thansettakij
thansettakij
ฝ่ายค้าน-คู่ขัดแย้ง เมิน‘สมานฉันท์’ ทางตันประเทศไทย?

ฝ่ายค้าน-คู่ขัดแย้ง เมิน‘สมานฉันท์’ ทางตันประเทศไทย?

31 ต.ค. 63 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :01 พ.ย. 63 | 12:28 น.

 

ปัญหาการชุมนุมของกลุ่ม “คณะราษฎร 2563” ที่เรียกร้องใน 3 ข้อคือ 1. ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากนายกรัฐมนตรี 2. แก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 3.ปฏิรูปสถาบัน นำไปสู่การชุมนุมใจกลางกรุงเทพมหานคร อยู่เป็นระยะๆ ขณะที่มีฝ่ายไม่พอใจการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน ก็ได้ออกมาชุมนุมแสดงพลังด้วยเช่นกัน

 

หวั่นเกรงกันว่า สักวันอาจจะบานปลายนำไปสู่การปะทะกันเกิดขึ้น จนนำไปสู่การเลือดตกยางออก ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศไทย

 

ปรากฏการณ์ดังกล่าว “รัฐสภา” ได้เปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อ “หาทางออก” ให้กับประเทศ ภายหลังมีข้อเสนอแนะต่างๆ มากมาย ได้มีข้อเสนอให้ตั้ง “คณะกรรมการสมานฉันท์” โดยเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมเป็นกรรมการ เพื่อหา “จุดร่วม” นำไป สู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง 

 

ล่าสุด นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ประสานไปยังเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ให้ศึกษารูปแบบการหาทางออกร่วมกัน และออกแบบโครงสร้างของคณะทำงาน

 

“ได้ประสานไปยังเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าแล้ว เพราะเป็นหน่วยงานที่มีผู้ทรงคุณวุฒิ และมีหลักสูตรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อให้ศึกษารูปแบบหาทางออกร่วมกันและออกแบบโครงสร้างของคณะทำงานว่า ควรจะเป็นอย่างไร เนื่องจากข้อเสนอจากรัฐสภายังไม่มีความชัดเจนว่าต้องการรูปแบบใด ดังนั้น ต้องหาว่าจุดประสงค์ในการตั้งคณะทำงานคืออะไรสามารถทำได้ และมีผลมากน้อยเพียงใด หากจะใช้รูปแบบคณะกรรมการ จะประกอบไปด้วยใครบ้าง และจะเชิญตัวแทนผู้ร่วมชุมนุมเข้าร่วมด้วยหรือไม่ จึงจำเป็นต้องให้สถาบันพระปกเกล้าช่วยคิด” นายชวน ระบุ

 

ถกตั้งกก.สมานฉันท์   

 

ส่วนความเคลื่อนไหวของสถาบันพระปกเกล้านั้น นายสติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นัดหารือภายในเพื่อพิจารณาประเด็นที่ ประธานรัฐสภา มอบให้สถาบันพระปกเกล้าคิดรูปแบบคณะกรรมการสมานฉันท์ เบื้องต้นจะเตรียมความพร้อมและข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง 

 

“ส่วนตัวเห็นด้วยกับการตั้งกรรมการสมานฉันท์ รูปแบบไม่ควรซํ้ากรรมการชุดต่างๆ ที่ผ่านมา ที่มีหน้าที่ศึกษาเสนอแนะ แนวทางออกไปยังรัฐบาล แต่ไม่เคยมีฝ่ายใดนำไปปฏิบัติ ดังนั้น แนวทางที่ทำได้คือ การทำหน้าที่คนกลาง สร้างพื้นที่ปลอด ภัยให้คู่ขัดแย้งหลักคือ รัฐบาล และ กลุ่มผู้ชุมนุม พูดคุยเพื่อตกลงหาทางออกร่วมกัน รูปแบบคล้ายกับการพูดคุยสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ และเชิญแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จ การแห่งชาติ (นปช.) พูดคุย แต่รอบนั้นไม่ได้ข้อเสนอ เพราะเกิดการเผชิญหน้ากัน”

 

 

 

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยปฏิเสธร่วมวงกรรมการสมานฉันท์ เพราะมองว่าเป็นการ “ซื้อเวลา” ให้รัฐบาลนั้น นายสติธร เห็นว่า พรรคเพื่อไทยควรฟังและพิจารณารูปแบบการทำงานก่อนประกาศจุดยืน เพราะอาจตกขบวนได้ เนื่องจากพรรคฝ่ายค้าน อาทิ พรรคก้าวไกลสนับสนุนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย การที่พรรคเพื่อไทยมองว่าซื้อเวลา เพราะที่ผ่านมากรรมการในลักษณะนี้เมื่อตั้งขึ้นมาเพื่อ ระดมความเห็นแล้ว แต่คนที่เกี่ยวข้องไม่นำไปปฏิบัติ ดังนั้น สิ่งที่สถาบันพระปกเกล้าต้องพิจารณาคือ การออกแบบการทำงานเพื่อไม่ให้ซํ้ารอยเดิม

 

ฝ่ายค้าน-คู่ขัดแย้ง เมิน‘สมานฉันท์’ ทางตันประเทศไทย?

 

“หนักใจที่สถาบันพระปกเกล้าได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้ เพราะประเด็นที่ต้องหาทางออกไปไกลกว่าการขัดแย้ง หรือ ปัญหาทางการเมือง มีเรื่องของการปฏิรูปสถาบัน สิ่งที่เป็นไปได้คือ กรรมการที่เกิดขึ้นต้องร่วมออกแบบและคิดว่าจะนำปัญหาใดพูดคุยกันก่อน ส่วนเรื่องละเอียดอ่อนนั้นจะพิจารณาภายหลัง หากรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุม ยอมรับกลไกดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้การเกิดขึ้นของกรรมการสำเร็จ  มองว่าควรใช้กลไกรัฐสภาดำเนินการ เพื่อใช้กติกาของรัฐสภา เช่นการประชุมลับ
และรัฐสภาถือเป็นพื้นที่ตัวแทนของทุกฝ่าย” นายสติธร ระบุ

 

ก่อนหน้านั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เสนอให้งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหาทางออก โดยองค์ประกอบเป็นผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสภาไม่น้อยกว่า 7 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้แทนของรัฐบาล, ผู้แทนส.ส.ฝ่ายรัฐบาล, ส.ส.ฝ่ายค้าน, วุฒิสมาชิก, ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม, ฝ่ายที่เห็นต่างกับผู้ชุมนุม, ผู้ทรงคุณวุฒิ หรืออื่นใดที่เห็นสมควร 

 

 

 

รัฐบาลหนุน-พท.เมิน

 

สำหรับท่าทีของฝ่ายรัฐบาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่า ได้หารือในที่ประชุมครม.แล้ว เห็นด้วย แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นสภาฯ พิจารณาตั้งขึ้นมาจากหลายฝ่าย ทั้งส.ส. ส.ว. กลุ่มที่เห็นด้วย กลุ่มที่ไม่เห็นด้วย รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุม 

 

ส่วนท่าที่ฝ่ายค้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) ได้ประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมกรรมการสมานฉันท์เพื่อหาทางออกให้กับประเทศตามที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ โดยให้เหตุผลว่า เป็นการซื้อเวลาตามข้อเสนอของฝ่ายรัฐบาล ขณะนี้เหลือแค่การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น ที่จะเป็นทางออกให้กับประเทศ

 

“ขอยืนยันว่าสิ่งที่ต้องดำเนินการทันที คือ 1. พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก เพราะท่านเป็นต้นตอของปัญหาทั้งมวล ตราบใดที่ท่านไม่ลาออก ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่ได้รับการแก้ไข การชุมนุมก็ยังคงอยู่ 2. ปล่อยผู้ชุมนุมที่ถูกคุมขังโดยไม่มีเงื่อนไข 3. พรรคเห็นว่าการแก้ปัญหาของประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤติิที่มีอยู่ คือ การที่ทุกฝ่ายต้องแสดงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จเสร็จสิ้นโดยเร็ว คือแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามญัตติที่ได้เสนอไว้ โดยไม่ต้องทำประชามติ” นายประเสริฐ ระบุ

 

ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง “ไม่ร่วมสังฆกรรม” ไม่หันหน้าเข้าหากัน ก็ยากที่จะ “จบ” ปัญหาได้ “ม็อบ” ก็คงต้องชุมนุมกันไปเรื่อยๆ อยู่แบบนี้ ขณะที่รัฐบาลก็ “ยื้อ” อยู่ไปแบบนี้ 

 

แต่สภาพที่เป็นอยู่แบบนี้ ไม่ส่งผลดีต่อประเทศชาติแต่อย่างใด หรือนี่จะเป็น “ทางตันของประเทศไทย?” 

 

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,623 หน้า 12 วันที่ 1 - 4 พฤศจิกายน 2563