thansettakij
thansettakij
ผลงานชิ้นโบแดง ทลายแก๊งขนแรงงานเถื่อน

ผลงานชิ้นโบแดง ทลายแก๊งขนแรงงานเถื่อน

17 ก.พ. 64 | 06:35 น.

ผลงานชิ้นโบแดง ทลายแก๊งขนแรงงานเถื่อน : รายงานหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,654 หน้า 10 วันที่ 18 - 20 กุมภาพันธ์ 2564

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ยุค พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นอกจากจะลุยจับกุมปราบปรามบ่อนการพนันต่างๆ รวมถึงบ่อนออนไลน์แล้ว  

ล่าสุด ยังโชว์ผลงานการจับกุมปราบปรามขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จนส่งผลกระทบต่อการระบาดอย่างแพร่หลายของเชื้อโรคโควิด-19 ในประเทศ ไทย เป็นระลอกที่ 2

พล.ต.อ.สุวัฒน์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวยศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับแถลงถึงผลปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพร้อมกันทั่วประเทศ สามารถจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย และขบวนการนำพาได้จำนวนมาก

พล.ต.อ.สุวัฒน์ ระบุว่า จากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งมีการแพร่ระบาดมาจากแรงงานต่างด้าว ในจังหวัดสมุทรสาคร ผลการสอบสวนโรคพบว่ามีสาเหตุมาจาก “ต่างด้าว” ที่หลบหนีเข้าเมืองมาจากประเทศเมียนมาโดยผิดกฎหมาย 

 

ผลงานชิ้นโบแดง ทลายแก๊งขนแรงงานเถื่อน

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

 

ดังนั้น เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งให้มีการกวาดล้างขบวนลักลอบขนแรงงานต่างด้าวอย่างเด็ดขาด สตช.จึงได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง มีพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

มีการดำเนินการไปทั้ง 2 มิติ ควบคู่กันไป มิติแรกคือ การสกัดกั้นการลักลอบตามแนวชายแดนและเส้นทางเชื่อมต่อแนวชายแดนที่สำคัญ โดยบูรณาการร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และกำลังตำรวจทุกหน่วย 

มีการตั้งจุดตรวจพื้นที่ชายแดน ทั้งหมด 284 จุด จุดตรวจพื้นที่ตอนใน 579 จุด ชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อลาดตระเวนตรวจสอบผู้ที่ลักลอบหลบจุดตรวจ เช่น ว่ายข้ามแม่นํ้า หรือ เดินเท้าข้ามป่า อีก 1,714 ชุดปฏิบัติการ 

อีกมิติ คือ การสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายที่ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งกระบวนการ ซึ่งพบว่าบางเครือข่ายก็มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

ผลการปฏิบัตินับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-11 กุมภาพันธ์ 2564 สามารถจับกุมด่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 396 ราย, นำหรือพาคนต่างด้าว​ 29 ราย และที่มีหมายจับค้างเก่าอีก 19 ราย, ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น คนต่างด้าวผิดกฎหมาย 91 ราย ยึดรถของกลางที่ใช้ในการนำพา 22 คัน

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายสำคัญจำนวน 21 จุด ในพื้นที่ 9 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 14 คน ยึดรถของกลาง 9 คัน และตรวจสอบรถยนต์ที่พบในบ้านผู้ต้องหาอีก 19 คัน และมีการสืบสวนขยายผลกจับกุมเครือข่ายนำพาแรงงานต่างด้าว มากกว่า 10 เครือข่าย

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 บก.สส.สตม. ได้จับกุม นางราตรี เวชสุวรรณ หรือ “เจ๊เพชร” ในความผิดฐานนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรฯ ซึ่ง “เครือข่ายเจ๊เพชร” เป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของภาคกลาง มีพฤติการณ์ลักลอบนำเข้า-ส่งออก แรงงานต่างด้าว จากประเทศเมียนมา มาส่งที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเกี่ยวพันกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

พฤติการณ์ของ “เจ๊เพชร” จะทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์ฝั่งไทย ประสานกับเอเย่นต์เมียนมา เมื่อมีแรงงานที่ต้องการเข้าประเทศไทย จะต้องเสียค่าดำเนินการตั้งแต่ 6,000-12,000 บาท และเอเย่นต์ในเมียนมาจะออกเอกสารผ่านแดนให้แรงงาน หรือ Border pass และเข้ามาทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุ นํ้าร้อน จ.กาญจนบุรี หรือ หากไม่มีเอกสารผ่านแดน ก็ลักลอบเข้ามาทางชายแดนธรรมชาติ 

จากนั้น “เจ๊เพชร” จะทำหน้าที่จัดหาที่ทำงาน และที่พักให้แรงงาน พร้อมสั่งให้ นายเย มิน และ กลุ่มนายอองโจ เป็นผู้ขับรถพาแรงงานไปยังที่พักดังกล่าวในจ.กาญจนบุรี และ สมุทรสาคร ตามพื้นที่รับผิดชอบ เบื้องต้นตำรวจสามารถจับกุมเจ๊เพชร รวมถึงนายเยมิน และกลุ่มของนายอองโจ ได้แล้วรวม 4 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง

 

ผลงานชิ้นโบแดง ทลายแก๊งขนแรงงานเถื่อน

 

จากการสอบปากคำทราบว่า เครือข่ายของ “เจ๊เพชร” ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวมาแล้วไม่ตํ่ากว่า 5 ปี แม้ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาจะปิดด่านพรมแดนข้ามประเทศ แต่เครือข่ายก็ยังขนแรงงานเข้ามาอย่างผิดกฎหมายต่อเนื่อง

ขณะนี้ “เจ๊เพชร” ถูกฝากขังอยู่ภายในเรือนจำกลางบางขวาง เนื่อง จากพนักงานสอบสวนเห็นว่า เป็นผู้มีอิทธิพล อาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในอนาคต จึงคัดค้านการประกันตัว 

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวด้วย ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับ ภ.8 ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายหลายจังหวัดในภาคใต้ “เครือข่ายกะพ้อ ยะหริ่ง” ซึ่งทำหน้าที่นำเข้าและส่งออกแรงงาน 3 สัญชาติ ระหว่างไทยและมาเลเซีย ประสานกับเครือข่ายของ “เจ๊ดา ดอนเมือง” ซึ่งได้ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาร่วมขบวนการ 10 คน ยึดรถของกลาง 7 คัน และสมุดบัญชีเงินฝากอีก 14 เล่ม

สำหรับเครือข่ายเจ๊ดา และ เครือข่ายจันดี ที่ลักลอบขนคนลาวและเขมร สามารถจับกุมเครือข่ายได้บางส่วนแล้ว จะดำเนินการขยายผลต่อไป

“ได้กำชับให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ใครที่เข้าไปเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือประชาชนก็จะต้องถูกดำเนินการทั้งอาญา และ วินัย ทุกราย” ผบ.ตร.ระบุ