thansettakij
thansettakij
‘นิพนธ์’ไม่การันตี รัฐบาลอยู่ครบเทอม

‘นิพนธ์’ไม่การันตี รัฐบาลอยู่ครบเทอม

28 พ.ค. 64 | 05:25 น.
อัปเดตล่าสุด :28 พ.ค. 64 | 12:27 น.

‘นิพนธ์’ไม่การันตี รัฐบาลอยู่ครบเทอม : สัมภาษณ์พิเศษ นิพนธ์ บุญญามณี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,683 หน้า 10 วันที่ 30 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน 2564

นับตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 2564 นี้เป็นต้นไป “สภาผู้แทนราษฎร” จะมีการประชุมสมัยสามัญโดยมีเรื่องที่ต้องพิจารณาคือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 

ถัดไปวันที่ 31 พ.ค. ถึง 2 มิ.ย.2564 จะเป็นการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ซึ่งฝ่ายค้านได้จัด “ขุนพล” เตรียมชำแหละการจัดทำงบประมาณไว้อย่างเต็มที่ และได้ประกาศเอาไว้แล้วว่า จะ “ไม่รับ” ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ 

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ “นิพนธ์ บุญญามณี” รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ฐานเศรษฐกิจ” เห็นว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลก็สามารถผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณไปได้ ทั้งงบประมาณ 2563, 2564 เพราะฉะนั้นงบประมาณปี 2565 ก็ยังมีความมั่นใจอยู่ว่าน่าจะผ่านไปได้ 

“เป็นปกติธรรมดาที่สภาอาจจะมีข้อเสนอแนะอย่างนั้นอย่างนี้ และอาจจะมีกรรมาธิการไม่เห็นด้วยกับงบประมาณบางอย่าง ก็ต้องยอมรับว่าระบบมันต้องเป็นอย่างนี้ มีการตรวจสอบ การถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหาร กับ ฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นเรื่องธรรมดา เราก็ต้อง ฟังข้อท้วงติงของสภาว่าเขามีข้อกังวลเรื่องอะไร” 

 

• บรรยากาศในสภาไม่น่ามีปัญหา แต่นอกสภาจะมีปัญหาอะไรหรือไม่

นอกสภา ต้องวิเคราะห์กันไปเป็นช่วงว่า แต่ละเรื่องคืออะไร แต่ขณะนี้คิดว่าทุกอย่างอยู่ในวิสัยที่คุยกันได้ เศรษฐกิจ การเมือง ไม่มีใครกล้าทำนายอะไรนานๆ ก็ต้องดูแต่ละช่วง ในฐานะที่อยู่ในวงการเมืองมานาน ในขณะนี้ยังถือว่ายังพอคุยกันได้ 

ในรัฐบาลเองมีอะไรก็ต้องคุยกัน มันจะไม่เหมือนกับรัฐบาลที่มีพรรคเดียว เราเป็นรัฐบาลผสม ก็ต้องฟังแต่ละพรรค เพราะอาจมองปัญหาไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องพูดคุยกัน การพูดคุยกันในระหว่างพรรคร่วมก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่ต้องมีการพูดคุยกัน

 

‘นิพนธ์’ไม่การันตี รัฐบาลอยู่ครบเทอม

 

 

• การกดดันจากการเมืองนอกสภาจะมีผลอะไรหรือไม่ 

คิดว่ามีอะไรหลายอย่างต้องติด ตาม แต่สถานการณ์โควิดมีผลทั้งบวกและ ลบ เพราะว่าการที่คนชุมนุมรวมตัวกันไม่ได้ อันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ต้องไปดูว่าคนที่เขามาร่วมชุมนุมกันไม่ได้ เขานำปัญหาไปเสนอในทิศทางใด ช่องทางใด ก็ตามไปดูในช่องทางนั้นๆ แล้วปัญหาที่เขานำมาเสนอ นำไปสู่การแก้ไขให้ได้มากน้อยแค่ไหน เพียงใด อันนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องรับฟัง ชาวบ้านหรือประชาชน ต้องรับฟัง อะไรทำให้ไม่ได้ทันที ก็ต้องชี้แจง 

การเมืองก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีอะไรนิ่ง 100% การพูดคุยกันเป็นเรื่องจำเป็นในทางการเมือง เราปฏิเสธการพูดคุยไม่ได้ การชี้แจง การทำความเข้าใจ คิดว่าเป็นเรื่องหลักที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง  

แม้เราจะอยู่ในสถานการณ์โควิด แต่ต้องไม่ลืมว่าเรื่องปากท้องชาวบ้านก็เป็นประเด็นใหญ่ การแก้ปัญหาในสถาน การณ์โควิด แม้ว่าเราจะทุ่มเทเรื่องโควิด ต้องไม่ลืมเรื่องปากท้องชาวบ้าน ต้องไม่ลืมเรื่องทำอย่างไรให้ชาวบ้านได้มีงานทำโดยเร็วที่สุด มีรายได้เข้ามาเลี้ยงเจือจุนครอบครัว อันนี้เป็นสิ่งจำเป็น 

 

ถ้าหากชาวบ้านมีปัญหาเรื่องปากท้อง คิดว่ากระทบการเมืองแน่นอน ไม่ว่ามีวิกฤติิโควิดอย่างไร ต้องไม่ให้ชาวบ้านมีปัญหาเรื่องปากท้อง เรื่องอาหาร การกิน เรื่องปัจจัย 4 ต่างๆ มีความจำเป็น ต้องบริหารให้ได้ ประเทศต้องทำควบคู่ กันไปหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน 

เช่น การส่งเสริมการลงทุน การจ้างงาน ถ้าจะมี ต้องเตรียมความพร้อม อันนี้เป็นสิ่งจำเป็น ถ้าจะมีการลงทุนในช่วงนี้ถือวิกฤติิเป็นโอกาสเสีย วันไหนที่วิกฤติิโควิดหายไป เราก็ต้องมีความพร้อมที่จะรองรับภาคเอกชนมาลงทุน ในวันนี้เราคิดไปด้วยกัน ถ้าเราบอกว่ารอให้โควิดหายก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องนี้ มันก็เสียเวลา 

เพราะฉะนั้นในขณะที่เราเดินหน้าแก้ปัญหาโควิด เราก็ต้องมอบหมายภารกิจกันให้ชัดเจนว่า ใครจะเดินเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ใครจะเดินเรื่อง-รับผิดชอบเรื่องการลงทุนในประเทศ การจ้างงานในอนาคต แผนเหล่านี้ต้องมีอย่างเป็นรูปธรรม มีวันเวลาดำเนินการอย่างชัดเจน และแน่นอน อันนี้เป็นสิ่งจำเป็น

 

• การทำงานของรัฐบาลในช่วงนับถอยหลังจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร

คิดว่าเป็นเรื่องปกติในรัฐบาลผสม ที่พอย่างเข้าสู่ปีที่ 3 ที่ 4 ก็อาจจะมีความเห็นต่างกันบ้าง เพราะแต่ละพรรคก็อาจต้องไปดูเรื่องที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ ไม่อย่างนั้นก็จะเจอว่าภารกิจที่มอบหมายให้ตัวเองรับผิดชอบนั้น ทำไม่บรรลุภารกิจของกระทรวงนั้นๆ ก็ต้องไปดูภารกิจที่ได้รับมอบหมายในแต่ละกระทรวงด้วย 

เพราะในที่สุดหากจะต้องไปบอกกับชาวบ้าน ตอบคำถามประชาชนในช่วงเลือกตั้ง ก็ต้องรับผิดชอบในคำตอบเหล่านี้ ในผลสำฤทธิ์ในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เพราะฉะนั้นนี่เป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลผสม จะไปดูว่างานของกระทรวงที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนพูดถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมาย มันก็อาจจะหมิ่นเหม่ อาจจะก่อให้เกิดความเห็นต่างกันบ้าง

พอช่วงปีที่ 3 ที่ 4 มันเป็นช่วงที่ต้องบริหารด้วยความยากลำบากมากขึ้น อันนี้ก็ต้องระวัง

 

• รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่

ไม่กล้ายืนยัน แต่ส่วนหนึ่งในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็อยากเห็นรัฐบาลได้บริหารจนครบวาระ ครบเทอม แต่ในทางการเมือง ได้เรียนไปแล้วว่า ไม่มีใครไปการันตีได้ 100% ว่าจะครบ หรือ ไม่ครบ มันอยู่ที่การบริหารจัดการของท่านนายกรัฐมนตรีด้วย

 

• การเมืองทั้งในสภาและนอกสภาต่อไปนี้จะกดดันรัฐบาลหรือไม่

คิดว่าช่วงที่ผ่านมายังรุนแรงกว่านี้ แต่เราก็ประมาทไม่ได้ เพราะฉะนั้นสถานการณ์การเมืองต้องติดตามอย่าง ใกล้ชิด ในทางการเมืองประเด็นที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ยากลำบาก ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นต้องไปดูว่าเราสามารถแก้ปัญหาความ เดือดร้อนของประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน เพียงไร 

“เรื่องปากท้องสำคัญ การทำให้คนรู้สึกว่ายากลำบากในการอยู่ในชีวิตประจำวัน เดือดร้อนมากไม่มีใครมาดูแล มาแก้ไข อันนี้กระทบแน่ ต้องระมัดระวังเรื่องนี้” รมช.มหาดไทย กล่าวทิ้งท้าย