
‘3 พรรคใหญ่’ ป่วนหนัก เปิดศึกแย่งเก้าอี้
คลื่นพายุในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดูเหมือนจะสงบลงชั่วคราว หลัง “อุตตม สาวนายน” รักษาการหัวหน้าพรรค เรียกประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ เตรียมกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ในวันที่ 3 กรกฎาคม
เปิดทางให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคคนใหม่
ส่วน “กลุ่มสามมิตร” ที่ก่อกระแสกดดันให้ “บิ๊กตู่” ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องร้องเพลงรอไปก่อน เมื่อมีเสียงยืนยันจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประกาศกลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ให้ทุกคนทำงานตามหน้าที่กันไปให้ดีที่สุด เรื่องอื่นนายกฯ จะตัดสินใจเอง
“ปรับครม.เมื่อไรผมจะบอกเอง” เสมือนปิดทางกลุ่มสามมิตร ให้กลับไปอยู่ในแถว อย่าลํ้าเส้น!!
คลื่นใต้นํ้าปชป.ปะทุ
ปัญหาภายในของพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่จบแค่นั้น ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวภายใน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยยึดโมเดลเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ มีการปล่อยข่าวการเคลื่อนไหวภายในเพื่อรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค ให้ลาออกเกินครึ่ง จากจำนวน 39 คน หวังผลให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคแทน “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” และเปลี่ยนกก.บห.พรรคชุดใหม่
เหตุการณ์ดังกล่าว ซํ้ารวยช่วงต้นเดือนกุมภาพันธุ์ ที่ผ่านมา โดย นายอันวา สาและ รองเลขาธิการพรรค และส.ส. ปัตตานี พร้อม 9 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยร่วมลงชื่อเรียกร้องขอให้ผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบัน เปิดประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อแก้ปัญหาภายในพรรค
มูลเหตุของการล่ารายชื่อในครั้งนั้น เพื่อเปลี่ยนตัวผู้บริหารพรรคใหม่ เนื่องจากมี ส.ส. และสมาชิกของพรรคทยอยลาออก อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค โดยนายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ลาออกจากตำแหน่งเหรัญญิกพรรค ถือเป็นการลาออกนำร่องของ กก.บห.คนแรก
จากนั้นตามกำหนดเดิมพรรคเตรียมจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ในวันที่ 29 มี.ค.2563 แต่ต้องเลื่อนออกไปจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้การประชุมใหญ่ถูกระงับไปตามสถานการณ์การระบาด กระทั่ง มีความเคลื่อนไหวกดดันออกมาอีกระลอก
ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย ร้อนถึง อดีตหัวหน้าพรรค “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฏร ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค ต้องออกมาสยบปัญหา ยกกรณีเหตุการณ์ “10 มกรา” มาเป็นบทเรียน พร้อมเตือนสติลูกพรรค ตามฉายา “ใบมีดโกนอาบนํ้าผึ้ง” ว่า
“ไม่อยากให้สร้างปัญหา อย่าทำให้พรรคเสียหาย ไม่ชอบใครก็เป็นเรื่องส่วนตัว ต้องคิดถึงชาวบ้านที่เลือกมาด้วย เขาไม่อยากเห็นความขัดแย้ง”
พท.รับสภาพ “พรรคแตก”
ขณะที่ซีกพรรคฝ่ายค้าน ก็ตกอยู่ในภาวะตึงเครียดไม่แพ้พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 2 พรรค เมื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำทีมสมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาโต้ข่าวรอยร้าวภายในพรรค
หลัง 4 แกนนำพรรคที่ใกล้ชิด “ทักษิณ ชินวัตร” ประกอบด้วย ภูมิธรรม เวชยชัย พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เตรียมโบกมืออำลาไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ ภายใต้ ชื่อ “กลุ่มแคร์”
ในระหว่างการแถลงข่าว แม้ นายสมพงษ์ หัวหน้าพรรค และ “คุณหญิงหน่อย” ประธานยุทธศาสตร์พรรค ยืนยันในความกลมเกลียวและแบ่งงานกันทำตามภารกิจ แต่จากถ้อยแถลงที่ออกมา เสมือนยอมรับว่าในพรรคมีปัญหาความขัดแย้งจริง
“เราสองคนทำงานกันอย่างกลมเกลียวและจริงจัง แต่แน่นอนว่าการทำงานย่อมติดขัดกันบ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่และแก้ไขได้ ผมทำงานประสานกับคุณหญิงสุดารัตน์ โดยไม่มีอุปสรรค ใดๆ ทั้งสิ้น”
นายสมพงษ์ ระบุอีกว่า บางครั้งรัฐบาลอยู่ในภวังค์ที่โซเซ ย่อมมีบุคคลที่ต้องเตรียมตัวเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับพรรคไทยรักษาชาติ แต่ทุกคนเป็นเพื่อนฝูงกันหารือกันตลอดเวลา ซึ่งการตั้งพรรคใหม่ ก็เพื่อให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ เข้าสภา”
วลีที่ออกมาจากปาก หัว หน้าพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะการยอมรับกรณีการแยกตัวเตรียมตั้งพรรคใหม่ ของ“กลุ่มแคร์” ยิ่งตอกยํ้าความร้าวฉานในพรรคให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
สภาวการณ์ของ 3 พรรค การเมืองใหญ่ในวันนี้ ล้วนตกอยู่ในวังวนของความขัดแย้ง แย่งชิงอำนาจภายในพรรคไม่รู้จบสิ้น
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,583 หน้า 10 วันที่ 14 - 17 มิถุนายน 2563






