thansettakij
thansettakij
ผู้ว่าการสตง.แจง‘ไม่มีหลักฐานโยงว่าการทำองค์พระต้องอาศัยตำแหน่งนายกอบต.’

ผู้ว่าการสตง.แจง‘ไม่มีหลักฐานโยงว่าการทำองค์พระต้องอาศัยตำแหน่งนายกอบต.’

15 เม.ย. 59 | 05:00 น.
กรณีการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่ร้อนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558 โดยเฉพาะประเด็นที่มีการพาดพิงถึง นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ "เซียนพระอุ๊" ในลักษณะว่า เรียกหักหัวคิวจากโรงหล่อพระรูปอดีตพระมหากษัตริย์ 5แห่ง เป็นเงิน 20 ล้านบาท จนถึงวันนี้ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาความเคลื่อนไหว แม้ว่าวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ยืนยันผลการตรวจสอบแล้วว่าโรงหล่อทั้ง 5แห่งจ่ายเงินให้เซียนพระอุ๊เพื่อเป็นค่าที่ปรึกษาในการหล่อพระรูปโดยสมัครใจ ไม่ใช่การรับหัวคิวแต่อย่างใด

แต่อีกด้านหนึ่งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งข้อสังเกตว่า นายวัชรพงศ์ นอกจากเป็นที่ปรึกษา 5 โรงหล่อ ยังมีตำแหน่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น การที่รับเงินจากการเป็นปรึกษา 20 ล้านบาทจากเอกชน ถือว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือไม่ เพราะกฎหมายดังกล่าวห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินที่มูลค่าเกิน 3 พันบาท เพื่อความกระจ่าง"ฐานเศรษฐกิจ "สัมภาษณ์ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อยืนยันผลการตรวจสอบโครงการราชภักดิ์อีกครั้ง

 ย้ำอีก 20 ล้านไม่ใช่ค่าหัวคิว

ผู้ว่าการสตง. เกริ่นนำถึงผลการตรวจสอบของ สตง.กรณีโครงการราชภักดิ์ว่า ไม่พบความเสียหายอะไร โดยเฉพาะเรื่อง "หัวคิว"เพราะ ตามข้อเท็จจริงมันไม่ใช่เรื่องหัวคิว เพราะเท่าที่ สตง.ตรวจสอบมา การจ่ายเงินค่าองค์พระ 7 พระรูป จ่ายหลังจากมีประเด็นเรื่องของการจ่ายค่าใช้จ่ายที่ปรึกษา และเงินที่เซียนพระอุ๊ " หรือ นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ เซียนพระชื่อดัง นำเงินค่าที่ปรึกษา 20 ล้านบาท มาบริจาคเกิดขึ้นก่อนที่มีการจ่ายเงินบริจาคที่ประชาชนบริจาค เพื่อใช้จ่ายในการสร้างองค์พระไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินที่ประชาชนไปบริจาค แต่เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของโรงหล่อแต่ละโรง ซึ่งเป็นค่าโสหุ้ย ซึ่งไม่มีอะไรที่เกินความเหมาะสมจำเป็น

ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเงินที่ประชาชนมาบริจาค แต่เป็นเงินส่วนของผู้รับจ้างที่เขาต้องลงทุนก่อน และเงินที่นำมาสู่การบริจาคก็เป็นเรื่องของผู้ที่ได้รับค่าตอบแทน ซึ่งสตง.ได้ตรวจสอบประวัติเซียนพระอุ๊ แล้วพบว่าไม่ได้เป็นนักเลงหัวไม้ ที่จะมารีดไถได้และคงไม่มีใครกล้ารีดไถทหารอยู่แล้ว และ เซียนพระอุ๊ มีบทบาทหน้าที่ในการช่วยกิจการของ 5 โรงหล่อจริง ตามที่เราตรวจสอบมา เมื่อมีการทำงานแล้วก็มีค่าตอบแทน ส่วนค่าตอบแทนนั้นใครจะเป็นคนเชิญชวนแนะนำให้เซียนพระอุ๊มาบริจาคก็เป็นเรื่องความสำนึกของแต่ละคน จึงไม่ใช่เรื่องอะไรที่จะถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

"ผมกล้ายืนยันได้ว่า เรื่องนี้เราได้ตรวจสอบดูอย่างรอบด้านแล้ว จึงเรียกไม่ได้ว่าเป็น"ค่าหัวคิว"

ผู้ว่าการ สตง. ย้ำ และ ขยายความอีกว่า เงินที่เซียนพระอุ๊บริจาคเกิดจากน้ำพักน้ำแรงในการเป็นที่ปรึกษา ทางโรงหล่อยืนยันว่า ระหว่างการก่อสร้างมีปัญหาอุปสรรค จึงขอคำปรึกษาจากเซียนพระอุ๊ และเซียนพระอุ๊ทำให้เขาลุล่วงปัญหาไปได้ ก็จ่ายด้วยความสมัครใจเป็นค่าตอบแทนให้กับเซียนพระอุ๊ เมื่อเขาได้ค่าตอบแทนไปแล้ว ก็ไปสร้างวัดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่วนหนึ่ง เมื่อมีคำแนะนำจากคนที่เขาเคารพนับถือว่า จากการช่วยงานนี้ถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรจะมีค่าที่ปรึกษา ทำให้เซียนพระอุ๊ มีความสำนึกก็เอาเงินไปคืนโรงหล่อ แต่โรงหล่อไม่รับคืน เซียนพระอุ๊ จึงนำไปบริจาค ในนามของ 5 โรงหล่อ

 ชี้ถ้าเป็นรายได้ต้องเสียภาษี

นายพิศิษฐ์ ระบุอีกว่า ในส่วนที่เซียนพระอุ๊ได้รับค่าที่ปรึกษาไปเซียนอุ๊ก็ต้องรับผิดชอบกับสังคม เพราะเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี โรงหล่อที่จ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ก็ต้องลงเป็นรายจ่ายประกอบการเสียภาษี ส่วนที่เซียนพระอุ๊เอามาบริจาคจากเงินของบริษัทของเขา ที่เขามีส่วนเกี่ยวพันอยู่ด้วย จะสามารถหักภาษีได้ไหมก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งก็ต้องไปสู่กระบวนการตรวจสอบของสรรพากรในอนาคต ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีความเสียหายอะไรที่เกิดขึ้นกับกิจการในการรับเงินบริจาคเพื่อจะดำเนินงานก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์

จากการตรวจสอบตรงนี้ เราจึงยืนยันว่าใครก็ตาม ที่มีจิตศรัทธาที่อยากช่วยโครงการนี้ เราได้ตรวจสอบแล้วว่ารายได้ที่เกิดขึ้นจากการบริจาคไม่มีตกหล่นรั่วไหลแต่ประการใด เพราะฉะนั้นถ้าเราศรัทธาและอยากมีส่วนร่วมก็สามารถทำได้หรือแม้แต่องค์พระ ที่ว่าเนื้อโลหะไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงกับเรื่องความวิบัติที่จะเกิดความเสียหาย หรือแม้กระทั่งบอกว่าการสั่นไหวขององค์พระ เราก็มีการตรวจ 2 อย่างคือ

ประการแรก "ตัดเนื้อโลหะไปพิสูจน์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเนื้อโลหะ เป็นไปตามมาตรฐานและตามสัญญา ไม่มีผิดเพี้ยน และ2. ส่วนของความมั่นคงแข็งแรง ตรงนี้กองทัพก็ได้มีการตั้งกล้องตรวจสอบในเรื่องความสั่นไหวอยู่ ในฐานะ สตง. เราได้แจ้งข้อเท็จจริงแล้ว ก็สุดแท้แต่ประชาชน

 สร้างองค์พระไม่ต้องใช้ตำแหน่ง อบต.

กรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ตั้งข้อสังเกตว่า เซียนพระอุ๊ มีตำแหน่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ( นายกอบต.บ้านใหม่ จ.พระนครศรีอยุธยา ) ถือว่าเป็นข้าราชการการเมืองไปรับจ้างได้หรือไม่นั้น ผู้ว่าการ สตง. แจกแจงว่า ถ้าเซี่ยนพระอุ๊มีตำแหน่งในอบต .ต้องดูอาชีพเดิมเขาคืออะไร ถ้าเป็นเงินได้พิเศษของเขาเกิดขึ้นมาเขาก็ต้องไปเสียภาษี เช่น ถ้านักการเมือง ไปเปิดสำนักงานทนายความ แล้วมีรายได้พิเศษอื่นก็ต้องไปเสียภาษี

"ในส่วนที่ว่าอบต.รับจ้างได้ มันเป็นประเด็นใหม่ว่า เซียนพระอุ๊ อาจเป็นนายก อบต. หรือรองนายก อบต.แล้วไปประกอบอาชีพที่เป็นผลประโยชน์ขัดกันกับตำแหน่งหน้าที่ของเขาหรือเปล่า และการที่เขาไปรับเงินตำแหน่งที่ปรึกษา ต้องอาศัยอำนาจหน้าที่ของตำแหน่งนั้นหรือไม่ พวกนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และต้องอาศัยข้อเท็จจริง

แต่ข้อเท็จจริงตอนนี้ เราตอบได้เบื้องต้นว่า สิ่งที่เซียนพระอุ๊ทำอยู่นี้ เนื่องจากเซียนพระอุ๊เป็นเจ้าของโรงหล่อที่มีผลงาน จะบอกว่าเป็นการอาศัยอำนาจ นายกอบต.ตัวเล็ก ๆมาทำงานนี้ ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ และก็ไม่มีหลักฐานที่เชื่อมโยงกันว่าการทำองค์พระต้องอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของนายกอบต. และไม่มีหลักฐานในลักษณะนี้เลย และโดยข้อเท็จจริง การที่เซียนพระอุ๊ มีโอกาสในการรับงานนี้ ก็เพราะเขามีผลงานในเรื่องของการสร้างพระ

สำหรับหลักฐานการสร้างองค์พระ ทางสตง.ไปตรวจสอบและรวบรวมมา เช่น เราไปค้นประวัติว่าเซียนพระอุ๊ มีหัวนอนปลายเท้าอย่างไร ก็พบว่าเซียนพระอุ๊ เป็นเซียนพระจริง มีโรงหล่อขนาดใหญ่ที่สร้างองค์พระหลวงปู่ทวดที่อยุธยา ที่ใหญ่กว่าที่ประจวบคีรีขันธ์อีก เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องมีฝีมือ ดังนั้นถ้าเขาไปให้คำแนะนำเรื่องนี้ก็ดูสมเหตุผลดี และเท่าที่ถามว่าเขาเอาตำแหน่งนายกอบต มาเป็นที่ปรึกษานั้น ตำแหน่งนายกอบตไม่เกี่ยวกับการสร้างพระแน่นอน เพราะโดยข้อเท็จจริงเรื่องการสร้างพระ ไม่ได้เกี่ยวกับตำแหน่งและไม่ต้องอาศัยตำแหน่งเลย แต่เกี่ยวกับเรื่องความรู้ความสามารถเขามากกว่า

การที่เซียนพระอุ๊มาให้คำปรึกษา จึงเป็นการสมเหตุสมผล อีกอย่างเพราะงานนี้เป็นงานของกองทัพ จึงไม่ต้องอาศัยตำแหน่งของอบต.ไปข่มขู่ใครเลย เซียนพระอุ๊เป็นเจ้าของโรงหล่อ และมีประสบการณ์สร้างพระมากมายพอสมควร โดยเฉพาะพระองค์ใหญ่ เขามีประสบการณ์พอสมควร แม้เขาไม่ได้เอาโรงหล่อมารับจ้าง แต่เป็นการขายความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พูดถึงกิจการโรงหล่อของเซียนพระอุ๊ก็มีผลงานมาโดยตลอด ดังนั้น 6 โรงหล่อสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าโดยความสามารถส่วนหนึ่งและโดยฝีมือส่วนหนึ่ง และโดยคำแนะนำของเซียนพระอุ๊อีกส่วนหนึ่งด้วย

"ตำแหน่งนายกอบต.ของเซียนพระอุ๊อยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะมาเกี่ยวอะไรที่เพชรบุรี เป็นเจ้าพ่อเพชรบุรีก็ไม่ใช่ ดังนั้นงานที่เซียนพระอุ๊ทำคือการให้ความคิดเห็น ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเป็นนายกอบต. หรือไม่เป็นนายกอบต.เลย" ผู้ว่าการ สตง. ยืนยันซ้ำในตอนท้าย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,147 วันที่ 10 - 13 เมษายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • politics