
สะพัด! ครม.บิ๊กตู่ ปรับทัพใหญ่ เกิน 10 เก้าอี้
“บิ๊กตู่” ปรับครม. “ล็อตใหญ่” สะพัดเกิน 10 เก้าอี้ ดึง “ปรีดี-ไพรินทร์” ร่วมทีมศก. ขีดเส้นพรรคร่วมส่งชื่อเช็กคุณสมบัติ 7-9 ก.ค.นี้
วันนี้สถานการณ์การเมืองไทยเดินเข้าสู่โหมด “ปรับครม.” กันอีกครั้ง หลังการประชุมใหญ่สามัญของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อปรับเปลี่ยนกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ คอการเมืองต่างมั่นใจว่า จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล็อตใหญ่ตามมา ซึ่งจากรายงานระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แจ้งไปยังพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะมีการปรับครม. ให้แต่ละพรรคส่งรายชื่อภายในวันที่ 7-9 ก.ค.นี้ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติก่อนนำสู่ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป
ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้รายชื่อรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจจึงถูกจับจ้องเป็นพิเศษ คาดการณ์กันว่า มีหลายกระทรวงที่จะถูกปรับเปลี่ยน มีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ได้ทาบทามบุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่งแทนเอาไว้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ในคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกสิกรไทย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีตผู้บริหาร พีทีที โกลบอล เคมิคอล นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรมช.คมนาคม อดีตผู้บริหาร ปตท. และนายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย อดีตประธานบอร์ดปตท. และอดีตผู้บริหารธนาคาร
สำหรับเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี, รมว.คลัง, รมว.แรงงาน, รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รมต.ประจำสำนักนายกฯ, รมช.เกษตรและสหกรณ์, รมช.ศึกษาธิการ, รมว.วัฒนธรรม, รมช.กลาโหม และรมว.ต่างประเทศ ที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า จะมีการปรับเปลี่ยนตัวนั้น นายดอน ปรมัตถ์วินัย ออกมายืนยันว่า ไม่คิดลาออกตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ดี มีกระแสข่าวล่าสุดว่า นายดอนได้พูดคุยกับคนใกล้ชิดว่า ต้องการจะพักหลังจากที่ทำงานมาตั้งแต่ยุค คสช. และมีอายุมากแล้ว
หากจำกันได้ก่อนจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ 2/1 นายดอนมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ ส.ว. แต่เนื่องจากไม่สามารถหาคนมาดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศได้จึงประสานให้นายดอนช่วยงานต่อ เมื่อมีกระแสข่าวการปรับครม.ในครั้งนี้จึงจะขอถือโอกาสพัก และนายกฯเองก็รับรู้ความต้องการของนายดอนอยู่แล้ว
ที่ต้องจับตา คือ การสลับสับเปลี่ยนโควตากระทรวงต่างๆระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือ โดยยึดหลักจำนวนโควต้าของแต่ละพรรคที่คิดจากสัดส่วนส.ส.เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลตกลงที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวในการปรับครม.รอบนี้ จึงเป็นไปได้ว่า โควตาของทั้งสองพรรคอาจจะถูกปรับกันใหม่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
โฆษก ปชป.ย้ำ ยังไม่ได้คุยเรื่อง"ปรับ ครม."
6ส.ส.ดาวฤกษ์หนุน“ลุงป้อม”นั่งหัวหน้าพปชร.
สำหรับพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ประกาศเสนอชื่อ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ให้มานั่ง รมว.แรงงาน แทน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล นั้น มีกระแสข่าวว่า นายอเนกอาจถูกโยกไปนั่งเป็น รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเปิดทางให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พรรคพปชร. มาดำรงตำแหน่งนี้แทน
ส่วนพรรค พปชร. ที่กลุ่ม 4 กุมาร ซึ่งประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน ,นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล มีโอกาสจะไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคอย่างแน่นอนแล้ว ขณะที่ตำแหน่ง แม่บ้านพรรค หรือ เลขาธิการพรรคนั้นจะเป็นของ นายอนุชา นาคาศัย
ขณะที่ เก้าอี้ รมว.พลังงาน ของนายสนธิรัตน์นั้นถูกมองว่า อาจเปลี่ยนมาเป็นของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ขณะนี้อยู่ในตำแหน่ง รมว.อุตสากรรม ที่ต้องการนั่งเก้าอี้กระทรวงพลังงานมาตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ดี นายสนธิรัตน์ ยังแสดงความมั่นใจว่า จากการพูดคุยกับส.ส.ในพรรคบางส่วน ตนยังจะได้นั่งในตำแหน่งรมว.พลังงานต่อเนื่องจากมีผลงานเป็นที่น่าพอใจของนายกฯโดยเฉพาะการแก้ไขราคาปาล์ม ก็ยังต้องลุ้นกันต่อ
ส่วนพรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาลนั้นจะมีการส่งชื่อผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีด้วยเช่นกันโดย 9 พรรคเล็กจาก 11 พรรคได้ส่งชื่อของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ มาเป็นรัฐมนตรี ขณะที่กลุ่มของนายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทย จับมือกับพรรคทวงคืนผืนป่า ที่มีนายดำรง พิเดช เป็นหัวหน้าพรรค และมีส.ส.จากฝ่ายค้านร่วมลงชื่อสนับสนุนด้วยรวมแล้วส่ง 8 รายชื่อส่งเข้าประกวด






