
สวนดุสิตโพลชี้รัฐบาลอยู่ในสภาวะไม่มั่นคง
สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ “เสถียรภาพรัฐบาล ณ วันนี้” พบประชาชนเห็นว่ารัฐบาลอยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคง 71.15% พร้อมแนะแนวทางที่จะเรียกความเชื่อมั่นได้แก่ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ -ปราบปรามการทุจริต รับฟังประชาชนชน
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง "เสถียรภาพรัฐบาล ณ วันนี้" จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,768 คน สำรวจระหว่างวันที่ 1 – 4 กันยายน 2563 พบว่า ภาพรวมประชาชนเห็นว่ารัฐบาลอยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคง 71.15% และเห็นว่ามั่นคง 28.85%
โดยจุดแข็งที่ทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง/มั่นคง คือ การมีเสียง ส.ว.สนับสนุน 64.74% รองลงมาคือ มีอำนาจเบ็ดเสร็จ 54.62% มีเสียงข้างมากในสภา 51.52%
ส่วนจุดอ่อน คือ ประเทศเผชิญปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ 77.49% รองลงมาคือ การบริหารประเทศย่ำแย่ 67.00% และมีกระแสต่อต้านรัฐบาลมากขึ้น 63.79%
วิธีที่จะทำให้รัฐบาลมั่นคง คือ ต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 83.73% ปราบปรามการทุจริต 69.99% และรับฟังประชาชนชน 66.00%
นางสาวพรพรรณ บัวทองนักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นว่า ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาหลักของรัฐบาลชุดนี้ที่ต้องแก้ให้ได้ เพราะหากประชาชนอยู่ได้รัฐบาลก็อยู่รอด รัฐบาลต้องแก้ไขภาพของการทุจริต การปิดกั้นความคิดเห็น ควรเน้นการเปิดใจรับฟัง มีผลงานที่โดนใจ และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เพื่อให้รัฐบาลมีความเข้มแข็ง มั่นคงและมีเสถียรภาพนั่นเอง
ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ธนภัทร ปัจฉิมม์ คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ผลการสำรวจ “เสถียรภาพของรัฐบาล ณ วันนี้” สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาล "ไม่มี" สภาวะความมั่นคงหรือมีเสถียรภาพทางการบริหารเศรษฐกิจเพียงพอ
แม้ว่าผลสำรวจบางประเด็นจะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมีจุดแข็งตรงที่มีเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. และเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม แต่นั่นเป็นเพียงการเมืองในเชิงปริมาณเท่านั้นในแง่ของการเมืองเชิงคุณภาพเป็นสิ่งที่ประชาชนพึงปรารถนาที่สุด ซึ่งในภาวะการเมืองยุคโควิดนี้เรียกได้ว่าเป็นยาขมของรัฐบาลที่จะต้องเร่งแก้ไขและฟื้นฟูปัญหาเศรษฐกิจที่นับวันมีแนวโน้มตกต่ำลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว การส่งออก-นำเข้า ปัญหาคนว่างงาน สินค้าราคาแพง ค่าครองชีพสูงขึ้น เป็นต้น
เหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรที่ทำให้รัฐบาลมีจุดอ่อนในการบริหารงานด้านเศรษฐกิจ จึงส่งผลต่อสภาพที่ ไม่มั่นคงหรือเสถียรภาพของรัฐบาลในปัจจุบัน
ดังนั้น การสร้างความเชื่อมั่นของรัฐบาลในสายตาประชาชน นักการเมืองโดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลควรเห็นแก่ประโยชน์ชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตน โดยการแสดงเจตจำนงที่แท้จริงในความร่วมมือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและไม่ขัดขวางหรือขัดแย้งกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ดังที่ปรากฏผ่านสื่อต่างๆ มิเช่นนั้นจะยิ่งทำให้ประชาชนจำนวนมากที่รอคอยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากรัฐบาล ต่างจะยิ่งผิดหวังต่อทิศทางและการดำรงอยู่ของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้รัฐบาลเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ
บทสรุปการสำรวจ
1. “5 จุดแข็ง” ที่ทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง/มั่นคง
อันดับ 1 มีเสียง ส.ว. สนับสนุน 64.74%
อันดับ 2 มีอำนาจเบ็ดเสร็จ 54.62%
อันดับ 3 มีเสียงข้างมากในสภา 51.52%
อันดับ 4 พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี 36.81%
อันดับ 5 นโยบายช่วยเหลือประชาชน เช่น บัตรผู้สูงอายุ เราไม่ทิ้งกัน 31.92%
2. “5 จุดอ่อน” ที่ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ/ไม่มั่นคง
อันดับ 1 ประเทศเผชิญปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ 77.49%
อันดับ 2 การบริหารประเทศย่ำแย่/แก้ปัญหาไม่สำเร็จ 67.00%
อันดับ 3 กระแสการต่อต้านรัฐบาลมากขึ้น 63.79%
อันดับ 4 การใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก 59.02%
อันดับ 5 ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล 57.95%
3. เมื่อเปรียบเทียบ“จุดอ่อน” และ “จุดแข็ง” ประชาชนคิดว่ารัฐบาลยังมีความมั่นคงหรือไม่มั่นคง
อันดับ 1 ไม่มั่นคง 71.15%
อันดับ 2 มั่นคง 28.85%
4. “5 วิธี” ที่จะทำให้รัฐบาลมั่นคง คือ
อันดับ 1 แก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน 83.73%
อันดับ 2 ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน 69.99%
อันดับ 3 รับฟังความคิดเห็น/เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม 66.00%
อันดับ 4 พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น 64.36%
อันดับ 5 ใช้อำนาจในทางที่ถูกต้อง มีธรรมาภิบาล 59.19%
*หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)
ข่าวเกี่ยวข้อง
โพลเผยปชช.ส่วนใหญ่ไม่เอา"รัฐบาลแห่งชาติ"
“ซูเปอร์โพล” เผยปชช.หนุนแก้รธน.ให้รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 2 ปี
โพลชี้ปชช.รับได้รณรงค์โจมตี "ผู้เห็นต่าง" เป็นสิทธิ์ในระบอบประชาธิปไตย






