svasdssvasds

ขยายเวลาพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนใต้ต่อ 3 เดือน

14 ธ.ค. 2563 เวลา 4:13 น. 339

มติ คกก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ขยายเวลาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่ออีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.63 ถึง 19 มี.ค.64 เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ให้มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

14 ธันวาคม 2563 พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 4/2563   ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สมช. ทำเนียบรัฐบาล ที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนั้น ที่ประชุมได้รับทราบผลการปฏิบัติงานตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ห้วงวันที่ 20 ก.ย.-12 พ.ย.63 ซึ่งภาพรวมมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น เหตุการณ์การก่อเหตุร้าย มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องประชาชนในพื้นที่ได้รับการดูแล ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พร้อมทั้งมีความเข้าใจในความจำเป็นของการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยได้ให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือ เป็นอย่างดี 

 

แต่อย่างไรก็ตามจากการประเมินสถานการณ์ด้านการข่าว พบว่า ผู้ก่อเหตุความรุนแรงยังมีศักยภาพในการปฏิบัติการและยังมีสิ่งบอกเหตุที่จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงในรูปแบบต่างๆในพื้นที่ จึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องคงการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไปอีก

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบเรื่องที่ กอ.รมน.ภาค 4 จะดำเนินการจัดทำแผนการปรับลดพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ/สังคม ในพื้นที่ 3 จชต. รวมถึงการส่งเสริมให้มีการสร้างงานสร้างอาชีพแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แจงสื่อนอก "โฆษกรัฐบาล" ยืนยันไม่ปิดกั้นชุมนุม วอนม็อบอย่าก้าวร้าว

"แรมโบ้" ยันนายกฯ-รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนปราบทุจริตต่อเนื่อง

"ศรีสุวรรณ" ร้องถอดถอน ศิลปินแห่งชาติ ฐานหนุนม็อบหมิ่นสถาบัน

 

คณะกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาเห็นชอบ ตามที่ กอ.รมน. ภาค 4  เสนอขอขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ยกเว้น อ.แม่ลาน, อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ,อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโก-ลก ,อ.สุคิริน , อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ออกไปอีกเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ 20 ธันวาคม 2563 ถึง 19 มีนาคม 2564 (ครั้งที่ 62) เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพต่อไป

 

พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการ กอ.รมน. และ สมช.ให้ร่วมกันจัดทำแผนการปรับลดพื้นที่ควบคุมเพื่อเตรียมรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมกำชับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จะต้องให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และเน้นย้ำ สตช. และขอให้อัยการสูงสุดเร่งจัดตั้งสำนักงานคดีความมั่นคงภาค 9 และให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นธรรม รวดเร็ว เพื่อเป็นการป้องกัน ป้องปราม ไม่ให้มีการก่อเหตุร้าย และช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เข้มงวดมาตรการป้องกันยาเสพติดในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่มีความเข้าใจถึงความจำเป็นในการทำงานและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วยดี พร้อมกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ทุ่มเท เสียสละการปฏิบัติงานได้อย่างดียิ่งให้สามารถบรรลุภารกิจ และมีความปลอดภัยกันทุกคน