
“พิเชษฐ”ยัน7พรรคเล็กหนุน“เต้ มงคลกิตติ์”นั่งรมต.
“พิเชษฐ”ยัน7พรรคเล็กหนุน “เต้ มงคลกิตติ์” เป็นรัฐมนตรี มั่นใจเสียงพอ
วันที่ 24 มิถุนายน 2563 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วยนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ให้สัมภาษณ์ ถึงการพูดคุยกันในระหว่าง "พรรคเล็ก" ในการเสนอชื่อนายมงคลกิตต์ เป็นรัฐมนตรี
นายพิเชษฐ กล่าวว่า ที่ตนได้แถลงข่าวไปนั้น เนื่องจากมีผู้สนับสนุนนายมงคลกิตติ์ถึง 7 "พรรคเล็ก" ซึ่ง 7 เสียงจาก 11 เสียงในระบอบประชาธิปไตยถือว่าเป็นเสียงข้างมาก ส่วนคนที่เดินทางไปพบนายกฯ ก็เป็นเรื่องของเขา ส่วนของพวกเราเห็นว่าหากมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) เรารู้ว่าใน 11 คนมีใครที่จะเป็นตัวแทนของพวกเรา เพราะนโยบายที่เราสัญญาไว้ไม่สามารถไปถึงประชาชนได้ ดังนั้นหากมีใครสักคนที่เป็นตัวแทนใน 11 พรรคเล็กเข้าไปนั่งในครม.จะสื่อสารในภาพรวมใหญ่ได้ อย่างไรก็ตามตนได้ถามทุกคนแล้ว ซึ่งไม่ได้บังคับใคร จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ไม่เป็นไร แต่ทั้ง 7 พรรคเห็นด้วยก็น่าจะเพียงพอ และไม่จำเป็นต้องไปยืนยันอะไรกับนายกรัฐมนตรีอีก
ถามว่า จำเป็นต้องไปหารือนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายพิเชษฐ กล่าวว่า คงไม่ต้องเพราะ เมื่อวาน(23 มิ.ย.)นี้ ก็เห็นว่ามีคนอ้างว่าเป็นตัวแทน 11 พรรคไปพบนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็ตอบเพียงว่าถึงเวลาจะปรับครม.แล้วจะบอกเท่านั้นเอง ยืนยันว่าตนเป็นผู้ใหญ่ถ้าไม่มีอะไรอยู่ในมือคงไม่กล้ามาแถลง ซึ่งใน 11พรรคก็เหมือนกับฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่อาจจะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้ ยืนยันว่าไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน เพราะทุกคนก็ยกมือในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว
ด้านนายพีระวิทย์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่า ยินดีสนับสนุนนายมงคลกิตติ์ ซึ่งนายมงคลกิตติ์เองก็ยินดีที่จะทำตามนโยบายของทุกพรรค ส่วนนายกฯจะให้หรือไม่ให้อยู่ที่ท่านเมตตา เราในฐานะส.ส.ที่มาจากระบอบประชาธิปไตยก็มีสิทธิที่จะเสนอ และยืนยันว่านายมงคลกิตติ์ ไม่ได้มโน หรือแอบอ้างไปเอง
ขณะที่นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตามหลักประชาธิปไตย เช่นการเลือกหัวหน้าพรรคก็มีคนเลือกกับคนไม่เลือก แต่บังเอิญว่ามีคนเลือกมากกว่า ครั้งนี้ก็เช่นกัน เช่นเดียวกับการสรรหานายกฯ ซึ่งท่านก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลคนไทยทั้ง 65 ล้านคนโดยไม่เกี่ยงงอน เพราะเป็นหน้าที่ของผู้บริหารประเทศที่ต้องมีหัวใจเป็นกลางตามหลักระบอบประชาธิปไตยเพื่อความปรองดองของคนในชาติ เราก็ต้องร่วมมือกันให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม






