thansettakij
thansettakij
ทร.แจง เรือดำนํ้า สัญญาจีทูจีไม่เก๊

ทร.แจง เรือดำนํ้า สัญญาจีทูจีไม่เก๊

27 ส.ค. 63 | 06:05 น.

 

กรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทยนำเอกสารกองทัพเรือ ที่ใช้ประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการครุภัณฑ์ ICT รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน ใน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มาเปิดเผย โดยอ้างว่าเอกสารลงนามจัด ซื้อเรือดำนํ้านั้น ไม่ใช่สัญญารัฐต่อรัฐ (จีทูจี) แต่เป็นเพียงเอกสารข้อตกลง และสัญญาที่ลงนามเป็นเพียงการจัดซื้อเรือ 1 ลำเท่านั้น ไม่มีผลผูกพันลำที่ 2-3 พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทบทวนการจัดซื้อเรือดำนํ้า เพื่อนำเงินไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น แก้ไขปัญหาผลกระทบจากโรคไวรัสโควิด-19 นั้น  

 

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2563 ทางกองทัพเรือ (ทร.) ได้เปิดแถลงข่าวตอบโต้พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องจัดซื้อ “เรือดำนํ้า” 

 

พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการกองทัพเรือ ในฐานะโฆษก ทร. แถลงตอบโต้กรณีที่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เปิดเผยเอกสารลับการจัดซื้อเรือดำนํ้าว่า เป็นการพูดที่บิดเบือนข้อเท็จจริง นำไปซึ่งความแตกแยก นำมาสู่ความเกลียดชังต่อกองทัพและเป็นสิ่งที่ไม่สมควร และนำมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมือง

 

“ที่กล่าวหาว่าการจัดซื้อเรือดำนํ้าของกองทัพเรือ เป็นสัญญาเก๊ ก็ไม่เป็นความจริง จำนำข้าวที่พรรคเพื่อไทย ทำต่างหากที่เป็น จีทูจีเก๊ และไม่ถูกต้อง แต่กองทัพเรือทำการซื้อแบบจีทูจีอย่างถูกต้องโปร่งใส  ขอสังคมอย่าตกเป็นเหยื่อเรื่องการเมือง โดยการจัดซื้อครั้งนี้ ไม่ได้จ่ายทั้งก้อน 22,500 หมื่นล้านบาท ในคราวเดียว ปี 2564 ทั้งหมด” พล.ร.ท.ประชาชาติ ระบุ

 

ด้าน พล.ร.ท.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ชี้แจงว่า การจัดหาเรือดำนํ้าอีก 2 ลำ งบ 22,500 หมื่นล้านบาท เทียบไม่ได้กับความคุ้มค่าในการปกป้องผลประโยชน์ในทรัพยากรทางทะเลของไทยที่มีกว่า 24 ล้านล้านบาท คิดเป็นแค่ 0.093% เท่านั้น

 

ทร.แจง เรือดำนํ้า สัญญาจีทูจีไม่เก๊

 

 

พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ ปลัดบัญชีทหารเรือ ชี้แจงเรื่องงบประมาณในการจัดหาเรือดำนํ้าลำที่ 2 และ 3 ว่า เป็นการทยอยจ่ายทั้ง หมด 7 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2566 ซึ่งเป็นการจัดหาต่อเนื่องเพื่อให้ครบ 3 ลำ ไม่ใช่โครงการผูกพันงบประมาณที่เริ่มใหม่ในปี 2564 นี้ แต่เป็นโครงการในการเสริมสร้างกำลังของกองทัพ ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2563-2569 เป็นการทยอยตั้งงบประมาณรายปี ไม่ได้ขอรับงบประมาณเพิ่มเติม

 

 

 

และรายการนี้ได้ตราไว้แล้วใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งตามกำหนดที่ต้องชำระใน 7 งวด ที่ตั้งไว้ในตอนแรก งวดแรกในปี 2563 วงเงิน 3,375 ล้านบาท ปี 2564 วงเงิน 3,925 ล้านบาท ปี 2565 วงเงิน 2,640 ล้านบาท ปี 2566 วงเงิน 2,500 ล้านบาท ปี 2567 วงเงิน 3,060 ล้านบาท ปี 2568 วงเงิน 3,500 ล้านบาท ปี 2569 วงเงิน 3,500 ล้านบาท 

 

แต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด กองทัพเรือจึงได้ตัดลดงบประมาณที่ได้ตั้งเอาไว้ในปี 2563 จำนวน 3,375 ล้านบาท และนำเงินส่วนนี้ส่งคืนให้รัฐบาล ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบ 4,130 ล้านบาท คิดเป็น 8.78% ทำให้ต้องขยับกรอบชำระจากกรอบ 2563-2569 เป็นถึงปี 2570 ซึ่งที่ผ่านมา ทร.ก็ตั้งงบโดยคำนึงถึงความประหยัดเป็นหลัก

 

ทั้งนี้ กองทัพเรือเตรียมลงนามในสัญญาจัดซื้อเรือดำนํ้าลำที่ 2-3 ในเดือนกันยายนนี้

 

ทร.แจง เรือดำนํ้า สัญญาจีทูจีไม่เก๊

 

 

พล.ร.ต.อรรถพล เพชรฉาย ผอ.สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำนํ้า กล่าวถึงกรณีที่ถูกพาดพิงเป็นสัญญาเก๊ เป็นการลงนามที่ไม่รองรับด้วยทางกฎหมายส่อโมฆะ ว่า พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสธ.ทร. ในสมัยนั้น เป็นผู้ลงนาม ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย

 

 

 

ขณะที่ น.อ.ธาดาวุธ ทัตพิทักษ์กุล รองผอ.สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำนํ้า กล่าวเช่นกันว่า สัญญาจีทูจี เป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งการลงนามข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำนํ้าลำที่ 1 โดยรัฐบาลจีนสั่งการให้ SASTIND มอบอำนาจให้ บริษัท CSOC ก่อนมอบอำนาจให้  Chirman of CsOC มาเซ็นสัญญา 

 

ขณะที่ฝั่งไทย ครม.ได้อนุมัติให้ ใช้วิธีจัดซื้อแบบ “จีทูจี” มอบอำนาจ ให้ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) หรือผู้แทน โดย ผบ.ทร.ในสมัยนั้น ได้มอบอำนาจให้ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสธ.ทร. ไปเซ็นสัญญา 

 

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,604 หน้า 10 วันที่ 27 - 29 สิงหาคม 2563