ร้องนายกฯ เร่งเก็บกู้ขยะ 50 ตันจากเหตุ"เรือเฟอร์รี่เกาะสมุยล่ม"

04 ส.ค. 2563 | 10:55 น.

"วัชระ"ยื่นหนังสือถึงนายกฯเร่งเก็บกู้ขยะพิษใต้ทะเล หลัง"เรือเฟอร์รี่เกาะสมุยล่ม" พร้อมระบุรมว.ที่เกี่ยวข้องเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ไม่ได้ใส่ใจไปแก้ไขปัญหาทั้งๆที่เรื่องนี้กระทบกระเทือนในภารกิจหลักของกระทรวงที่รับผิดชอบ

จากเหตุการณ์เรือเฟอร์รี่เกาะสมุยล่มในวันที่่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา บริเวณเกาะสี่เกาะห้า อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้รถบรรทุกพ่วง 3 คัน ที่บรรทุกขยะอัดก้อนหนักประมาณ 50 ตัน จมลงทะเล


นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากเหตุเรือเฟอร์รี่เกาะสมุยล่มในครั้งนี้ ตนเองได้ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เร่งรีบดำเนินการเก็บกู้ขยะจำนวน 50 ตันจากเรือราชาเฟอรี่ 4 ที่ล่ม


เนื่องจากขยะดังกล่าวมีทั้งขยะอันตราย ขยะพิษ พลาสติกและสิ่งปฏิกูลทั่วไป การที่เรือล่มลงสู่ใต้ท้องทะเล อาจทำให้ขยะรั่วซึมหรือแตกกระจายสู่ท้องทะเลและอาจถูกคลื่นซัดสู่ฝั่งในอำเภอเกาะสมุย และบริเวณใกล้เคียง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทางทะเลและกระทบกระเทือนต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นจุดขายของ อ.เกาะสมุยได้ 


ที่สำคัญหากขยะรั่วซึมหรือการกระจัดกระจายของขยะ อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลอ่าวบ้านดอนและกระทบต่อชีวิตของประชาชนตลอดแนวชายฝั่งและผู้บริโภคอาหารทะเลในอนาคต

ร้องนายกฯ เร่งเก็บกู้ขยะ 50 ตันจากเหตุ\"เรือเฟอร์รี่เกาะสมุยล่ม\"

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายวัชระ กล่าวเพิ่มเติมว่า  จำนวนขยะ 50 ตันดังกล่าวไม่ทราบว่าเป็นจำนวนต่อหนึ่งคันรถบรรทุกพ่วงหรือเป็นจำนวนขยะทั้งหมด เพราะคนในวงการรถบรรทุกระบุว่าต่อหนึ่งคันรถพ่วงบรรทุกขยะได้ถึง 30 ตัน ถ้า 3 คัน ก็ 90 ตัน ซึ่งปัญหาการขนขยะทางเรือจากเกาะสมุยไปสุราษฎร์ธานีได้รับการเตือนจากผู้ห่วงใยตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการฯให้ระมัดระวังว่าอาจเกิดอุบัติเหตุแล้วจะกระทบถึงการท่องเที่ยวของอ.เกาะสมุย อ.ดอนสัก และบริเวณอ่าวบ้านดอน


"ในที่สุด เมื่อเกิดเหตุขึ้นมา ก็ไม่มีการเร่งรีบเก็บกู้ขยะดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่ได้ใส่ใจไปแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ทั้งๆที่เรื่องนี้กระทบกระเทือนในภารกิจหลักของกระทรวงที่ตนเองรับผิดชอบ"


นายวัชระ กล่าวว่า ขอให้นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเร่งรีบดำเนินการเก็บกู้ขยะจำนวน 50 ตัน หรืออาจมากกว่านั้นให้ขึ้นบกโดยเร็วที่สุด และให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีกเป็นอันขาดเพราะจะกระทบกับระบบนิเวศน์ในทะเลอย่างใหญ่หลวงและกระทบต่อการท่องเที่ยวของภาคใต้และการบริโภคอาหารทะเลของประชาชนโดยทั่วไปได้


นอกจากนั้นแล้วต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการปกปิดข้อมูลหรือไม่ มีขยะจมทะเลทั้งหมดเท่าใด เป็นขยะพิษเท่าใด และต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดในกรณีด้วย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน