thansettakij
thansettakij
"จิรายุ" -"ศักดิ์สยาม" เปิดศึกชำแหละรถไฟฟ้าสายสีส้ม

"จิรายุ" -"ศักดิ์สยาม" เปิดศึกชำแหละรถไฟฟ้าสายสีส้ม

18 ก.พ. 64 | 09:30 น.

"จิรายุ"ซัดแหลก"ศักดิ์สยาม"โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เอื้อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ด้าน รมว.คมนาคม ถามกลับ เอื้อประโยชน์ใคร เพราะโครงการยังไม่มีการประกาศผลว่าใครชนะ-ยังไม่เปิดซอง

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีส้ม โดยเผยว่าโครงการนี้มีพิรุธ มีไอ้โม่ง และมีผู้ที่ได้รับประโยชน์มากมาย  แถมเรื่องนี้มีตัวละครหลักหลากหลาย เสียดายที่นักกฎหมายอย่างนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และทีมเศรษฐกิจอยู่ด้วย คิดว่า จะรู้จริงแต่รู้ไม่ทันพรรคร่วมรัฐบาล

 

โดยเฉพาะนายศักดิ์สยาม ที่บริหารราชการแผ่นดินโดยเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติและประชาชน เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อให้มีสิทธิดำเนินงานในกิจการของรัฐ ไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ทุจริตต่อหน้าที่และปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในหน่วยงานที่กำกับดูแล สมคบกันเพื่อปิดบังการทุจริต เรื่องนี้ต้องถึงป.ป.ช. และหน่วยงานอื่นต่อไป เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้ครม. ไม่ว่าจะมายุคไหน มาจากคสช.หรือมาจากการเลือกตั้ง เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

 

“อย่าหาทำแบบนี้เด็ดขาดโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า1.2 แสนล้านบาท ว่า การประมูลโครงการดังกล่าวมีการดำเนินการตามพรบ.ร่วมทุนฯ โดยมีการตั้งคณะกรรมการ 8 อรหันต์ ตามมาตรา36 ส่วนใหญ่เป็นคนในกระทรวงคมนาคม และมีอำนาจสามารถแก้ไข้เปลี่ยนแปลงการประกวดราคาได้ โดยมีการจัด “ตามปฏิบัติการ16 วันทันใจนาย” เดิมพันที่เป็นผลประโยชน์ พร้อมใช้ทฤษฎีสมคบคิด แบ่งงานกันทำมีเจตนาพิเศษ


โดย 7ส.ค. บริษัท อิตาเลียนไทย ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเปิดประมูลว่าทำไม่ได้ ต่อมาวันดีเดย์ในวันที่ 21 ส.ค.63 จึงมีการแก้ไขเงื่อนไขการเปิดประมูล และ ได้มีการเชิญนายภคพงษ์ ศิริกันธรมาศ ผู้ว่าฯรฟม.มาร่วมประชุมด้วย ซึ่งไม่ใช่คณะกรรมการตามมาตรา36 และจากนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการประกวดราคาสายสีส้มในเวลาต่อมา” นายจิรายุ กล่าว
 

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า จากบันทึกการประชุมในวันที่ 21 ส.ค. 63 โดยมีเนื้อหาว่า คณะกรรมการบางคน มีการทักว่าทำได้หรือไม่ และจะเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำ และมีคณะกรรมการบางคนท้วงติงว่า เมื่อแก้ไขการประกวดราคา และเปิดประมูลไปแล้วจะขัดกฎหมายหรือไม่ แต่ผู้ว่าฯรฟม. บอกว่าเราสงวนสิทธิ์ไปแล้วว่าเปลี่ยนแปลงได้ และการแก้ไขแล้วจะเป็นประโยชน์กับภาครัฐและเอกชน


แต่ไฮไลต์สำคัญคือตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษา เป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องนี้ ตอบว่าเปลี่ยนเงื่อนไขการประกวดราคาได้ กระทั่งที่ประชุมมีมติแก้ไขเงื่อนไขการประมูล เว้นแต่ผู้แทนจากสำนักงบประมาณเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งตนอยากถามว่าทำไมผู้ว่าฯรฟม. ทำไมพึ่งมาคิดเปลี่ยนแปลง มีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่

 

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ต่อมามี บีทีเอส เอกชนที่ซื้อซองประมูลไปแล้ว ได้ฟ้องศาลปกครอง และต่อมาคณะกรรมการทั้ง8 คน ก็ล้มประมูล โดยไม่รอการตัดสินของศาล ตนขอบอกว่า คณะกรรมการฯได้ใช้เทคนิคทางการกฎหมายขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก ซึ่งไม่มีใครเขาทำกัน และ ตนจะบอกว่าตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษา ที่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการประกวดราคา ได้ลาออกจากบริษัทที่ปรึกษาในโครงการสีส้ม กระทั่ง ต่อมาในวันที่ 1 ตุลาคม ได้เป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทอท. คุมสายงานวิศกรรมการก่อสร้าง 

 

“บอร์ดทอท.ตั้งเป็นวาระลับ ถือเป็นเรื่องที่น่าสงสัย เพราะโครงการสีส้มเป็นโครงการใหญ่แล้วทำกันอย่างนี้หรือ นักลงทุนที่ไหนจะกล้ามาลงทุน เพราะเปิดประมูลไม่ตรงไปตรงมา แบ่งงานกันทำ และเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง โดยไม่เห็นประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชนใช่หรือไม่ และอยากเตือนเอาไว้ว่า ก่อนหน้านี้ศาลก็ได้ตัดสินจำคุก 6 ปี อดีตผู้ว่าฯรฟท.คดีแอร์พอร์ตลิงค์เอาไว้เป็นอุทาหรณ์ จึงเป็นเหตุให้ผมไม่ไว้วางใจนายกฯ และรมว.คมนาคม” นายจิรายุ กล่าว
 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงเกี่ยวกับ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 1.28 แสนล้านบาท ว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี) ระยะทาง 22.5 กม. จำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และ สถานียกระดับ 7 สถานี) ขณะนี้ มีความก้าวหน้า 76% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2567 เปิดให้บริการช่วง ต.ค. 2567 ที่ผ่านมาได้มีการปรับเกณฑ์พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคควบคู่กับด้านราคา (เกณฑ์การประเมินใหม่) และยกเลิกการประมูลเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2564 

 

ทั้งนี้การดำเนินการโดยใช้ข้อเสนอราคาร่วมกับข้อเสนอเทคนิคนั้น  เนื่องจากให้ความสำคัญเรื่องการขุดอุโมงค์ ที่ผ่านมาการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ก็มีปัญหาเรื่องสิ่งปลูกสร้างแตกร้าว ขณะเดียวกันระหว่างการก่อสร้าง พบว่าเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมใต้ดินเข้าสถานีสามยอดในโครงการส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน โดยเฉพาะอาคารบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย   ทำให้เทคนิคการก่อสร้างมีความสำคัญ เพราะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ต้องผ่านชุมชนหนาแน่น ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ การค้า รวมถึงพื้นที่สำคัญอื่นๆ

 

ส่วนการยกเลิกเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมานั้น ก็เป็นการดำเนินการตามกฎหมายที่มีการสงวนให้มีการยกเลิกได้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียได้ และได้มีการหารือสำนักนายกฯ แล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้ รฟม.ดำเนินการตามระเบียบ

 

“ผมขอเรียนชัดเจนว่า ที่กล่าวหาว่า การดำเนินการเอื้อประโยชน์ ผมขอถามกลับว่า เอื้อประโยชน์ใคร ใครได้ประโยชน์ เพราะโครงการนี้ ยังไม่มีการประกาศผลว่าใครชนะ ยังไม่มีการเปิดซอง ยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมดำเนินการตามกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่ และท่านนายกฯ สั่งการมาตลอด ผมต้องถามว่า ผิดกฎหมายตรงไหน แล้วเกี่ยวกับรัฐมนตรีว่าคมนาคมตรงไหนที่ไม่กำกับดูแล และผู้อภิปรายท่านเอาข่าวมาปะติดปะต่อ และใช้จินตนาการ”