
รมว.ยุติธรรม ลุยหนัก บุก บช.ปส.
หาแนวทางยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด เล็งเพิ่มเงินรางวัลนำจับให้คนทำงาน
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมประชุมแนวทางยึดทรัพย์ยาเสพติดกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) โดยมี พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. ให้การต้อนรับ
โดยการหารือมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมถึงปัญหาในการยึดทรัพย์กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด อาทิ กฎหมายเอาผิดนอมินี ผู้เปิดบัญชีให้เครือข่ายยาเสพติด โดยในระยะเวลา 1 ปี มีมูลค่าการโอนเงินกว่า 5 พันล้านบาท การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีข้อจำกัด การกระจายอำนาจในการตรวจสอบที่มีข้อจำกัด การจับรายย่อย แต่ไม่สามารถโยงถึงตัวคนบงการ นอกจากนี้ ระหว่างการหารือ ทาง บช.ปส. ยังระบุถึงสิ่งที่ยังมีปัญหาในการทำงาน คือ อุปกรณ์ กล้องวงจรที่สามารถอ่านป้ายทะเบียนที่ยังล้าสมัย ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ เวลานี้ได้ของบประมาณไปยัง กองทุน ป.ป.ส. เพื่อติดตามเครือข่าย เงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในคดียาเสพติด ที่ยังไม่เพียงพอควรเกลี่ยให้เหมาะสม เงินรางวัลคดีทรัพย์สินควรแบ่งให้เหมาะสมกว่าที่ผ่านมา
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราเหนื่อยมาตลอดในการยึดทรัพย์ ในหนึ่งปีเรายึดทรัพย์ได้น้อยมาก หากนับจากปริมาณการจับยาเสพติด ยาบ้า เวลานี้ต้นทุนเหลือ เม็ดละ 50 สตางค์ เราต้องบูรณาการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่ล้าสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการสอบสวน อะไรที่เป็นจุดด้อยต้องแก้ไข เงินรางวัลนำจับต้องเพิ่มให้คนทำงานมีขวัญกำลังใจ จากเดิมมากสุด 30 % เป็น 35 %
"เจ้าของบัญชีเป็นเพียงมือปืนรับจ้าง เราต้องพูดคุยกับทางธนาคารว่า จะทำยังไงเราถึงจะทำการอายัดได้รวดเร็ว หรือชะลอการโอนเงินให้ได้ มิใช่เข้ามาโอนออกเลย หากเราไล่ล่าและทำได้ไว การสืบสวนทำได้มีประสิทธิภาพ ตัวเลขของการยึดทรัพย์จะดีขึ้นกว่าหลายปีที่ผ่านมา" รมว.ยุติธรรม กล่าว
นายสมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า เมื่ออาญัติได้ หากบุคคลเหล่านั้น ไม่มาชี้แจงเราก็ยึด ตนเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถยึดทรัพย์กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้มากขึ้น ตนเข้าใจว่าอุปกรณ์ในการตามตัวคนร้ายของประเทศเรายังไม่ทันสมัยจะพยายามผลักดันให้ เพราะขณะนี้ผู้ค้ายามีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เราเองจะอยู่เท่าเดิมได้อย่างไร นอกจากนี้ เราต้องพัฒนาระบบสอบสวนกระจายเพื่อเพิ่มความรวดเร็วด้วย






