
"ซูเปอร์โพล" เผย ผลสำรวจ ปชช. 37.4 % ชี้ ครม.ไม่มีคนดี
“ซูเปอร์โพล” เผย ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 1,871 ตัวอย่าง เผย 37.3% ระบุ ครม. ไม่มีคนดีเลย ขณะที่ 48.5% เห็นว่า มีคนดีอยู่บ้าง 14.2% บอก มีคนดีอยู่มาก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อใคร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,871 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 - 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา
เมื่อถามถึงผลประเมินคนดีในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน พบว่า 48.5 % ระบุมีคนดีอยู่บ้าง ในขณะที่ 37.3 % ระบุไม่มีเลย แต่ 14.2 % ระบุมีคนดีอยู่มาก
ที่น่าเป็นห่วงคือ ความเห็นต่อรัฐบาลในข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีปรับเพื่อใคร พบว่า ส่วนใหญ่หรือประมาณ 63.3 % มองว่า รัฐบาลจะปรับคณะรัฐมนตรีเอานักการเมืองเข้ามาหาผลประโยชน์เงินกู้และถอนทุนคืนใช้เลือกตั้งต่อไป ในขณะที่ 34.1 % มองว่า รัฐบาลจะปรับเอาคนดีเข้ามาทำงานแก้ความเดือดร้อนและปกป้องเงินกู้ผลประโยชน์ประชาชน
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือ 85.1 % ระบุข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีจะก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในหมู่ประชาชนต่อความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล แสวงหาผลประโยชน์จากเงินกู้ เข้ากระเป๋านักการเมือง ในขณะที่ 14.9 % ระบุ ไม่ใช่
ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ 66.8 % ระบุ นายกรัฐมนตรีลอยตัวเหนือปัญหาทำตัวเป็นพระเอกตลอดกาล ในขณะที่ 33.2 % ระบุ นายกรัฐมนตรี ตื่นตัวแก้ปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียว ปกป้องรักษาคนดี
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบแนวโน้มจุดยืนการเมืองของประชาชนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 จนถึง ล่าสุด หลังกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออก เมื่อเสร็จสิ้นการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน ผ่านสภาผู้แทนราษฎร โดยฐานสนับสนุนรัฐบาลลดฮวบดิ่งลงอีก จาก 39.1 % ในช่วงอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน เหลือเพียง 20.4 % ในช่วงหลังการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินผ่านสภาผู้แทนฯ และ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออก
ผอ.ซูเปอร์โพล ให้ความเห็นว่า น้ำผึ้งหยดเดียวกำลังจะทำให้บ้านเมืองระส่ำระสาย สถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังแย่อยู่แล้วยิ่งจะวิกฤตตกต่ำลงไปอีกทั้งๆที่ผู้หลักผู้ใหญ่ก็เคยมีประสบการณ์ความเลวร้ายของบ้านเมืองมากมายแต่กลับลอยตัวเหนือปัญหาแบบนี้จะสั่งสอนอบรมลูกหลานเด็กและเยาวชนให้รักชาติบ้านเมืองได้อย่างไร ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองหายไปไหนกันหมดปล่อยให้สถานการณ์เละเทะแบบนี้ต่อไป อารมณ์คับแค้นใจและความเคลือบแคลงสงสัยของประชาชนต่อความชอบธรรมของรัฐบาลจะกลายเป็นชนวนที่ติดเพลิงแห่งความขัดแย้งรุนแรงบานปลายได้ง่าย นายกรัฐมนตรีควรรีบแสดงความเป็นผู้นำ ทำให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง ไม่ต้องรอดูกระแสจนนาทีสุดท้าย (the last minute) เดี๋ยวจะสายเกินไป






