนับสนุนและกลุ่มคัดค้าน ได้หรือไม่, สิ่งใด คือ การยอมรับของทุกฝ่าย เป็นแนวทางและมาตรการใด, กรอบระยะเวลาการทำงานที่ไม่สามารถกำหนดห้วงเวลาการทำงานได้อย่างชัดเจน เพียงแต่ให้เหตุผลว่า โครงการพัฒนาที่มีความขัดแย้ง มักจะดำเนินการได้ยาก และส่วนใหญ่ที่ผ่านมาจากประสบการณ์ในต่างประเทศ ผลการศึกษาไม่สามารถดำเนินการให้เป็นข้อยุติทุกฝ่าย
การดำเนินการที่ไม่มีความชัดเจน ก็นำไปสู่การสร้างความเสียหายทั้งกรณีของส่วนราชการ เนื่องจากหลายส่วนราชการปัจจุบันมีการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมจะนะ ไปแล้ว แต่จำเป็นจะต้องชะลอการทำงานทั้งหมดตามมติคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะการทำงานหลายเรื่องขณะนี้อยู่ระหว่างการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งหากไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามปีงบประมาณตกไป
รวมถึงการเสียโอกาสของประชาชนที่จำเป็นต้องมีการพัฒนาในพื้นที่สืบเนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาคใต้ตอนล่าง เช่น รายได้การท่องเที่ยว การค้าขาย ฯลฯ ติดลบ คนตกงานเป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลยังไม่มีความพยายามในการสร้างแหล่งงานใหม่ให้กับประชาชนพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาที่ขาดการลงทุนขนาดใหญ่ที่เห็นผลเป็นรูปธรรมมากว่า 30 ปีแล้ว
ในขณะที่ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมลงประชุมฯ ได้แจ้งต่อแหล่งข่าวว่า การลงทุนทั้งหมดในการพัฒนาเป็นเรื่องของเอกชนที่มีความพร้อม เพราะเข้าใจว่ารัฐบาลต้องใช้งบประมาณไปใช้ในการพัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลเสนอให้มีการทำ SEA และจะใช้บังคับต่อภาคเอกชนให้ต้องดำเนินการตามผลการศึกษานั้น หากดำเนินการในพื้นที่แห่งนี้ ก็ขอให้นำไปใช้ในการพัฒนาการลงทุนของภาคเอกชนรายอื่นนอกพื้นที่ด้วยไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐานการทำงาน เพราะการลงทุนงบประมาณและทรัพยากรเป็นของเอกชน รัฐควรจะส่งเสริมให้ภาคเอกชนดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยรัฐบังคับวิถีให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเต็มที่และดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
ท้ายที่สุด ก่อนปิดการประชุม ประธานฯ ได้บอกกล่าวกับที่ประชุม และสร้างความประหลาดใจ ว่า สภาพัฒน์ไม่ได้อยากทำเรื่องแบบนี้ ทั้งที่ในวันรับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น สภาพัฒน์ถือเป็นหน่วยงานสำคัญตัวตั้งตัวตีสำคัญและกำลังจะออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีให้มีการศึกษา SEA ต่อโครงการพัฒนาของรัฐ







