thansettakij
thansettakij
“หญิงหน่อย”ชงแก้เกณฑ์โควิด ตรวจที่ไหนรักษาที่นั่น จัดงบ 1.6 พันล้านตรวจเชิงรุก 

“หญิงหน่อย”ชงแก้เกณฑ์โควิด ตรวจที่ไหนรักษาที่นั่น จัดงบ 1.6 พันล้านตรวจเชิงรุก 

01 พ.ค. 64 | 11:48 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 64 | 11:45 น.

“คุณหญิงสุดารัตน์"เสนอ 3 ข้อสู้โควิด แก้ระเบียบยกเลิกหลักเกณฑ์ตรวจเจอที่ไหนรักษาที่นั้น งบ 1,600 ล้าน ลุยตรวจเชิญรุก 1 ล้านคน กันแพร่เชื้อในชุมชน ตั้งศูนย์คัดกรองทุกพื้นที่ นำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบให้ได้มากที่สุด 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ได้ทำบุญวันเกิดครบ 60 ปี พร้อมครอบครัว นอกจากนี้คุณสุดารัตน์ และแกนนำพรรคไทยสร้างไทยได้มอบ ตระกร้าสำหรับมอบให้บ้านที่มีผู้ติดเชื้อ ประกอบด้วยข้าวสารอาหารแห้ง พร้อมยาสามัญประจำบ้าน 2,000 ชุด

พร้อมด้วยหน้ากากอนามัย 200,000 ชิ้น, นำ้ยาฆ่าเชื้อ จำนวน 200 แกลอน, แจลล้างมือ และถุงขยะสีแดงเพื่อใส่ขยะติดเชื้อ ให้ทีมกทม.ไทยสร้างไทยแต่ละเขต นำไปช่วยดูแล และป้องกันโควิดให้ประชาชนในกรุงเทพฯ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงปัญหาการแพร่ระบาดของ covid-19 ที่ขณะนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นเรื่อยๆ ว่า สิ่งที่ควรทำเร่งด่วนในตอนนี้มีอยู่ 3 เรื่อง คือ 

1.ขอเสนอให้มีการแก้ไขระเบียบยกเลิกข้อกำหนดที่บอกว่าตรวจเจอที่โรงพยาบาลใด โรงพยาบาลนั้นต้องรับรักษา เนื่องจากพิสูจน์แล้วว่ามันทำให้เกิดปัญหาตาม และควรยกเลิกระเบียบที่กำหนดให้บุคคลจะเข้ารับการรักษาได้ต้องตรวจเจอเชื้อ covid -19 ก่อน เพราะนี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อ เนื่องจากกว่าคนจะรอคิวเข้าตรวจเชื้อต้องรอหลายวัน เข้ารับการตรวจแล้วต้องกลับไปรอผลที่บ้านอีกกว่าจะรู้ผล รู้ผลก็ต้องรอเตียงว่างอีก จึงจะได้รับการรักษา 

จึงทำให้มีการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน เป็นจำนวนมาก และทำให้ผู้ป่วยมีอาการหนัก และเสียชีวิตสูงมากขึ้น

นอกจากนี้ ควรมีการกระจายงบประมาณให้โรงพยาบาลบริหารจัดการตัวเองด้วย 

ข้อเสนอที่ 2 ควรเปิดศูนย์กลางคัดกรองผู้ป่วยทุกเขตในกรุงเทพฯ ทุกเขตทั้ง 50 เขต และทุกตำบลในต่างจังหวัด ใครก็ตามที่รู้สึกเจ็บป่วย แม้ยังไม่ทราบผลตรวจให้มาที่ศูนย์เพื่อคัดกรองเข้าสู่ระบบ ไม่ใช่ตรวจแล้วกลับไปรอที่บ้าน และการกลับไปรอที่บ้าน มันทำให้เกิดการแพร่กระจายในชุมชน ซึ่งขณะนี้เป็นแบบนี้ในหลายชุมชน 

และ 3.รัฐบาลควรเร่งเรื่องของการตรวจเชื้อโควิดให้ได้มากที่สุด ควรมีการตรวจเชิงรุกมากกว่านี้ เพราะปัจจุบันมีการตรวจเชิงรุกในแต่ละวันแค่หลักสิบ ซึ่งขอเสนอให้ตั้งงบประมาณ 1,600 ล้านบาท เพื่อปูพรมตรวจ 1 ล้านคน ในทุกพื้นที่ เพราะ สปสช. ก็ตั้งงบค่าตรวจให้ 1,600 บาท ต่อหัว จากนั้นให้ตรวจได้เลยทุกโรงพยาบาล ตรวจเสร็จก็นำเข้าระบบทันที แบบนี้ก็จะหมดปัญหา เรื่องของการรอเตียงและรอตรวจ 

"คนตรวจมากจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจจะดูสูงขึ้น เพราะเราตรวจเชิงรุก ทำให้พาคนติดเชื้อเข้าสู่ระบบได้มาก ประชาชนก็จะปลอดภัยเพราะคนติดเชื้อเข้ามาอยู่ในระบบ ไม่ปะปนอยู่ในชุมชน" คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควบรวมอำนาจการบริหารสถานการณ์ covid ไว้แต่เพียงผู้เดียว ว่า การบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นปัญหาตั้งแต่ต้นแล้ว ตั้งแต่การระบาดในรอบแรก คือมีการรวมศูนย์อำนาจไว้ในส่วนกลาง มีการตั้งศูนย์เกิดขึ้นมากมาย ไม่กระจายงบและอำนาจไปสู่โรงพยาบาลซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ 

ทั้งที่การบริหารในช่วงวิกฤติต้องทำให้การสั่งการสั้นที่สุด กระชับที่สุด แต่นี่ก็ไปตั้งศูนย์ต่างๆ ขึ้นมาเยอะแยะไปหมด สิ่งที่แปลกใจมากกว่านั้นคือ เอาฝ่ายความมั่นคงมาสู้รบกับเชื้อโรค ซึ่งในความจริงควรจะให้หมอเข้ามาดำเนินการ แล้วเมื่อมีการตั้งศูนย์ขึ้นมากมายในรัฐราชการไทยก็ทำให้เกิดความเห็นที่ไม่ตรงกัน เกิดความสับสนในข้อมูลอย่างที่ผ่านมา 

เมื่อนายกรัฐมนตรี รวบอำนาจมาไว้คนเดียว ก็ต้องรับทั้งผิดและชอบด้วย คือเมื่อรวบอำนาจมาแล้ว ต้องรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่ส่วนตัวคิดว่าควรจะมีการปรับการบริหารจัดการ เพราะที่ผ่านมารวมศูนย์อำนาจมาปีกว่า แต่บริหารจัดการไม่ได้ ก็เลยควบคุมการระบาดไม่เบ็ดเสร็จแบบนี้ 

“ผู้นำปัญหามันอยู่ที่ผู้นำ ผู้นำวันนี้ประชาชนต้องการคนที่สร้างความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจ ผู้นำที่ดีต้องมีแผนงานและเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน แบ่งหน้าที่อย่าให้ซ้ำซ้อน วิธีการสั่งการต้องสั้นที่สุด กำหนดระยะเวลาการดำเนินการให้สั้นที่สุด“ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

“หญิงหน่อย”ชงแก้เกณฑ์โควิด ตรวจที่ไหนรักษาที่นั่น จัดงบ 1.6 พันล้านตรวจเชิงรุก 

“หญิงหน่อย”ชงแก้เกณฑ์โควิด ตรวจที่ไหนรักษาที่นั่น จัดงบ 1.6 พันล้านตรวจเชิงรุก 

“หญิงหน่อย”ชงแก้เกณฑ์โควิด ตรวจที่ไหนรักษาที่นั่น จัดงบ 1.6 พันล้านตรวจเชิงรุก 

“หญิงหน่อย”ชงแก้เกณฑ์โควิด ตรวจที่ไหนรักษาที่นั่น จัดงบ 1.6 พันล้านตรวจเชิงรุก