thansettakij
thansettakij
"การเมืองท้องถิ่น" กับ "การทุจริต" ทำไม...ยังไม่หมดไป?

"การเมืองท้องถิ่น" กับ "การทุจริต" ทำไม...ยังไม่หมดไป?

11 ต.ค. 63 | 12:00 น.

รายงานพิเศษ : "การเมืองท้องถิ่น" กับ "การทุจริต" ทำไม...ยังไม่หมดไป?

เดือนธันวาคมนี้จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นหลังเว้นว่างหลายปี

 

ครม.เรือเหล็กเคาะสนามเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)76จังหวัดเป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นรอดูว่าเทศบาล,อบต.เมืองพัทยาและกทม. สนามใดจะรับไม้ต่อ


เมื่อสนามอบจ.คือสนามแรกนั้น ปี่กลองการเมืองดังขึ้นทันที เพราะสนามนี้เกี่ยวโยงกับการเมืองสนามใหญ่เเบบปฏิเสธไม่ได้ เพราะหากผู้สมัครคนใดสวมเสื้อพรรคการเมืองในช่วงเวลานั้นๆโอกาสจะคว้าชัยก็มีเเละบางพื้นที่คนในพรรคเดียวกันเองก็ฟัดกันเอง


บางกลุ่มการเมืองเเละบางพรรคเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครกันเเล้ว บางพรรคยังนิ่งอยู่

 

ตรงนี้ก็ว่ากันไปเเล้วเเต่ความพร้อม


อย่าลืมว่าบางตระกูลในบางจังหวัด โดนเรียกว่า”บ้านใหญ่” เพราะพ่อ-เเม่-ลูก-ญาติต่างมีตำแหน่งครบถ้วนในทุกตำแหน่งการเมือง!


สนามนี้จึงเว้นช่องว่างไว้ไม่ได้หากจะครองพื้นที่เเบบเบ็ดเสร็จ!

ข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)พบว่า การทุจริตในประเทศนั้นร้อยละ50เกิดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยป.ป.ช.กำลังเร่งเคลียร์คดีคงค้างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว...

 

เมื่อไล่ลงไปในคดีที่มีการชี้มูลว่าการทุจริตในท้องถิ่นนั้น เกิดจากการนำนโยบายที่หาเสียงไปจัดทำโครงการโดยใช้งบประมาณมาดำเนินการให้เป็นรูปธรรม  

 

ตรงนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้หลายคนอยากเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจเพราะเมื่อสัมผัสอำนาจได้ก็จะผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้น  แต่...หลายโครงการที่เกิดขึ้นนั้น ปรากฏข่าวเชิงลบกันเนืองๆ 

 

กติกาใหม่ที่ใช้ปราบโกงของเมืองไทยจะมีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นและเอาผิดย้อนหลังได้แต่พบว่าไม่ค่อยมีการเกรงกลัว..

 

เช่น ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3   พิพากษาตัดสินเรียงกระทงลงโทษจำคุกรวมทั้งสิ้น 20 ปี  นายพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายกอบจ. อุบลราชธานี กับพวก ในคดีถูกป.ป.ช.กล่าวหาทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์ส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งบอุดหนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นปี  2550  วงเงิน 9.9 ล้านบาท

 

และหลายคดีที่นายพรชัยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เช่น   จัดจ้างโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก วงเงิน 2.7 ล้านบาท ,การก่อสร้างถนนลาดยาง 4 ช่องจราจร วงเงิน 30 ล้านบาท ,กรณีกำหนดเงื่อนไขคุณลักษณะรถยนต์ในโครงการเช่ารถยนต์เพื่อใช้ในราชการของ อบจ.อุบลราชธานี 19 คัน โดยมิชอบ 

 

การเช็กบิล”นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน  กับพวก รวม 18 คน ซึ่งป.ป.ช.ชี้มูลความผิดว่า ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีดำเนินโครงการป้องกันผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) โดยจัดซื้อชุดของใช้ประจำวันหรือแคร์เซตในราคาที่สูง( 17ล้านบาทเศษ) 

 

เคสของ” นางบังอร วิลาวัลย์” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ปราจีนบุรี กับพวกทุจริตเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างของ อบจ.ปราจีนบุรี  15 โครงการ เมื่อปี 2555วงเงิน 52,522,000 บาท โดยพบว่ามีการฮั้วประมูล โดยเรียกรับเงิน 8-9% ของโครงการ และมีการกีดกันขัดขวางบริษัทอื่นที่ไม่ได้ตกลงจะฮั้วประมูล ไม่ให้เข้าซื้อเอกสารประกวดราคา


บางพื้นที่ยังเกิดการทุจริตข้ามชาติได้ เช่น กทม.ที่มีหลายคดีเกิดขึ้น เช่น จัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงจนผู้ที่เกี่ยวข้องบางคนติดคุกและบางคนหนีไปต่างประเทศ


และตอนนี้บางคดีโกงข้ามชาติของสนามเมืองหลวงเมื่อหลายปีก่อนกำลังมีกระแสว่า “มีการวิ่งเต้นจากใครบางคนเพื่อล้มคดีนี้ให้ได้” 
เพราะเสือก่อสร้างบางรายของไทยที่โดนพาดพิงว่ามีเอี่ยว"โครงการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ และคลองลาดพร้าว” ซึ่งเกิดในช่วง“นายสมัคร สุนทรเวช” สมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(พ.ศ.2543-2547  )และบางส่วนของทีมงานแก๊งออฟโฟร์อันโด่งดังเมื่อหลายปีก่อนร่วมขบวน

เรื่องนี้สื่อเเดนปลาดิบนำมาเปิดเผยหลังประมูลงานไปเเล้วหลายปี จากนั้นสื่อไทยขยายผลต่อ...

 

โดยเมื่อปี2551” สำนักข่าวเกียวโด นิวส์”ของญี่ปุ่นได้เผยแพร่ข่าวว่า อดีตผู้บริหารบริษัทก่อสร้าง “นิชิมัตซึ คอนสตรัคชัน (Nishimatsu Construction)” ได้เปิดเผยกับอัยการของญี่ปุ่นว่า ในปี 2546  บริษัทเคยให้เงินสินบนแก่”เจ้าหน้าที่ชาวไทย”กว่า 400 ล้านเยน (ราว 125 ล้านบาท )เพื่อแลกกับการได้งานในโครงการอุโมงค์ระบายน้ำท่วมของกทม.หลังพบว่าผู้บริหารบริษัทนี้นำเงินเข้าประเทศ100ล้านเยนโดยไม่สำแดงที่มา 

 

และเมื่อไล่ความสัมพันธ์ของนิชิมัตซึกับบริษัทก่อสร้างในไทยพบว่า เดือนกันยายน 2546 บริษัทก่อสร้างเเดนปลาดิบจับมือเสือก่อสร้างของไทยชนะประมูลได้รับสัมปทานโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำของกทม.โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่าราว 6,000 ล้านเยน 2000กว่าล้านบาท)และต้อง”จ่ายสินบนทั้งก่อนและหลังการประมูล”รวมสี่ร้อยล้านเยน(125ล้านบาท)

 

เพราะว่า"กิจการร่วมค้าไอเอ็น” หรือ“บริษัทมหาชนจำกัด อิตาเลียนไทย และนิชิมัตซึ คอนสตัคชั่น” คือพาร์ทเนอร์ที่คว้างานนี้ไป

 

และก่อนที่จะมีการประกาศผลการประกวดราคานั้น บางบริษัทที่เสนอเข้าประกวดราคาโครงการนี้แต่ไม่ผ่านการพิจารณาด้านเทคนิค ร้องเรียนว่าการประกวดราคาครั้งนี้ไม่โปร่งใส......แต่แล้วเรื่องก็เงียบไป

 

หากคดีนี้ยังคาในระบบยุติธรรมไทย....เสือก่อสร้างบางรายของไทยที่ไปเอี่ยวกับโครงการนี้น่าจะส่อแววยุ่งไปอีกหลายโครงการในวันข้างหน้า   จึงมีความพยายามในตอนนี้ที่จะ”ล้มโต๊ะ”ในไทยทั้งๆที่เรื่องนี้สื่อแดนปลาดิบเปิดข่าวขึ้นมาหลายปึเเล้ว


สมมติว่าหากเกมล้มโต๊ะเกิดได้จริง...สังคมไทยจะมีคะแนนความโปร่งใสด้านการลงทุนและความเชื่อมั่นจากต่างชาติได้อย่างไร? 

 

คดีข้างต้นที่ยกมาไล่เรียงให้เห็นบางด้านของการเมืองท้องถิ่นนั้น ขอให้เป็นข้อคิดกับผู้ที่จะอาสาพัฒนาท้องถิ่นคราวนี้ว่า หากไปร่วมในเรื่องทุจริตเเล้ว ใครก็ตามมิอาจหนีกงกรรมไปได้!

 

ที่มา "การเมืองท้องถิ่น" กับ "การทุจริต" ทำไม...ยังไม่หมดไป?