
“สมศักดิ์”ทำใจหาก “โผ ครม.” ของพปชร.พลิก
“สมศักดิ์”ทำใจหาก “โผ ครม.”ของ พปชร.ที่เสนอนายกฯ พลิก ระบุขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ"บิ๊กตู่"
วันนี้ (22 ก.ค.63) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และแกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวถึง “โผ ครม.” ที่อาจพลิกได้ และปรากฏว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และ นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้ตำแหน่งตามที่ต้องการ ว่า เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่พูดคุยกันภายในพรรค เมื่อได้ข้อยุติก็ส่งเรื่องให้คณะกรรมการบริหารพรรค และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรค เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรี จึงไม่ทราบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะหากเปลี่ยนแปลง นายกฯ คงแจ้งมาทางหัวหน้าพรรค
"จนถึงขณะนี้ผมเองยังไม่ได้พบ พล.อ.ประวิตร จึงยังไม่มีข้อมูลใหม่ และไม่อยากให้คาดเดา เพราะคิดว่าประเทศชาติต้องเดินหน้าต่อ ประชาชนกำลังรอการแก้ไขปัญหา"
นายสมศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีกลุ่มสามมิตรแล้ว ที่สำคัญเมื่อพูดคุยกันแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค หรือหากจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ให้สิทธิ์หัวหน้าพรรค พวกตนไม่เคยมีปัญหา ทำงานกันต่อไป และถือเป็นเรื่องของพรรคที่จะพิจารณาว่าพรรคพลังประชารัฐยังเป็นพลังหรือไม่ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของแต่ทุกคนที่มีอยู่ ซึ่งพวกตนได้ทำตามหน้าที่ของตนเองครบถ้วนแล้ว จึงไม่อยากคิดมาก เพราะหากคิดมากก็คงนอนไม่หลับ ตนก็นอนไม่หลับ
เมื่อถามว่าห่วงรัฐมนตรีในกลุ่มที่ไม่ได้ตำแหน่งตามคาดหวังหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวอย่าพูดถึง เนื่องจากเป็นสิ่งไม่ดี ประชาชนรอดูเราอยู่ อย่าให้สับสน หรือเป็นประเด็น เพราะขณะนี้เรื่องทุกอย่างอยู่ที่หัวหน้าพรรค เรื่องรายละเอียดอื่นๆ คงไม่ใช่หน้าที่ที่จะมาทำให้เกิดความวุ่นวาย
ก่อนหน้านี้ พรรคพลังประชารัฐ มีมติเสนอ 5 คน เป็นรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็น รวม.พลังงาน นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค เป็น รมว. อุตสาหกรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค เป็นรมว.แรงงาน และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
และยังเสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็น รมว.มหาดไทย อีกตำแหน่ง โดยเห็นว่าเพื่อให้การทำงานในพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัด และประสานฝ่ายการเมืองได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ส.ส.ในพื้นที่ดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง และถือเป็นการขยายฐานเสียงให้กับพรรค เพื่อให้เป็นพรรคอันดับ 1






