ส.ว.หวั่น“ม็อบนศ.”บานปลาย แนะใช้ไม้แข็งจัดการหัวโจก

11 ส.ค. 2563 เวลา 7:42 น. 67

ส.ว. ห่วงม็อบก้าวล่วงเลยเถิด หวั่นบานปลายซ้ำรอย ชี้เนื้อหารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยฟังมา ด้าน‘ประธานวุฒิ’รับสั่งถอดเทปชุมนุมส่งรัฐบาล ขณะที่ ‘สมชาย’ แนะรัฐบาลใช้ไม้แข็งจัดการหัวโจก

 ส.ว.หวั่น“ม็อบนศ.”บานปลาย แนะใช้ไม้แข็งจัดการหัวโจก


วันที่  11 สิงหาคม 2563 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา(ส.ว.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ซึ่งก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ได้เปิดให้สมาชิกหารือ โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. หารือว่า รู้สึกอึดอัด คับข้องใจ และเชื่อว่าประชาชนก็ตกอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกัน หลังจากติดตามข่าวการชุมนุมทางการเมือง 3 ครั้งในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 9 ส.ค. ที่จังหวัดเชียงใหม่

 

 และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และยิ่งอึดอัดยิ่งขึ้นเมื่อทราบว่า ในตอนจบจะมีการประกาศชุมนุมในลักษณะเดียวกันในวันที่ 12ส.ค.นี้ ที่สวนลุมพินี ซึ่งอยู่ใกล้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก่อนจะถึงวันชุมนุมใหญ่ที่กำหนดไว้ ในวันที่ 16 ส.ค.

 

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่า การชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเนื้อหารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยฟังมาในชีวิต มีข้อเรียกร้องที่ไม่มีคนไทยคนไหนเรียกร้องในการชุมนุมสาธารณะ เพราะเลยเถิดเกินการขับไล่รัฐบาล เกินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับ และชวนให้คิดได้ว่าการไม่ยอมรับเพียงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขอแต่เพียงยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้นเป้าหมายสูงสุดคืออะไร สรุปคือเกินขอบเขตการต่อสู้ทางการเมืองตามปกติที่คนไทยเคยเห็น

 

 นอกจากนั้นการชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมที่บางช่วงนำประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดมายาวนานด้วยความเคารพศรัทธาสูงสุดของคนทั้งประเทศมาล้อเลียนบนเวที และยังเป็นการร่วมกระทำการของผู้ต้องหา 2คน ที่เพิ่งได้รับการประกันตัวออกมา อันมีลักษณะเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว และยังมีการไลฟ์สดของผู้ที่หลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศ ที่เป็นฮีโร่ของเยาวชนจำนวนหนึ่ง ซึ่งเคยกล่าวในอดีตทำนองว่าประเทศนี้ต้องลงเอยด้วยความรุนแรงและสงครามกลางเมือง

 

“ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการ ไม่ใช้ไม้แข็ง ไม้นวมและอ้อมกอดที่ดี ต้องเปิดเวทีให้นักศึกษาที่ต้องการแสดงความเห็นตรงไปตรงมาเรื่องการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งเปิดเวทีให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการทั้งหมดของทั้งสองสภา ร่วมประชุมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัย ทุกแห่ง ประธานสภาอาจารย์ทุกสถาบัน นายกองค์การนิสิต นักศึกษา จัดเวทีหาทางออกประเทศไทย และทางการเมือง แต่ต้องไม่มีเรื่องจาบจ้วง และข้อเสนอ10 ข้อของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะประชาชนไม่มีทางยินยอม”นายสมชาย กล่าว


จากนั้นนายพรเพชร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รีบถอดเทปตามข้อหารือดังกล่าวโดยด่วน เพื่อส่งไปยังรัฐบาลพิจารณาตามข้อเสนอนี้ต่อไป

 

ต่อมานายวันชัย สอนศิริ ส.ว. อภิปรายว่า ขณะนี้สถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเริ่มรุนแรงยิ่งขึ้น มีการแบ่งฝักฝ่ายแตกกันชัดเจน โดยเฉพาะเหตุการณ์ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อคืนวันที่ 10ส.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเดือด แตกหักทั้งภาพ เสียง เอกสารแสดงออกชัด ถ้าคนในชาติแตกกัน ประเทศจะหายนะ อุบัติเหตุทางการเมืองไม่น่าจะเกิดในบางครั้งแต่ก็เกิด เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้มีการรัฐประหารใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ทุกคนมีเป้าหมายเดินไปสู่ประชาธิปไตย และมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่ต้องยอมรับว่ามีคนบางกลุ่มไม่เยอะนัก เป็นบ่อนทำลายสร้างภัยคุกคามทั้งในและต่างประเทศ เป็นขบวนการ เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษาปฏิเสธกระบวนการทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่มีคนบางกลุ่มอาศัยจังหวะโอกาสสอดแทรกในการเคลื่อนไหวดังกล่าว จึงขอให้ผู้มีอำนาจแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจับกุมคุมขัง ใช้อำนาจเด็ดขาดกับคนกลุ่มนี้ เพราะทำผิดกฎหมายชัดเจน

 

“สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาประเทศ จึงขอสนับสนุนให้ใช้เวทีรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา165 มาแก้ปัญหา เพื่อใช้เวทีรัฐสภาแลกเปลี่ยนความเห็นทั้งทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์และการเมือง มาแก้ปัญหาร่วมกันดีกว่าให้บ้านเมืองเกิดอุบัติเหตุ ไปสู่จุดที่ไม่คาดหวัง จึงอยากให้นายกฯใช้เวทีรัฐสภาเป็นกลไกแก้ปัญหาบ้านเมือง” นายวันชัย กล่าว

 

จึงขอหารือผ่านประธานวุฒิสภาไปยังนายกรัฐมนตรี ให้ใช้ตัวช่วยตามระบบการเมืองที่มีอยู่ดำเนินมาตรการทางการเมืองควบคู่กันไป โดยเสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการทางการเมืองด้วยการรับฟังความเห็นข้อเสนอจากสมาชิกรัฐสภาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ด้วยการขอเปิดอภิปรายทั่วไปของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 โดยเร็ว

 

แม้สมาชิกของทั้ง 2 สภาจะมีความเห็นหลากหลายแตกต่างกันในหลายกรณี แต่เชื่อว่าทั้ง2 สภา มีความเห็นร่วมกันว่าการกระทำบางอย่างของผู้ชุมนุมบางคนในการชุมนุม 3 ครั้งที่ผ่านมาเกินขอบเขตที่ควรจะเป็นไป ทำให้ข้อเรียกร้องปกติของประชาชนส่วนใหญ่ต้องถูกทำให้เสียหาย สุ่มเสี่ยงจุดชนวนความรุนแรง ซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลา19 อันจะสร้างแผลลึกส่งต่อลูกหลานต่อไป

 โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้จะซ้ำเติมประเทศไทยจมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งหายนะ หากแก้ไขไม่ทัน จะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า 6 ตุลา ภาค2 ขึ้นมาในเร็วๆนี้ และหากถึงวันนั้นรัฐสภาและรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ ก็แก้ไม่ได้” นายคำนูณ กล่าว

 

ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว. หารือว่า การชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และก่อนหน้านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือการจาบจ้วงล่วงละเมิดเกินเลยกว่าที่จะรับได้ สิ่งที่คนไม่กี่คนชักจูงสังคมไทยไปถึงจุดขัดแย้ง เกินกว่าที่คนไทย 70 ล้านคนจะรับได้จากคนไม่กี่ร้อย ไม่กี่พันคนปลุกระดมความคิด ผ่านกระบวนการล้มสถาบันจากในและนอกประเทศ

 

 การชุมนุมเกินเลยกว่าการเรียกร้องยุบสภา ขับไล่ ส.ว. และล้มรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา116 ชัดเจน ในเรื่องกระทำการกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดจะก่อความไม่สงบเพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นเดินซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ตนเห็นว่า ต้องเร่งแก้ปัญหา ถ้าจะจบในรุ่นเราก็พร้อมจะจบ เพราะเขากำลังเอาเด็กนักเรียนนักศึกษา ซึ่งก็คือลูกหลานเราเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก คนที่อยู่เบื้องหลังเป็นอีแอบไม่กล้าออกมาเผชิญความจริง ทั้งที่จงใจและอยู่เบื้องหลังการล้มสถาบัน สิ่งที่ยั่วยุวันนี้ ต้องการให้เกิดเหมือน 6 ตุลา 19 และพฤษภา 2535


 “ผมขอเสนอให้ใช้ไม้แข็ง ดำเนินการกับหัวโจกชุมนุม คือ ให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบเส้นทางการเงินที่สนับสนุนการชุมนุมทั้งหมด เพราะมีการใช้จอแอลอีดี ค่าเช่ามูลค่าหลายแสนบาท ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปอท.ดำเนินการจัดการสื่อสารทางโซเชียล ต่อผู้กระทำผิดเผยแพร่โฆษณาโดยเร็ว และให้ตำรวจดำเนินการถอนประกัน นายอานนท์ นำภา และ ไมค์ ระยอง เพราะผิดเงื่อนไขการประกัน เนื่องจากได้ตรวจสอบคลิปวีดีโอแล้วพบว่ามีการพูดจาบจ้วง ชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานอยู่แล้ว” นายสมชาย กล่าว

 

นายสมชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่จะจัดการชุมนุม รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม เพราะการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองอธิการบดีออกมาขอโทษไม่เพียงพอ ซึ่งต่อจากนี้หากมีการชุมนุมทั้งอธิการบดี และผู้บริหารต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ชุมนุมเกินขอบเขต และขอให้สื่อหยุดสื่อสารข่าวสารของการชุมนุมเพราะทำให้การชุมนุมที่มิชอบฮึกเหิมและบานปลาย รวมทั้งขอให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังประเทศญี่ปุ่นที่นายประวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และประเทศที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อยู่ ซึ่งทั้ง 2 คนก่อตั้งรอยัลมาร์เก็ตเพลส ที่ปลุกระดมมวลชนผ่านเครือข่ายและวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์มายังกลุ่มผู้ชุมนุมเวทีธรรมศาสตร์ จึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศประท้วงและแจ้งไปว่าคนไทยไม่ยินยอมให้ใช้ประเทศเหล่านั้นให้ร้ายสถาบันของไทย

 

“ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการ ไม่ใช้ไม้แข็ง ไม้นวมและอ้อมกอดที่ดี ต้องเปิดเวทีให้นักศึกษาที่ต้องการแสดงความเห็นตรงไปตรงมาเรื่องการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งเปิดเวทีให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการทั้งหมดของทั้งสองสภา ร่วมประชุมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัย ทุกแห่ง ประธานสภาอาจารย์ทุกสถาบัน นายกองค์การนิสิต นักศึกษา จัดเวทีหาทางออกประเทศไทย และทางการเมือง แต่ต้องไม่มีเรื่องจาบจ้วง และข้อเสนอ10 ข้อของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะประชาชนไม่มีทางยินยอม”นายสมชาย กล่าว


จากนั้นนายพรเพชร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รีบถอดเทปตามข้อหารือดังกล่าวโดยด่วน เพื่อส่งไปยังรัฐบาลพิจารณาตามข้อเสนอนี้ต่อไป