thansettakij
thansettakij
“ไทยสร้างไทย”รุดช่วย “ครูน้อย”ยกเป็นปูชนียบุคคลที่รัฐต้องดูแล

“ไทยสร้างไทย”รุดช่วย “ครูน้อย”ยกเป็นปูชนียบุคคลที่รัฐต้องดูแล

31 ต.ค. 64 | 05:48 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ต.ค. 64 | 12:56 น.

“ไทยสร้างไทย”รุดช่วย “ครูน้อย” ยกเป็นปูชนียบุคคลที่รัฐต้องดูแล ตามนโยบาย“บำนาญประชาชน 3,000 บาท” แนะรัฐสร้างงานสร้างอาชีพ แก้ปัญหาคนไร้บ้าน หลังเจอวิกฤติโควิดและพิษเศรษฐกิจ

 

พรรคไทยสร้างไทย โดย น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยและพัฒนาพรรค พร้อมด้วย ดร.เกณิกา ตาปสนันทน์ และทีมงาน ลงพื้นที่สถานสงเคราะห์เด็กยากจน เพื่อช่วยเหลือนางนวลน้อย ทิมกุล หรือ ”ครูน้อย” โดยมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาท

 

น.ต.ศิธา กล่าวว่า ครูน้อย นับว่าเป็นปูชนียบุคคลของด้านการทำสังคมสงเคราะห์ที่มีคุณูปการกับสังคมไทย เพราะได้ช่วยเหลือเด็กที่มีฐานะยากจน ให้ได้มีโอกาสทางการศึกษา และมีสิทธิได้รับการศึกษาภาคบังคับเท่าเทียมกับเด็กคนอื่นๆ

  “ไทยสร้างไทย”รุดช่วย “ครูน้อย”ยกเป็นปูชนียบุคคลที่รัฐต้องดูแล   “ไทยสร้างไทย”รุดช่วย “ครูน้อย”ยกเป็นปูชนียบุคคลที่รัฐต้องดูแล

 

 

“ครูน้อย เป็นตัวอย่างที่สร้างคุณูปการให้กับประเทศชาติมาอย่างยาวนาน จึงไม่ควรถูกปล่อยให้นอนติดเตียงอยู่ที่บ้าน อีกทั้งยังเป็นผู้สูงอายุที่ให้โอกาสในการช่วยเหลือคนไร้บ้าน และคนเร่ร่อน แต่ครูน้อยกลับไม่ได้รับโอกาสจากรัฐ ซึ่งในต่างประเทศกลุ่มอาสาสมัครเหล่านี้จะได้รับสวัสดิการที่ดี แม้แต่คนพิการยังได้รับบริการขึ้นแท็กซี่ฟรี แต่สำหรับบุคคลที่เคยช่วยเหลือคนเป็นหลายพันชีวิต กลับต้องนอนติดเตียง และไม่ได้รับสวัสดิการใดจากภาครัฐ มีเพียงบัตร 30 บาท รักษาทุกโรค และเบี้ยผู้สูงอายุ 800 บาท

 

จึงเป็นเหตุผลที่พรรคไทยสร้างไทย มีนโยบาย เพื่อตอบแทนผู้สูงอายุให้อยู่อย่างมีคุณค่า และมีศักดิ์ศรี ด้วยนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจให้กับผู้เสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองสามารถขับเคลื่อนทางสังคมได้” น.ต.ศิธากล่าว

   “ไทยสร้างไทย”รุดช่วย “ครูน้อย”ยกเป็นปูชนียบุคคลที่รัฐต้องดูแล

 

ด้าน ดร.เกณิกา กล่าวว่า ปัจจุบันหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 และ4 ผ่านมา ทำให้เกิดคนเร่รอน และคนไร้บ้านจำนวนมาก สาเหตุเกิดจากปัญหาเศรษฐกิจ ที่คนตกงาน และการเลิกจ้าง โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างจังหวัด และเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร ที่ได้กลายเป็นคนไร้บ้าน คนเร่รอน ซึ่งอาศัยอยู่ตามแนวถนนราชดำเนิน และอีกหลายจุดในกรุงเทพมหานคร ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ได้รับการเหลียวแล และช่วยเหลือจากภาครัฐ แม้ว่าบางคนจะอยู่ในระบบประกันสังคม แต่เงินที่ส่งไป ก็ไม่สามารถเบิกออกมาในยามที่วิกฤติได้ ต้องรอให้ครบตามกำหนดถึงจะเบิกออกมาได้

                           “ไทยสร้างไทย”รุดช่วย “ครูน้อย”ยกเป็นปูชนียบุคคลที่รัฐต้องดูแล

“ยิ่งวิกฤติโควิดกับวิกฤติเศรษฐกิจทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่ คนไร้บ้าน กับคนเร่รอน ก็เพิ่มจำนวนมากตามเท่านั้น ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นรัฐจะต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนกลุ่มนี้ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระให้กับคนอื่นๆในวันหน้า และดัชนีความเหลื่อมล้ำทางสังคมไทยก็จะต่ำลง”ดร.เกณิกา กล่าว