
"ประสาร" หนุน "นิรโทษกรรม" ยกเว้นคดีทุจริต
"ประสาร มฤคพิทักษ์" หนุนนิรโทษกรรมทางการเมือง ยกเว้นคดีทุจริตคอร์รัปชั่น -ผิดมาตรา 112 - ผิดอาญาร้ายแรง
จากที่มีกระแสข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ “ทีมปฏิบัติการลับ” ไปรวบรวมรายชื่อบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีการเมือง ทั้งในชั้นศาล และการดำเนินคดีทั้งหมดเพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการนิรโทษกรรม โดยเบื้องต้นจะเป็นการนิรโทษกรรมให้กับคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองที่ไม่รวมถึงคดีทุจริต และ คดีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือ ความผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยคาดว่าช่วงเวลาเหมาะสมที่จะนำไปสู่การออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น อาจจะดำเนินการในช่วงกลางปี หรือไม่ก็ปลายปีนี้
ต่อเรื่องนี้นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ของสปช. กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าเรื่องแบบนี้ต้องอาศัยความพยามยามทุกภาคส่วน รวมทั้งภาครัฐบาล ถ้ารัฐบาลไม่ขยับตัวในเรื่องนี้ โอกาสให้เป็นไปได้ยากเหมือนกัน
“ผมเข้าใจดีว่า เรื่องแบบนี้ต้องอาศัยเวลา จะเร่งเหมือนมะม่วงบ่มแก๊ซไม่ได้ ต้องให้สังคมเกิดความสุกงอมขึ้นมาพร้อมๆ กันด้วย เราจะไปเร่งเวลามันก็ไม่ได้ จะวางเฉยก็ไม่เหมาะ จะก่อให้เกิดความปรองได้ต้องมีตัวกฎหมายออกมา ถ้าอารมณ์ของผู้คนไม่ต้อนรับกฎหมาย ก็ออกมาไม่ได้”
อย่างไรก็ตาม นายประสาร ชี้ว่า ถ้าจะมีการนิรโทษกรรม สมควรออกเป็นพ.ร.บ เพราะถ้าเป็นพระราชกำหนด (พ.รก) จะละเลยบทบาทความสำคัญของส.ส และถ้าออกมาเป็น พ.ร.ก. อาจดูคับแคบไปหน่อยในแง่ของการยอมรับ
“เรื่องการปรองดองควรเป็นความพยายามของทุกภาคส่วน ไม่ว่าภาคการเมืองทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล ส.ส. ส.ว. ภาคประชาชน หรือบรรดากลุ่มที่เป็นผู้แทน สีเหลือง สีแดง กลุ่มสีธงชาติ หรือกลุ่มไหนก็แล้ว เราควรใช้ความพยายามเพื่อนำไปสู่บรรยากาศการปรองดอง สร้างความรู้สึกร่วมกันในการที่จะก่อให้เกิดความปรองดอง”
นายประสาร กล่าวด้วยว่า นักการเมืองควรคำนึงถึงทิศทางที่จะก่อให้เกิดความปรองดองโดยมีเงื่อนไขที่สามารถจะรับกันได้อย่างกว้างขวาง คือ 1.ไม่ยกคดีให้คนที่ผิดด้านคอร์รัปชั่น คนไม่ควรได้อานิสงค์คือ คนทุจริต 2.คนที่ผิด มาตรา 112 คือละเมิดสถาบัน และ 3.ผู้ที่ผิดอาญาร้ายแรง ประเภทที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต หรือประเภททำให้ถึงแก่ทรัพย์สินและชีวิตรุนแรงถึงเลือดถึงเนื้อ นอกนั้นเป็นความผิดลหุโทษ ความผิดจราจร ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาชุมนุมและถูกจับไป ต้องได้ยกเว้น
ล่าสุดวันที่ 17 มิถุนายน 63 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริงใดๆ และไม่ทราบเจตนาผู้ปล่อยข่าวว่ามีความประสงค์สิ่งใด ยืนยันรัฐบาลมุ่งหน้าแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และการดูแลช่วยเหลือประชาชนทุกภาคส่วน พร้อมขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่แปรเปลี่ยนไปจากโควิด-19
ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่รับผิดชอบ และดูแลการดำเนินการเกี่ยวกระบวนการยุติธรรมต่างๆ รวมทั้งการขอพระราชทานอภัยโทษ ในกรณีต่างๆ นั้น กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม มีการดำเนินการตามเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดอยู่แล้ว และรัฐบาลไม่สามารถไปก้าวก่ายหรือเสนอแนวทางใดๆ ได้






