
ตั้งวงถกปม‘เอกสารลับปานามา’ ชงรัฐออก ก.ม.ต้องรายงานแสดงตัว
มูลนิธิต่อต้านการทุจริตตั้งวงถกปม"เอกสารลับปานามา" ยอมรับด้านหนึ่งเป็นวิธีปฏิบัติทางธุรกิจที่ทำกันทั่วโลก แต่ความคลุมเครือและขาดระบบตรวจสอบเปิดช่องให้เลี่ยงภาษีหรือฟอกเงินได้ หวังวางกติกาสร้างความโปร่งใสการจัดตั้งบริษัทนอกอาณาเขต
[caption id="attachment_49229" align="aligncenter" width="343"]
ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ
ประธานกรรมการบริหาร
มูลนิธิต่อต้านการทุจริต[/caption]
ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิต่อต้านการทุจริต เปิดเผยว่า มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จะร่วมกับมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด และศูนย์คุณธรรม(องค์กรมหาชน) จัดการสัมมนาเรื่อง"เอกสารลับปานามา" ที่ได้มีการเผยแพร่ออกมาระบุถึงการไปจดทะเบียนก่อตั้งนิติบุคคล ในพื้นที่หรือดินแดนที่ปลอดภาษีต่างๆ (หรือบริษัทนอกอาณาเขต) ซึ่งการไปดำเนินการธุรกรรมดังกล่าวไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายในตัวเอง หรือกระทำการอันมิชอบโดยตรง แต่มีบางเรื่องราวไปเกี่ยวโยงกับการฟอกเงินในบางส่วน สำหรับผู้คิดมิชอบ
"เราต้องการให้มีความชัดเจน และความเข้าใจอันดีของประชาชน รวมถึงระบบการตรวจสอบของเราด้วย มูลนิธิต่อต้านการทุจริตและพันธมิตร ต้องการให้เกิดความโปร่งใส ให้เรื่องนี้มีความกระจ่างชัด จึงจัดให้มีการสัมมนาระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปเสนอแนะรัฐบาลต่อไป"
เวทีสัมมนาดังกล่าวจะจัดขึ้นในช่วงเวลาตั้งแต่ 13.00 น.วันที่ 4 พฤษภาคมนี้ ที่ห้องประชุมนนทบุรี อาคารสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ โดยมีนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในประเด็นนี้มาปาฐกถาพิเศษ ต่อด้วยเวทีนำเสนอและวิพากษ์โดยผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผอ.สถาบันอิศรา ที่เป็นคนเปิดประเด็นนี้ นายทศพร รัตนมาศทิพย์ ประธานชมรมผู้ตรวจสอบและป้องกันการทุจริต สมาคมธนาคารไทย ในฐานะตัวแทนมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และนางรสนา โตสิตระกูล ตัวแทนมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด
นายวิชากล่าวอีกว่า มีหลายประเด็นเมื่อได้ข้อสรุปแน่ชัดจะได้นำเสนอรัฐบาลต่อไป อาทิ ให้ออกกฎหมาย วางระบบให้มีการรายงาน กรณีบุคคลไทยหรือนิติบุคคลไทย ที่ไปลงทุนในประเทศหรือเขตแดนปลอดภาษีเหล่านี้ ต้องรายงาน เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถติดตามตรวจสอบได้ว่าดำเนินการโดยโปร่งใสหรือไม่ โดยมอบหมายให้กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานหลักดูแลเรื่องนี้ เป็นต้น
"โดยหลักควรตรวจสอบว่า การเสียภาษีที่ได้รับการยกเว้นในการไปลงทุนที่นั่น มีอะไรที่ต้องปิดบังไหม ถ้าไม่ต้องก็แล้วไป เพราะเรื่องการเสียภาษีเป็นเรื่องที่รู้กันว่า ผู้ประกอบการก็ต้องพยายามบริหาร ถ้าเกิดมีรายได้ที่ต่างประเทศเขาก็สามารถบริหารจดทะเบียนเสียภาษีในต่างประเทศได้ ที่เรากังวลคือรายได้ที่เกิดในประเทศไทย และแทนที่จะเสียภาษีในเมืองไทย กลับไปดำเนินการในต่างประเทศที่ได้รับการยกเว้นภาษี อะไรอย่างนี้ อาจมีบางรายเป็นนักการเมือง ซึ่งเราก็ยังไม่ทราบ ต้องรอให้ทางฝ่ายปปง.ที่มีหน้าที่โดยตรง หรือดีเอสไอได้ดำเนินการ กำลังตรวจสอบก่อน
ส่วนที่ผู้ประกอบการแจงว่าการไปจดทะเบียนตั้งบริษัทนอกอาณาเขตทำกันเป็นปกติในวงการธุรกิจทั่วโลกนั้น นายวิชาย้ำว่า เราก็เข้าใจว่าทั่วโลกไม่เฉพาะไทยประเทศเดียว คนของประเทศอื่นๆ ก็ไปจดทะเบียน เพื่อจะได้ลดภาษีหรือไม่ต้องเสียภาษี แต่สิ่งที่เราต้องการคือ มันมีเหตุอะไร ประเทศไทยเราระบบภาษีมันแย่อย่างที่กล่าวอ้างกันหรือเปล่า ที่ว่าไม่มีความสะดวกอะไร สู้ไปจดทะเบียนในหมู่เกาะพวกนี้ไม่ได้ อะไรทำนองนี้ "ผมก็อยากให้ข้อเหล่านี้กระจ่าง ซึ่งทราบมาว่าท่านอดีตรัฐมนตรีธีรชัย มีความรู้ในเรื่องนี้อย่างดี หรือ ดร.ทศพร ตัวแทนมูลนิธิที่จะอภิปรายเรื่องนี้ เคยอยู่ธนาคารและเคยทำงานในสหรัฐอเมริกา จะให้ข้อมูลที่ดีมากในเรื่องเหล่านี้"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,153 วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_49229" align="aligncenter" width="343"]
ประธานกรรมการบริหาร
มูลนิธิต่อต้านการทุจริต[/caption]
ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิต่อต้านการทุจริต เปิดเผยว่า มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จะร่วมกับมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด และศูนย์คุณธรรม(องค์กรมหาชน) จัดการสัมมนาเรื่อง"เอกสารลับปานามา" ที่ได้มีการเผยแพร่ออกมาระบุถึงการไปจดทะเบียนก่อตั้งนิติบุคคล ในพื้นที่หรือดินแดนที่ปลอดภาษีต่างๆ (หรือบริษัทนอกอาณาเขต) ซึ่งการไปดำเนินการธุรกรรมดังกล่าวไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายในตัวเอง หรือกระทำการอันมิชอบโดยตรง แต่มีบางเรื่องราวไปเกี่ยวโยงกับการฟอกเงินในบางส่วน สำหรับผู้คิดมิชอบ
"เราต้องการให้มีความชัดเจน และความเข้าใจอันดีของประชาชน รวมถึงระบบการตรวจสอบของเราด้วย มูลนิธิต่อต้านการทุจริตและพันธมิตร ต้องการให้เกิดความโปร่งใส ให้เรื่องนี้มีความกระจ่างชัด จึงจัดให้มีการสัมมนาระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปเสนอแนะรัฐบาลต่อไป"
เวทีสัมมนาดังกล่าวจะจัดขึ้นในช่วงเวลาตั้งแต่ 13.00 น.วันที่ 4 พฤษภาคมนี้ ที่ห้องประชุมนนทบุรี อาคารสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ โดยมีนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในประเด็นนี้มาปาฐกถาพิเศษ ต่อด้วยเวทีนำเสนอและวิพากษ์โดยผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผอ.สถาบันอิศรา ที่เป็นคนเปิดประเด็นนี้ นายทศพร รัตนมาศทิพย์ ประธานชมรมผู้ตรวจสอบและป้องกันการทุจริต สมาคมธนาคารไทย ในฐานะตัวแทนมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และนางรสนา โตสิตระกูล ตัวแทนมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด
นายวิชากล่าวอีกว่า มีหลายประเด็นเมื่อได้ข้อสรุปแน่ชัดจะได้นำเสนอรัฐบาลต่อไป อาทิ ให้ออกกฎหมาย วางระบบให้มีการรายงาน กรณีบุคคลไทยหรือนิติบุคคลไทย ที่ไปลงทุนในประเทศหรือเขตแดนปลอดภาษีเหล่านี้ ต้องรายงาน เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถติดตามตรวจสอบได้ว่าดำเนินการโดยโปร่งใสหรือไม่ โดยมอบหมายให้กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานหลักดูแลเรื่องนี้ เป็นต้น
"โดยหลักควรตรวจสอบว่า การเสียภาษีที่ได้รับการยกเว้นในการไปลงทุนที่นั่น มีอะไรที่ต้องปิดบังไหม ถ้าไม่ต้องก็แล้วไป เพราะเรื่องการเสียภาษีเป็นเรื่องที่รู้กันว่า ผู้ประกอบการก็ต้องพยายามบริหาร ถ้าเกิดมีรายได้ที่ต่างประเทศเขาก็สามารถบริหารจดทะเบียนเสียภาษีในต่างประเทศได้ ที่เรากังวลคือรายได้ที่เกิดในประเทศไทย และแทนที่จะเสียภาษีในเมืองไทย กลับไปดำเนินการในต่างประเทศที่ได้รับการยกเว้นภาษี อะไรอย่างนี้ อาจมีบางรายเป็นนักการเมือง ซึ่งเราก็ยังไม่ทราบ ต้องรอให้ทางฝ่ายปปง.ที่มีหน้าที่โดยตรง หรือดีเอสไอได้ดำเนินการ กำลังตรวจสอบก่อน
ส่วนที่ผู้ประกอบการแจงว่าการไปจดทะเบียนตั้งบริษัทนอกอาณาเขตทำกันเป็นปกติในวงการธุรกิจทั่วโลกนั้น นายวิชาย้ำว่า เราก็เข้าใจว่าทั่วโลกไม่เฉพาะไทยประเทศเดียว คนของประเทศอื่นๆ ก็ไปจดทะเบียน เพื่อจะได้ลดภาษีหรือไม่ต้องเสียภาษี แต่สิ่งที่เราต้องการคือ มันมีเหตุอะไร ประเทศไทยเราระบบภาษีมันแย่อย่างที่กล่าวอ้างกันหรือเปล่า ที่ว่าไม่มีความสะดวกอะไร สู้ไปจดทะเบียนในหมู่เกาะพวกนี้ไม่ได้ อะไรทำนองนี้ "ผมก็อยากให้ข้อเหล่านี้กระจ่าง ซึ่งทราบมาว่าท่านอดีตรัฐมนตรีธีรชัย มีความรู้ในเรื่องนี้อย่างดี หรือ ดร.ทศพร ตัวแทนมูลนิธิที่จะอภิปรายเรื่องนี้ เคยอยู่ธนาคารและเคยทำงานในสหรัฐอเมริกา จะให้ข้อมูลที่ดีมากในเรื่องเหล่านี้"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,153 วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






