
ส.ว.ตั้งป้อม ควํ่า ร่างรธน. ตัดอำนาจโหวตนายกฯ
บรรดาส.ว. “เสรี-สมชาย-กิตติศักดิ์” ตั้งป้อมขวางฝ่ายค้าน-พรรครัฐบาล “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ตัดอำนาจโหวตส.ว. ชี้ร่างแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านผ่านยาก
การประชุมร่วมระหว่าง ส.ส. และ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะมีการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 14 ฉบับ วาระแรก ระหว่างวันที่ 23-24 มิ.ย.นี้
โดยมีหลายร่างที่เสนอแก้ไขให้ “ตัดอำนาจส.ว.” พ้นจากการ ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หรือที่เรียกว่า “ปิดสวิตช์ ส.ว.”
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ เพราะขณะนี้มี “บรรดา ส.ว.” หลายคนออกมาประกาศแล้วว่า จะไม่ลงคะแนนให้ผ่านร่างที่มีการแตะอำนาจของ ส.ว.
เขี่ยส.ว.ลุแก่อำนาจ
เริ่มจากนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ที่แสดงความเห็นถึงการยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล ที่แก้ไข ม.272 ตัดอำนาจส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ แต่ต้องมีเนื้อหาเหมาะสม ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ถ้าเป็นเช่นนี้ส.ว.ไม่ร่วมมือด้วยแน่นอน โดยเฉพาะการตัดอำนาจส.ว.โหวตนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เป็นการลุแก่อำนาจ ไม่เห็นด้วย
การโหวตเลือกนายกฯ ของส.ว. เป็นอำนาจตามบทเฉพาะกาล 5 ปี เพื่อมาแก้วิกฤติิประเทศ เสียงส.ว.ไม่มีผลอะไรเลย ถ้ามีเสียงสนับสนุนจากส.ส.ไม่ถึงครึ่งในการโหวตนายกฯ การแก้ ม.272 ทุกฝ่ายต้องเห็นพ้องต้องกันจึงจะสำเร็จ ถ้าส.ว.ไม่ร่วมมือด้วยก็ไม่มีทางสำเร็จ
“ผมขอเตือนสติให้รับรู้ว่า ใครที่ทำเก่งทำกล้า เสนอแก้รัฐธรรมนูญที่ลุแก่อำนาจ เน้นแต่หาเสียง สนุกปากเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าพรรคใดเสนอมาจะไม่ผ่านแม้แต่ร่างเดียว ส.ว.จะไม่รับร่าง เพราะไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา เป็นแค่การหาเสียง มุ่งแสดงอำนาจบาตรใหญ่” นายเสรี ระบุ
ถามส.ว.ทำผิดอะไร
เช่นเดียวกับ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ที่กล่าวถึงกรณีจะมีการ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” โดยตั้งคำถามกลับว่า ส.ว.ทำผิดอะไรที่จะมาปิดสวิตช์อำนาจเลือกนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ เพราะตามบทเฉพาะกาลรของรัฐธรรมนูญก็ผ่านความเห็นชอบมาจากประชาชนในการจัดทำประชามติ
เท่าที่ทราบการปิดสวิตช์ ส.ว.นั้นมี 2 ประเด็นที่มีการเรียกร้อง ได้แก่ การให้เหลือเพียงสภาเดียว โดยยุบวุฒิสภา ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าประเทศไทยยังเหมาะที่จะอยู่ในระบบ 2 สภา เหมือนประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา แต่ที่มาของ ส.ว.จะเป็นแบบไหนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่จะแก้ไข
แต่หากจะให้ยุบเหลือสภาเดียวคงเป็นไปไม่ได้ เพราะจำเป็นต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลกับสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมาช่วยกลั่นกรองเรื่องต่างๆ อีกชั้นหนึ่ง และเชื่อว่าสังคมไทยเองก็ยังไม่พร้อม
ส่วนอีกประเด็นที่มีการเรียกร้องปิดสวิตช์ ส.ว. คือ การยกเลิกอำนาจในการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งยืนยันว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้มีอำนาจส่วนนี้ ในช่วง 5 ปีแรก ซึ่งเป็นในช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ส.ว.ไม่ได้มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกฯ มีสิทธิ์เพียงร่วมโหวตเท่านั้น ดังนั้น ถ้าสภาผู้แทนราษฎรโหวตเลือกใครเป็นนายกฯ ส.ว.ก็แค่เห็นชอบตาม
ไม่จำเป็นปิดสวิตช์ส.ว.
นายสมชาย กล่าวด้วยว่า วันนี้ไม่จำเป็นต้องปิดสวิตช์ ส.ว.เพราะถ้ามีการยุบสภาขึ้นมา และมีการเลือกตั้งใหม่ หากส.ส.ลงเสียงมากพอที่ จะโหวตใครเป็นนายกฯ ได้ ส.ว.ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร และจากการที่ดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่มีการเสนอมา
“ผมก็ไม่มั่นใจว่าเสนอมาเพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนจริงหรือไม่ หรือเป็นการเสนอมาหลายมาตราเพื่อบังหน้าใช่หรือไม่ เพราะจริงๆ อยากแก้เพียง 3 ประเด็น คือ เรื่องบัตรเลือกตั้ง ปิดสวิตช์ ส.ว. และ เรื่องงบประมาณ ดังนั้น ควรถามสังคมว่าเห็นด้วยหรือไม่ เพราะถ้าแก้เพื่อประโยชน์ของฝ่ายการเมืองเท่า นั้น ไม่ว่าจะฝ่ายไหนประชาชนเขาก็คงกรนด่า”
นายสมชายยืนยันว่า ส่วนตัวไม่มีปัญหาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะได้เสนอมาตลอดว่าให้มีการแก้ไขรายมาตรา ซึ่งหากรับหลักการแล้วก็คงไปพิจารณารายละเอียดในชั้นแปรญัตติอีกครั้ง
ส.ว.ฟรีโหวต
ดังนั้น พรรคต่างๆ ที่เสนอมาต้องอธิบายให้ได้ถึงเหตุผล แต่ปัญหาตอนนี้ ส.ว. ยังไม่ได้เห็นร่างครบทุกร่าง ทั้งๆ ที่จะมีการพิจารณาในสัปดาห์หน้าแล้ว
“ต้องดูว่าร่างไหนเป็นประโยชน์ อันไหนที่ไม่เป็นประโยชน์ และเสียเวลาบ้านเมือง ผมก็ไม่โหวตให้ แต่ยืนยันว่าการโหวต ส.ว.จะปล่อยให้โหวตกันอย่างอิสระหรือฟรีโหวต ซึ่งวิปวุฒิสภา จะหารือกันเพื่อวางกรอบในการอภิปราย และสัดส่วนในการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) พร้อมจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ให้กับส.ว.ด้วย
“ผมไม่สามารถยืนยันได้ว่า ส.ว.จะเห็นด้วยทั้งหมดกับการคัดค้านการปิดสวิตช์ ส.ว. เรื่องอำนาจโหวตเลือกนายกฯ เพราะการพิจารณาครั้งที่แล้วก็ยังมีคนเห็นต่าง แต่เชื่อว่าไม่มีใครเห็นด้วยกับการยุบ ส.ว.ทั้งหมด”
ร่างฝ่ายค้านผ่านยาก
ทางด้าน นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.กล่าวเช่นกันว่า การที่ฝ่ายค้านจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราทั้งการให้ตั้ง ส.ส.ร. ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และการตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตนายกฯ นั้น โม้ได้ แต่จะทำได้หรือไม่ เพราะจะต้องอาศัยเสียงส.ว.1 ใน 3 หรือ 84เสียง ขึ้นไปสนับสนุน
“ดูแล้วร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านโอกาสผ่านยาก เพราะเรื่องการตั้งส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชามติก่อน หรือการตัดอำนาจส.ว.โหวตนายกฯ เป็นการทำเพื่อหาเสียง ขณะนี้เสียงส.ว.ตกผลึกเบื้องต้นจะให้ผ่านเฉพาะร่างแก้รัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ”
ส่วนร่างของฝ่ายค้านคงไม่ผ่าน ขณะที่ร่างพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนานั้น ถ้าเสนออยู่ในหลักการที่เป็นไปได้ ไม่สุดโต่ง ทำเพื่อหาเสียงให้ตัวเอง ส.ว.ก็ยินดีสนับสนุน แต่ถ้าสุดโต่งเกินไป ก็คงไม่ผ่าน ต้องไปหาเสียงสนับสนุนเอาเอง
“ผมยืนยันส.ว.ไม่ใช่อุปสรรคแก้รัฐธรรมนูญ และเป็นที่พึ่งฝากความหวังได้ เห็นแก่บ้านเมืองมากกว่านักการเมืองด้วยซํ้า” นายกิตติศักดิ์ ระบุ
รัฐสภาถกแก้รธน. 23-24 มิ.ย.64
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วม 3 ฝ่ายระหว่างรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ วุฒิสภา ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธาน ถึงการประชุมรัฐสภาว่า ในส่วนของการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 14 ฉบับ ในวันที่ 23-24 มิ.ย.นี้ ได้แบ่งเวลาการอภิปรายระหว่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภาฝ่ายละ 6 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง
โดยคาดว่า การอภิปรายในวาระแรกของรัฐสภาจะแล้วเสร็จในวันที่ 24 มิ.ย. เวลาประมาณ 16.00 น. หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการลงมติแบบเปิดเผยขานชื่อ โดยคาดว่าจะใช้เวลาลงมติประมาณ 6 ชั่วโมง จึงจะแล้วเสร็จ
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,689 หน้า 12 วันที่ 20 - 23 มิถุนายน 2564






