
3 อดีตนายกฯ อานันท์-ชวลิต-อภิสิทธิ์ หนุน‘สมานฉันท์’
ประธานรัฐสภาเผย 3 อดีตนายกฯ “อานันท์-ชวลิต-อภิสิทธิ์” หนุนตั้งกรรมการสมานฉันท์ กำลังติดต่อ “สมชาย” ดึงร่วมวงด้วย ฝ่ายค้านยังกั๊กเข้าร่วม ขอรอ ดูสเต๊ปแรกก่อนตัดสินใจ
ความพยายามที่จะตั้ง “คณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์” ขึ้นมา เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมือง ที่มีกลุ่ม “คณะราษฎร” ชุมนุมเรียกร้องใน 3 ข้อ คือ 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรี 2. แก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 3. ปฏิรูปสถาบัน เริ่มมีความคืบหน้าในการพยายามหาคนมาร่วมผลักดันในเรื่องนี้
ฝ่ายค้านกั๊กปรองดอง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้เชิญนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นาย สุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เพื่อหารือถึงรูปแบบโครงสร้างกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ที่สถาบันพระปกเกล้า ได้นำเสนอมา 2 แนวทาง
หลังการหารือ นายชวน เปิดเผยว่า ได้รับคำชี้แจงจากนายสุทินว่า ฝ่ายค้านไม่ถึงขนาดที่จะไม่เข้าร่วมในโครงสร้างคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่ขอรอดูแนวทาง รูปแบบคณะกรรมการก่อน ถือว่าไม่ปฏิเสธการเข้าร่วม แต่ยังไม่ได้หารือว่าจะใช้รูปแบบคณะกรรมการสมานฉันท์ในรูปแบบใด
ก่อนหน้านี้ สถาบันพระปกเกล้า ได้เสนอรูปแบบการแก้ไขปัญหา 2 รูปแบบ คือ
รูปแบบที่ 1 เป็นไปตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เสนอ คือ มีผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ 7 ฝ่าย เช่น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน ตัวแทนของฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนของวุฒิสภา ผู้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ผู้ไม่เห็นพ้องกับผู้ชุมนุม และผู้ทรงคุณวุฒิ
แต่ก็มีจุดอ่อน คือ หากฝ่ายใดปฏิเสธไม่ร่วมองค์ประชุมก็จะไม่ครบ หรือหารือพูดคุยไม่นานก็อาจเสร็จเร็วหรือจะล่มได้ รวมทั้งถ้ามองผิวเผิน จะมีแค่ฝ่ายรัฐบาลกับวุฒิสภา ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ก็ถือว่าน่ากังวล
รูปแบบที่ 2 มีคนกลางที่มาจากการเสนอของฝ่ายต่างๆ หรือประธานรัฐสภาเป็นผู้สรรหา หรือแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่ากรรมการที่ไปทาบทามจะรับหรือไม่ เพราะเขาก็ต้องดูว่าปัญหาที่จะเข้ามาทำคืออะไร
3 นายกฯหนุนสมานฉันท์
นายชวน ยังกล่าวถึงกรณีจะมีการเชิญอดีตนายกรัฐมนตรีมาร่วมวงสมานฉันท์ว่า ตนได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังอดีตนายกรัฐมนตรี 4 คน ประกอบด้วย นายอานันท์ ปันยารชุน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งนายอานันท์ พล.อ.ชวลิต และนายอภิสิทธิ์ ยินดี และพร้อมจะสนับสนุนให้ความร่วมมือ ตนจะขอไปพบเป็นการส่วนตัวอีกครั้ง
ส่วนนายสมชาย ยังติดต่อไม่ได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสุขภาพ ขอให้รอสักระยะ ขอเรียนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวในอนาคต แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นอีกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการชุมนุมเป็นอีกประเด็น ที่ต้องดูพิเศษต่างหาก”
ส่วนที่ นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เสนอให้ นายชวนเป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น นายชวน กล่าวว่า ไม่เหมาะ ตนควรรับภาระการประสานเพื่อให้ทุกฝ่ายมาทำงานร่วมกัน แต่กรณีใดที่ตนเป็นประโยชน์ก็ยินดีทำ
รอดูสเต็ปแรกก่อน
ด้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการหารือในสเต็ปแรกที่เชิญทุกฝ่ายมาหารือกัน ถ้าทุกฝ่ายยอมรับการมีคณะกรรมการสมานฉันท์ จะไปสู่สเต็ปสองคือ โครง สร้างคณะกรรมการ
ดังนั้น ถ้าในสเต็ปแรกทุกฝ่ายยอมรับกัน พร้อมให้มีคณะกรรมการชุดนี้ ฝ่ายค้านก็พร้อมเข้าด้วย แต่ถ้าทุกฝ่ายไม่ยอมรับ ฝ่ายค้านก็คิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะร่วม โดยเฉพาะความเห็นจากฝ่ายผู้ชุมนุม ถ้าไม่ยอมรับคณะกรรมการสมานฉันท์ ฝ่ายค้านก็คงไม่เข้าร่วมด้วย เพราะการแก้ปัญหาครั้งนี้ต้องเอาผู้ชุมนุมและประชาชนเป็นตัวตั้ง
“ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ เชื่อว่าการหารือสเต็ปแรก น่าจะเกิดขึ้นไม่น่าจะเกินสัปดาห์หน้า ซึ่งคงเป็นการหารือไม่กี่คน น่าจะมีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ส.ว.ผู้ชุมนุม นักวิชาการ และสถาบันพระปกเกล้า”
ส่วนรูปแบบคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น ยังไม่ได้คิด ต้องดูในสเต็ปแรกที่จะประชุมโต๊ะกลม เพื่อนำตุ๊กตาของสถาบันพระปกเกล้า
มาพิจารณาในรูปแบบที่ 1 และ 2 หรืออาจสร้างรูปแบบที่ 3 ขึ้นมาเอง ก็รอฟังก่อน
เมื่อถามว่าข้อเสนอของพรรคฝ่ายค้านต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออกด้วย นายสุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่ากรรมการชุดนี้ ผู้ชุมนุมหรือประชาชนคิดว่ากรรมการชุดนี้จะเป็นทางออก เขาก็จะรอว่าจะลาออกไม่ลาออก ถ้ากรรมการชุดนี้ครอบคลุมเงื่อนไข ฝ่ายค้านก็ต้องพิจารณาไปตามข้อตกลงของโต๊ะกลมที่แต่ละฝ่ายพิจารณาร่วมกัน
หนุน “ชวน” ปธ.ปรองดอง
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวว่า ตนสนับสนุนนายชวน ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ เพื่อหาทางออกสถานการณ์การเมืองและการชุมนุม เนื่องจากมีประสบการณ์เป็นอดีตนายกฯ 2 สมัย อดีตประธานรัฐสภา 2 สมัย และส.ส.อีกหลายสมัย มีความเข้าใจทางการเมือง เป็นผู้มีบารมีที่ทุกคนเคารพนับถือ รวมทั้งตำแหน่งประธานรัฐสภานั้นถือว่ามีกลไกอยู่ในมือเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นายชวนจึงเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุด
สำหรับการยอมรับจากทุกฝ่ายนั้น นายคำนูณ กล่าวว่า หากดูในแง่ตัวบุคคล ขณะนี้คงไม่มีใครได้รับการยอมรับไปมากกว่ากัน หลายคนถูกกล่าวหาว่าเป็นคู่กรณีโดยตรง ซึ่งทุกคนล้วนแต่มีข้อตำหนิ นายชวนก็เช่นกัน แต่นาทีนี้บ้านเมืองต้องการความกล้าหาญ แม้นายชวนเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์เมื่อเหตุ การณ์ 6 ต.ค. 2519 หรือสังกัดอยู่พรรคประชาธิปัตย์ แต่ตนมองว่าเหมาะสมที่สุด
“มั่นใจว่าถ้ารับหน้าที่จะสามารถตัดผลประโยชน์ของพรรคและอื่นๆ ได้ ทั้งนี้ นายชวน เป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ และเหมาะสมที่สุดเท่าที่มีอยู่ ส่วนรูปแบบของคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์นั้นน่าจะเป็นไปตามที่นายชวนกล่าวไว้ โดยรวมรูปแบบที่ 1 คือ คณะกรรมการจากฝ่ายต่างๆ 7 ฝ่าย และรูปแบบที่ 2 คือคณะกรรมการคนกลางเข้ามาผสมผสานกัน” นายคำนูณ ระบุ
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,624 หน้า 12 วันที่ 5 - 7 พฤศจิกายน 2563






