
“ชวน ภูเก้าล้วน”ให้เช่าที่ปลูกข้าวสู้โควิด1บาท/ไร่
“พิมพ์รพี” โพสต์เฟซบุ๊กชูแนวคิด “ชวน ภูเก้าล้วน”เศรษฐีที่ดิน กระบี่พลิกวิกฤตสู้สึนามิปี 47 ให้ที่ทำกินแทนเงิน แนะ รัฐปรับวิธีคิดให้คนมีกิน เร่งจัดทำข้อมูลแรงงานกลับภูมิลำเนา อยู่แบบพอเพียง เชื่อ ประชาชนอิ่มท้อง ดีกว่าจีดีพีพุ่ง
น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาระบุว่า
ความช่วยเหลือที่ต้องจบด้วยการพึ่งตัวเอง
ในระหว่างที่จัดทำถุงยังชีพเพื่อไปมอบให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในช่วงสารอาการการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สิ่งของอุปโภคบริโภคจำเป็น หลายอย่างที่บรรจุลงในถุงยังชีพ ทำให้คิดถึงความหมาย ที่ชวนให้เรามีพลังในการหยัดยืนขึ้นมาใหม่ได้
ข้าว คือความจำเป็นพื้นฐานที่เราจำเป็นต้องกินเพื่อมีชีวิต
ปลากระป๋อง ปลาเค็ม คือการอดออมสำหรับวันพรุ่งนี้
น้ำมัน คือ พลัง
บะหมี่สำเร็จรูป คือ ความประหยัดเพิ่ออยู่รอดอย่างเร่งด่วน
ไข่ไก่ คือ การเกิดใหม่ที่มีคุณค่ากว่าเดิม
ดินปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์พืช คือ ความหวังของความยั่งยืนในวันพรุ่งนี้
ส่วนตัวแล้วคิดว่า การให้ที่ดีที่สุดคือ ให้โอกาสตัวเองให้ดีขึ้น จนนำไปสู่การทำให้เหลือเพื่อเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นด้วย ในอดีตได้สร้างหมู่บ้านนี้ให้ผู้ประสบภัยสึนามิเมื่อปี 2547 จากชาวประมงริมทะเลย้ายขึ้นมาอยู่บนบก มีบ้าน สวนที่ปลอดภัย จำนวน 80 หลัง สร้าง โดย เงินบริจาคมูลนิธิ ชาวจีน ประสานงานโดย มูลนิธิ กี่ศรีผ่องภูเก้าล้วน โดยคุณชวน ภูเก้าล้วน ยังได้ส่งเสีย ลูกหลาน ที่ด้อยโอกาสกว่า 120 คน จนเรียนจบ เหลือเพียงแค่ 5 คน
วันนี้คุณชวน ภูเก้าล้วน ได้ชวน ส.ส.สาคร เกี่ยวข้องและดิฉัน ลงพื้นที่ พร้อมประกาศให้เช่าพื้นที่นาไร่ละ 1 บาทครอบครัวละ 2 ไร่ เพื่อให้ พึ่งพาตัวเองได้ จากการปลูกข้าว ความเสียสละของคุณชวนภูเก้าล้วน เป็นตัวอย่างของคนดีศรีกระบี่ ที่คนรุ่นต่อไป ควรเอาเป็นแบบอย่าง รัฐบาลควรใช้วิธีคิดในการช่วยเหลือเพื่อให้เกิดการพึ่งพาตัวเองได้ไปกำหนดเป็นนโยบายดูแลประชาชน
เพราะในสถานการณ์ยากลำบากนี้เศรษฐกิจของประเทศคงต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกหลายปี โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล จึงไม่ใช่แค่เรื่องการแจกเงิน เพราะมีเงินแต่ยังขาดรายได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีกินได้ตลอดไป สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คู่ขนานไปกับ การดูแลเศรษฐกิจมหภาคและการให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้า คือเร่งจัดทำข้อมูลรายพื้นที่ เกี่ยวกับแรงงานที่กลับภูมิลำเนา ว่าคนเหล่านี้มีเป้าหมายในชีวิตอย่างไร เพราะหลังจากนี้โอกาสที่จะกลับไปทำงานแบบเดิมอาจจะมีไม่มากนัก
นี่เป็นโอกาส พี่จะทำให้ ประชาชนไม่ต้องย้ายถิ่นฐานแต่สามารถทำกินได้ที่บ้านเกิดของตัวเองโดยรัฐควรเข้าไปส่งเสริม ถ้าเป็นไปได้อาจจะจัดที่ดินทำกินในพื้นที่ของรัฐ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้มีรายได้แล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้ครอบครัวมีกิน เพราะมีแหล่งอาหารในการดูแลตนเองและครอบครัว วิกฤตที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสที่จะทำให้คนไทยหันกลับมาทบทวนตัวเองคืนสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงตามปรัชญา ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจนลืม ความอิ่มท้องของชาวบ้านที่ประเมินเป็นมูลค่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไม่ได้






