thansettakij
thansettakij
"อาคม" แจงพรบ.แพ่งและพาณิชย์ ประชาชนจ่ายดอกเบี้ยถูกลง

"อาคม" แจงพรบ.แพ่งและพาณิชย์ ประชาชนจ่ายดอกเบี้ยถูกลง

27 พ.ค. 64 | 06:57 น.

"อาคม" แจงพ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์ ประชาชนจ่ายดอกเบี้ยถูกลง สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ

วันที่ 27 พ.ค.64 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ชี้แจงพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กล่าวชี้แจงสาระคัญว่า อัตราดอกเบี้ยของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ใช้บังคับนานากว่า 95 ปี โดยไม่ได้มีการปรับให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ และสภาพเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ร้อยละ 5 ต่อปี เป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันที่มีอัตราเฉลี่ยร้อยละ 0.5 ต่อปี จึงทำให้ลูกหนี้ได้รับความเดือดร้อนจากภาระดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนดไว้สูงเกินสมควร จึงทำให้ประวิงเวลาในการฟ้องคดีของเจ้าหนี้เพื่อหาประโยชน์จากความไม่เหมาะสมของอัตราดอกเบี้ยในกฎหมาย
 

นอกจากนี้ในสัญญาให้สินเชื่อบางประเภทเจ้าหนี้มีอำนาจต่อสูงกว่าลูกหนี้มาก เจ้าหนี้จำนวนหนึ่งได้กำหนดวิธีการคำนวนดอกเบี้ยผิดรับชำระหนี้ในทำนองที่เอาเปรียบ และไม่เป็นธรรมต่อลูกนี้อย่างมาก เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจคำนวนจำนวนดอกเบี้ยผิดนัดในงวดนั้นได้จากเงินต้นคงค้างทั้งหมด แทนที่จะคำนวนต้นในงวดที่ถึงกำหนดชำระแล้วเท่านั้น หากลูกหนี้ผิดนัดหลายงวดติดต่อกันก็จะดอกเบี้ยผิดนัดก็จะสะสมจำนวนที่สูงมาก จนทำให้ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เกิดเป็นหนี้เสียส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาโรคโควิดทำให้ประชาชน และผุ้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมจำนวนมาก ไม่สามารถใช้หนี้ได้ตามปกติ กระทรวงการคลังจึงเห็นว่าการคำนวนดอกเบี้ยไม่เป็นธรรมดังกล่าว เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไข จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของเศรษฐกิจในประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องตราพ.ร.ก.ดังกล่าว

นายอาคม กล่าวว่า ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สอดคล้องกับสภาพการณ์และสภาพเศรษฐกิจ ลดภาระลูกกนี้จ่ายอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินสมควร และยังเป็นการแก้ปัญหาเจ้าหนี้จำนวนหนึ่งประวิงในการฟ้องคดีเพื่อมุ่งหวังที่จะหากำไรจากอัตรดอกเบี้ยในกฎหมายที่ไม่สมควร และให้เจ้าหนี้คำนวนดอกเบี้ยจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัดแล้วทำให้ลูกหนี้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง และได้รับความเป็นธรรมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะลูกหนี้ที่ประกอบวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมที่ไม่ได้ตั้งใจจะผิดนัดชำระหนี้ แต่เพราะผลกระทบจากวิกฤตโควิด ดังนั้นพ.ร.ก.ดังกล่าวจะช่วยลดการฟ้องร้องคดีระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ และลดโอกาสในการเกิดหนี้เสียต่างๆที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ดังนั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะอนุมัติร่างพ.ร.ก.ดังกล่าว