thansettakij
thansettakij
“สุวัจน์" ยัน ชาติพัฒนา ทำงานกับ “นายกฯตู่” มีความสุข

“สุวัจน์" ยัน ชาติพัฒนา ทำงานกับ “นายกฯตู่” มีความสุข

06 มิ.ย. 63 | 08:41 น.

“สุวัจน์" ยัน ชาติพัฒนา ทำงานกับ “นายกฯตู่”แล้วมีความสุข มั่นใจ งบ “เงินกู้” ผ่านสภาเมื่อลงสู่ชุมชนจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นขึ้นมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(6 มิ.ย. 63) ที่ศูนย์ฅนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน อำเภอเมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล และ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมาร่วมกับภาคเอกชนในจังหวัดนครราชสีมา มอบถุงน้ำใจสู้ภัยโควิดให้กับประชาชนในเขตตำบลในเมือง และตำบลหนองกระทุ่ม อ.เมืองนครราชสีมา จำนวน 700 คน

 นายสุวัจน์ กล่าวว่า ศูนย์ฅนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกันได้มอบถุงน้ำใจให้ชาวโคราชในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจจากปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยการรวมตัวของส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรการกุศล แม่บ้าน สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยแจกหน้ากาก เจล แอลกอฮอล์ วันละ 3,000 ชุด แจกข้าวกล่อง ถุงน้ำใจ จำนวน 10,000 ถุง ซึ่งจะทำอย่างต่อเนื่อง เพราะความเดือดร้อนยังมีอีกมาก เพื่อให้กำลังใจกัน ที่ผ่านมาได้แจกหน้ากากผ้าให้กับประชาชนไปแล้วเดือนละ 100,000 ชิ้น ทำมาแล้วกว่า 2 เดือน แจกไปตอนนี้น่าจะประมาณ 300,000 ชิ้นได้และยังทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าโควิด-19 จะหมดไปจากประเทศไทยและหมดไปจากโคราช

นายสุวัจน์ กล่าวถึงการที่รัฐบาลผ่อนปรนให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเปิดดำเนินการได้ในเฟสที่ 3 แล้วแต่หลายฝ่ายก็เป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจว่า ตนคิดว่าเมื่อพระราชกำหนด 1.9 ล้านล้านบาท ได้รับความเห็นชอบและผ่านสภาฯ ไปแล้ว งบประมาณต่างๆ ก็จะลงไปถึงมือพี่น้องประชาชน การเยียวยาก็ลงไปทุกกลุ่มหมด

ส่วนโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านนั้น ตนเชื่อว่าจะมีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และถ้าสามารถดำเนินการคลายล็อคได้เร็ว ตอนนี้เรากำลังจะชนะโควิดก็ต้องถือโอกาสนี้ในการคลายล็อคเลย และจะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจกลับมาทำงานกันใหม่ เพราะเราดับเครื่องไว้ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา และถือว่าสร้างงานใหม่กลับมาใหม่ ประกอบกับงบประมาณกู้เงินก็ผ่านสภาลงมาสู่ต่างจังหวัด สู่ชุมชนต่างๆ ก็เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มกระเตื้องขึ้น ถ้าเราสามารถไปถึงระยะที่ 4 หรือถ้าสามารถกลับไปสู่ภาวะปกติ เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องโควิดแล้ว ต่อไปก็ต้องสู้กันเรื่องเศรษฐกิจเรื่องเดียว ฉะนั้นลำดับขั้นตอนต่างๆ ถือว่ามาถูกทางที่สุดแล้ว

ส่วนโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านจากการดูบรรยากาศการประชุมในสภาฯ ถือว่าเป็น New normal ของการเมืองเหมือนกัน เพราะบรรยากาศเป็นการถ้อยทีถ้อยอาศัย ฝ่ายค้านให้ข้อแนะนำที่ดี รัฐบาลก็รับฟัง และรัฐบาลก็บอกฝ่ายค้านว่าจะเอาไปทำอะไร ขณะเดียวกันทุกคนเข้ามามีส่วนให้เงินก้อนนี้ได้ไปถึงมือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมาย

สัปดาห์หน้าจะมีการหารือการตั้งกรรมาธิการมีทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ถ้าสภาฯให้ความเห็นชอบกับกรรมาธิการชุดนี้ ตนเชื่อว่าจะทำให้สังคมสบายใจ เงินก้อนนี้คนไทยทุกคนร่วมกันเป็นหนี้หารตามจำนวน 60 กว่าล้านคน ฉะนั้นทุกคนก็จะสบายใจว่าเงินที่กู้มาไปช่วยประชาชน เหมือนกับสภาฯได้มามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ซึ่งจะทำให้เกิดการยอมรับในบทบาทของสภาฯดีขึ้นและภาพลักษณ์ของสภาฯก็ดีขึ้น ฉะนั้น ทุกคนต้องช่วยกันเพื่อให้การใช้จ่ายเงินครั้งนี้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตรงวัตถุประสงค์ของรัฐบาล มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เป็นเงินของทุกคน เงินกู้นี้ทุกคนต้องช่วยกันหาร

ส่วนกระแสข่าวการปรับ ครม.ซึ่งน่าจะมีขึ้นในเร็วๆนี้ในส่วนของพรรคชาติพัฒนายังพร้อมทำงานกับรัฐบาลนี้ต่อไปหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าแนวทางการปรับ ครม.หรือการตัดสินใจเรื่องปรับ ครม.จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ต้องถือว่าเป็นความรับผิดชอบและเป็นภาระหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพรรคชาติพัฒนาถือว่าใน 1 ปีที่ได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีให้ไปร่วมรัฐบาล เราก็ได้ร่วมกันทำงานด้วยดีตลอดมา

“วันนี้ประเทศของเราต้องการการเมืองที่นิ่ง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจลุล่วงฉะนั้นเรามีความจำเป็นที่จะต้องมีการเมืองที่มีเสถียรภาพถ้าทุกฝ่ายสามารถสร้างบรรยากาศทางการเมืองให้เกิดความร่วมมือกันได้จะเป็นเรื่องที่ดี อย่างที่ผมชอบบรรยากาศเรื่องพระราชกำหนดหรือบรรยากาศการถ่ายโอนงบประมาณ เราไม่ค่อยเห็นบรรยากาศถ้อยทีถ้อยอาศัยกันในสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้มานานแล้ว ฉะนั้นบรรยากาศทางการเมืองจะมีส่วนสำคัญทำให้เกิดเสถียรภาพในการแก้ไขปัญหาของประเทศ การเมืองถ้านิ่งมีเสถียรภาพ ไม่มีความขัดแย้งอะไรเกิดขึ้น ผมเชื่อว่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชน”

เมื่อถามถึงแรงกระเพื่อมภายในพรรคพลังประชารัฐจะส่งผลต่ออายุรัฐบาลหรือไม่ นายสุวัจน์ ตอบว่า เนื่องจากรัฐบาลเป็นรัฐบาลผสมมีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค และเมื่อครั้งจัดตั้งรัฐบาลเสียงก็ไม่มากนัก แต่ตอนนี้มีเสียงเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ยังไงเสถียรภาพรัฐของรัฐบาลก็สำคัญมาก วันที่จัดตั้งรัฐบาลวันนั้นเศรษฐกิจยังไม่หนักเท่าวันนี้ ยังไม่มีโควิดระบาด วันนั้นเสถียรภาพบางๆ แต่วันนี้ยิ่งเศรษฐกิจมีปัญหามากรัฐบาลก็ยิ่งต้องมีเสถียรภาพที่เข้มแข็งมั่นคง เพื่อให้รัฐบาลทำงานได้และต้องช่วยกันแก้ไขให้ลุล่วง

ส่วนกระแสข่าวจะมีการดึงพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลนั้นจะมีนัยอะไรหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบที่มาของกระแสข่าวนี้ ไม่สามารถให้ความเห็นนี้ได้ แต่คิดว่าวันนี้รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องมีเสถียรภาพการเมืองที่มั่นคง ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลได้ร่วมมือกันทำงาน มีความเข้าใจกันและสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้นพี่น้องประชาชนก็จะสบายใจและรัฐบาลก็จะประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

สำหรับพรรคชาติพัฒนาจะได้ทำงานเคียงข้างกับพรรคร่วมรัฐบาลครบ 4 ปีหรือไม่ นายสุวัจน์ หัวเราะก่อนตอบว่า “การเมืองครบหรือไม่ครบไม่ทราบ แต่ว่าเราก็ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด เป็นรัฐบาลเราก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือกัน ให้ความคิดเห็นและเป็นทีมเวิร์คเดียวกัน ทุกคนมีความร่วมมือกันและช่วยสนับสนุนให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของประเทศให้ลุล่วงไปได้” ส่วนผลงานของพรรคชาติพัฒนาจะมัดใจพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีได้หรือไม่นั้น นายสุวัจน์ ตอบว่า ตนคิดว่าเมื่อเป็นรัฐบาลร่วมกันแล้ว ถือว่าทุกคนต้องทำงานตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่ว่าในเรื่องของความสัมพันธ์ เรื่องของการให้เกียรติกันเราก็รู้สึกว่าเราสามารถทำงานกับรัฐบาล ทำงานกับนายกรัฐมนตรีด้วยความสุข และเต็มใจที่จะได้ร่วมมือกับท่านในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศต่อไป