thansettakij
thansettakij
มีหนาว! เปิดชื่อ 13 ส.ส. 6 พรรค ป.ป.ช.เร่งสอบ"จริยธรรม"ปมถือครองที่

มีหนาว! เปิดชื่อ 13 ส.ส. 6 พรรค ป.ป.ช.เร่งสอบ"จริยธรรม"ปมถือครองที่

11 ก.พ. 64 | 22:30 น.

เคส“ปารีณา”ถูกป.ป.ช.ฟันจริยธรรม ทำ 13 ส.ส. 6 พรรค มีหนาว “โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี-ศักดินัย นุ่มหนู-ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ - พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ - วุฒิพงษ์ นามบุตร - ชินวรณ์ บุณยเกียรติ - มานพ ศรีผึ้ง - สฤษดิ์ บุตรเนียร -สนอง เทพอักษร ณรงค์ - ประเสริฐ จันทรรวงทอง -สุชาติ ภิญโญ- สงวน พงษ์มณี- สุพล จุลใส” ป.ป.ช.เร่งสอบจริยธรรมปมถือครองที่ดิน 

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. เปิดเผยว่า กรณีชี้มูลความผิดทางจริยธรรมร้ายแรง ต่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบนั้น ยังมีกรณีลักษณะเดียวกัน ที่ ส.ส.อีก ราว 10 คน ถูกร้อง ต่อ ป.ป.ช.จากผู้ร้องคนเดียวกัน ให้มีการตรวจสอบ 

โดยขณะนี้ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริง ก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนต่อไป แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็น ส.ส.พรรคใดบ้าง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2562  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ไต่สวน ส.ส.จำนวน 13 ราย จาก 6 พรรคการเมือง กรณีถือครองที่ดินที่ส่อว่าจะผิดกฎหมาย หลังแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. โดยเฉพาะกรณีครอบครองที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5 และหรือ ส.ป.ก.4-01  
 

โดยรายชื่อ ส.ส. ทั้ง 13 ราย ได้แก่ 

พรรคอนาคตใหม่(ขณะนั้น) 2 คน คือ นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. (ปัจจุบันสังกัดพรรคภูมิใจไทย) และ นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด (ปัจจุบันสังกัดพรรคก้าวไกล) 

พรรคพลังประชารัฐ 2 คน คือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร (ปัจจุบันพ้นส.ส.ไปแล้ว) และน.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ 

พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน คือ นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี และ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช 

พรรคภูมิใจไทย 3 คน คือ นายมานพ ศรีผึ้ง ส.ส.นครสวรรค์  นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส.ปราจีนบุรี และ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ 

พรรคเพื่อไทย 3 คน คือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา และ นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน 

พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน คือ นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร 

 

 

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า ส.ส.ดังกล่าวได้ยื่นแบบแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 ได้ยึดถือครอบครองที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5 และหรือ ส.ป.ก. กันเป็นจำนวนมาก โดยน่าจะขาดคุณสมบัติของการมีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจาก ภ.บ.ท.5 นั้น เป็นเพียงเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภาษีดอกหญ้า) ซึ่งท้องถิ่นจะจัดเก็บ ไม่เกี่ยวกับว่าใครเป็นเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่เอกสารแสดงสิทธิ์ครอบครองที่ดิน เพราะเจ้าของที่ดินก็ยังคงเป็นของทางราชการอยู่ เพียงแต่อาจจะให้มีการใช้ประโยชน์ชั่วคราว แต่ไม่ถือว่าผู้ที่ใช้ประโยชน์นั้น เป็นเจ้าของที่ดิน 

ปัจจุบันมีคำสั่งกรมการปกครองเมื่อปี 2551 ได้สั่งให้ยกเลิกการเก็บภาษีดังกล่าวแล้ว เพราะปัญหา คือ ส่วนมากเป็นที่ป่าสงวน การแจ้งเสียภาษีก็แจ้งกันเองโดยไม่รังวัด บางรายครอบครองเป็นร้อยเป็นพันไร่ บุกรุกป่า ซึ่งที่ดินประเภทดังกล่าว ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่อย่างใด โดยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2519 กำหนดบรรทัดฐานไว้ว่า “ผู้ที่มีชื่อในใบเสร็จเสียเงินบำรุงท้องที่เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าผู้นั้นเป็นผู้เสียภาษีเท่านั้น ไม่ใช่หลักฐานแสดงว่าผู้นั้นมีสิทธิครอบครอง”

ส่วนที่ดิน ส.ป.ก.นั้น ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2518 กำหนดไว้ชัดเจน ว่าผู้ที่จะมีสิทธิยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินปฎิรูป ต้องมีอาชีพเป็นเกษตรกรเป็นหลัก โดยมี พ.ร.ฎ. กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร 2535 ไว้โดยต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ 1. มีฐานะยากจน 2. ผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรม และ 3. บุตรของเกษตรกรที่มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักเท่านั้น

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า ตามบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ ส.ส.ทั้ง 13 คนได้ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ปรากฏโดยชัดแจ้ง ว่ามีทรัพย์สินและรายได้ต่อปีเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการขัดต่อ พ.ร.ฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นเกษตรกร พ.ศ.2535 และมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2555 ได้กำหนดอัตรารายได้ของผู้ยากจนไว้ คือ ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปีเท่านั้น 

ดังนั้น ส.ส.เหล่านี้ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมรู้ว่าตนเองเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติของการได้สิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. หรือ ภ.บ.ท.5 ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น แต่กลับไม่ยอมสละที่ดินดังกล่าวคืนให้รัฐ เพื่อนำไปจัดสรรให้กับผู้ยากไร้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งเท่ากับว่าอาจมีเจตนาที่จะทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนกฎหมายอันเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรงในข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 และยังเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักในข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 17 และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมทั่วไปในข้อ 21 ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 บัญญัติอีกด้วย สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน เพื่อดำเนินการเอาผิดหรือลงโทษ ส.ส.ทั้ง 13 คน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่รอด! “ปารีณา” ส่อพ้นเก้าอี้ ส.ส.คดีรุกป่า ป.ป.ช.ฟันผิดจริยธรรมร้ายแรง

วิบากกรรม “ปารีณา ไกรคุปต์” พ้นส.ส.-ติดคุก?

“ปารีณา”ซีด! ป.ป.ช.ฟันผิดจริยธรรมร้ายแรงคดีรุกป่า-ส่อพ้นส.ส.